playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

บทความโดยสุวัฒน์  คงแป้น

48349.jpg
          “ทะเลเหมือนเป็นธนาคารของเรา รู้สึกภูมิใจที่พ่อแม่มีอาชีพประมง จึงอยากให้เยาวชนทุกคนร่วมกันรักษาทะเลเอาไว้ เพราะถ้าทะเลสมบูรณ์ พ่อแม่เราก็หากินได้”

          เป็นความเห็นของ น.ส.สมฤทัย หมานยาง นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสันติศาสตร์ศึกษา ซึ่งเป็นลูกหลานชาวประมง ตำบลขอนคลาน อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล  หนึ่งใน 80 คน ที่ร่วมค่ายเยาวชนขอนคลานครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นโดยสภาองค์กรชุมชนตำบลขอนคลานภายใต้แนวคิด  “คนหากินได้ ลูกหลานสืบทอดทะเลขอนคลาน”

          นายอับดุลรอซัก  เหมหวัง ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลขอนคลาน เล่าว่าปัจจุบัน เด็กและเยาวชนวัยการศึกษาในตำบลขอนคลานมีอยู่ประมาณ 200 คน สภาพสังคมที่เคยอยู่กับวิถีแบบมุสลิม เป็นสังคมชนบทที่เรียบง่ายและงดงาม แต่เมื่อความเจริญทางเทคโนโลยี นำพาวัฒนธรรมแบบบริโภคนิยมเข้ามาจึงส่งผลต่อพฤติกรรมและความคิดของเด็กและเยาวชนโดยตรง มีเยาวชนไม่น้อยที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ติดเกม ติดมือถือ  ไลน์ และเฟสบุค ฯลฯ หลายคนถึงกับต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ฯลฯ

          “นานๆไป เด็กเยาวชนก็เสพติดอยู่กับวัฒนธรรมและค่านิยมสมัยใหม่ ขาดความรู้ความเข้าใจในท้องถิ่นของตนเอง ไม่สนใจด้วยซ้ำไปว่า เงินที่พ่อแม่ส่งให้เรียนมาจากไหน บ้านเรามีดีอะไรบ้าง เป็นต้น ทำให้เด็กๆขาดความภูมิใจในอาชีพของพ่อแม่และบรรพบุรุษ ซึ่งหากปล่อยไว้ก็ยิ่งทำให้เยาวชนห่างเหินจากท้องถิ่นและตกเป็นเหยื่อของวัฒนธรรมและค่านิยมสมัยใหม่มากขึ้น  จึงได้จัดค่ายเยาวชนให้ลูกหลานของเราได้มีความรู้ความเข้าใจ และเกิดความภูมิใจในบ้านเกิดของตนเอง”  อับดุลรอซักกล่าว

48344.jpg
          ตำบลขอนคลาน ประกอบด้วย 4 หมู่บ้าน ประมาณ 700 ครอบครัว ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามในอดีตร้อยละ 90 มีอาชีพทำการประมง เนื่องจากทั้ง 4 ตำบลอยู่ติดกับทะเล มีป่าชายเลนประมาณ 5,000 ไร่ มีลำคลองสายสำคัญๆ มีที่ไหลลงสู่ทะเล คือคลองราไว คลองวังวน  และคลองดุกัง รวมทั้งมีบาง (สายน้ำเล็กๆ) กว่า 50 บาง เชื่อมร้อยถึงกันหมด ซึ่งทั้งคลอง บางและป่าชายเลนเป็นแหล่งอนุบาลและแหล่งอาหารของสัตว์น้ำทำให้สัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์

          ในอดีตราวๆ 20 ปี ก่อนจะมีปัญหาเรือประมงเชิงพานิชย์ ที่ใช้เครื่องมือจับปลาแบบทำลายล้างมาจับปลาบริเวณชายฝั่ง ชาวบ้านจึงรวมตัวกันเพื่อดูแลท้องทะเลของตนเอง มีการรณรงค์ให้ใช้เครื่องมือแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน คอยระวังเรือประมงพานิชย์ รวมทั้งร่วมกันทำกิจกรรมปล่อยสัตว์น้ำ ทำซั้งให้เป็นเรือนของสัตว์น้ำ ปลูกป่า ธนาคารปูม้า ตลอดจนกั้นแนวเขตไม่ให้เรือประมงพานิชย์เข้ามาจับสัตว์น้ำ ในบริเวณชายฝั่งจนทำให้ทะเลขอนคลานมีความสมบูรณ์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

48346.jpg
          สภาองค์กรชุมชนตำบลขอนคลานได้ร่วมกับชาวประมงและเยาวชนได้ใช้ GPS แสดงจุดที่มีสัตว์น้ำชุกชุม หรือที่เรียกว่า “ดอหมัน” พบว่ามีดอหมันอยู่ถึง 16 จุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งดอหมันหินกอง ดอหมันหน้าราไว ดอหมันร่องกลาง ดอหมันเกาะกล้วย เป็นจุดที่มีสัตว์น้ำชุกชุมเป็นพิเศษ

          ปัจจุบันคนขอนคลานประมาณ 250 ครอบครัว ยังคงหากินอยู่กับการประมง มีเรือประมงเป็นเรือหัวโทงออกจับปลาในทะเล 200 ลำ และมีเรือขนาดเล็ก (เรือปรี๊ด)  หากินในลำคลองและในบางต่างๆ ราวๆ 40 ลำ ในแต่ละปีคนขอนคลานจับสัตว์น้ำตามดอหมันต่างๆ ได้ประมาณ 25.5 ล้านบาท ยังไม่นับมูลค่าที่หาได้โดยเรือปรี๊ด ซึ่งมักจะหาไว้กินในชีวิตประจำวัน

          ทุกวันนี้แม้ว่าปัญหาจากเรือประมงพานิชย์จะลดลงแต่คนขอนคลานก็ไม่วางใจ ยังคงเกาะกลุ่มเฝ้าระวังฟื้นฟูทะเลอยู่ตลอดเวลาโดยมีสภาองค์กรชุมชนเป็นตัวเชื่อมประชาชนทุกกลุ่มเข้าหากัน  รวมทั้งมีการจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งจากกองทุนสวัสดิการชุมชนมาหนุนเสริมการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทะเลด้วย

          ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลขอนคลานให้ข้อมูลต่อไปอีกว่าที่ขอนคลานมีแพปลาของเอกชนซึ่งเป็นนายทุนในตำบลจำนวน 7 แพ และเป็นแพชุมชน 2 แพ เราซื้อขายกันในราคาท้องตลาดมีความเห็นอกเห็นใจกัน แพปลาอยู่ได้ชาวประมงต้องอยู่ได้ด้วยทุกภาคส่วนร่วมมือกันหมด

48348.jpg
          แต่ปัญหาที่เรากังวลคือทุกวันนี้เด็กและเยาวชนห่างเหินจากหมู่บ้านมาก ดังนั้นการจัดค่ายเยาวชนครั้งนี้ก็เพื่อให้เด็กๆเข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นของตนเองเรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพของพ่อแม่ โดยครั้งนี้เราจัดเป็นครั้งที่ 2 ให้เด็กและเยาวชนเข้าร่วม  หมู่บ้านละ 20 คน รวมเป็น 80 คน มีการเรียนรู้หลายฐานด้วยกัน เช่นการเรียนรู้ ประวัติการตั้งถิ่นฐาน ประวัติสถานที่สำคัญ ๆ เรียนรู้เครื่องมือการจับสัตว์น้ำ เป็นต้น

          การเข้าค่ายในครั้งนี้ได้มีการค้นหาแกนนำเยาวชนเพื่อจัดตั้งเป็น “สภาเด็กและเยาวชนตำบลขอนคลาน” แล้วนำไปจดแจ้งตาม พรบ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 ส่งตัวแทนจากสภาเด็กฯ ไปร่วมทำงานกับรวมกับผู้ใหญ่ในสภาองค์กรชุมชนต่อไป รวมทั้งมีการตั้งกองทุนเด็กและเยาวชนขึ้นมา

48347.jpg

          นอกจากนี้แกนนำ หรือ สภาเด็กก็จะมีภารกิจสำคัญในการเข้าไปทำงานกับเด็ก ๆ เช่น ค้นหาเด็กๆเข้ามารวมกลุ่มเพิ่มเติม มีการคิดค้นกิจกรรมที่จะทำร่วมกันเป็นประจำ เช่นการเก็บขยะ หรือกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ

          นายอับดุลรอซัก  เหมหวัง เล่าอีกว่าในส่วนของสภาองค์กรชุมชนตำบลนอกจากจะเชื่อมโยงชาวบ้านและภาคีพัฒนาต่างๆ ในตำบลมาทำงานร่วมกัน จนเกิดกิจกรรมงานพัฒนาอย่างต่อเนื่องแล้ว ตอนนี้กำลังร่วมกันทำงานเรื่องท่องเที่ยวชุมชน เป็นการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับวิถีประมง เนื่องจากในตำบลขอนคลาน มีทุนที่ธรรมชาติให้มาอย่างมากมาย เช่นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ พื้นที่สันหลังเต่า มังกรคาบแก้ว ตลอดจนมีหาดราไวที่งดงาม

          “เราคิดว่าสิ่งที่มีอยู่ไม่ต้องพัฒนาอะไรมาก เพราะมีความสวยงามตามธรรมชาติอยู่แล้ว จัดการเพียงเล็กน้อย แต่เราจะต้องเตรียมคน ทั้งชาวประมง รวมทั้งเด็กและเยาวชนในความเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อให้คนภายนอกได้เข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตของเรา”

48345.jpg
อับดุลรอซักเล่าถึงความหวังของคนขอนคลาน ความหวังในการทำให้ทะเลคงความสมบูรณ์ ผู้คนหากินได้โดยมีลูกหลานเป็นผู้สืบทอด

หมายเหตุ: เด็กชายเล หมายถึงลูกทะเลมีบ้านอยู่ติดทะเล

          

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter