playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 

13305140_1220168574660507_6958039952210144861_o.jpg

วันนี้ (27 พฤษภาคม 2559) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดเวทีเศรษฐกิจฐานรากสู่ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชุมชนคนอีสาน ณ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหนองห้าง อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อทำความเข้าใจแนวคิด กรอบความร่วมมือ ทิศทางการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจชุมชน และจัดทำบันทึกความร่วมมือในพื้นที่รูปธรรมภาคอีสานตอนกลาง 60 ตำบล แบ่งเป็น 4 คัสเตอร์ ข้าว เกษตรอินทรีย์ วิสาหกิจชุมชน และสถาบันการเงิน โดยมีตัวแทนจากสภาองค์กรชุมชนตำบลทั้ง 60 ตำบล เข้าร่วมงานกว่า 200 คน

นายสุพัฒน์ จันทนา ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า การทำงานของ พอช.ในพื้นที่ ชุมชนเป็นตัวตั้ง เชื่อมโยงกับหน่วยงาน ภาครัฐ ธุรกิจ ประชาสังคม มีแผนของภาคประชาชนเป็นตัวตั้ง เพื่อสนับสนุนอาชีพรายได้เป็นภารกิจหนึ่งของ พอช. การแก้ปัญหาที่ดิน สวัสดิการชุมชน สร้างระบบเศรษฐกิจ ทุนของชุมชน การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย โยงสู่การจัดการที่ดิน การจัดการน้ำ ไปสู่การสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ เพื่อสร้างให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง โดยมีสภาองค์กรชุมชนเป็นกลไก ในการเชื่อมโยงกลุ่มต่างๆ ในชุมชน เป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจมากกว่าเรื่องรายได้ แต่เป็นการสร้างการมีส่วนร่วม และนำไปสู่การเชื่อมโยงกับระดับนโยบาย

สถานการณ์ที่เป็นปัจจัยเอื้อ แผนการพัฒนาที่จะเกิดการเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค เชื่อมโยงกับประเทศอาเซียน อนุรักษ์พื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ เป็นผังการพัฒนาที่กำหนดไว้ เป็นแหล่งอาหารความมั่นคงทางอาหาร การทำเรื่องข้าว เป็นเรื่องที่ไปได้ถูกทิศ แนวของอีสานจะมีการพัฒนาระบบน้ำ ระบบชลประทานเชื่อมโยงลุ่มน้ำต่างๆ หรือในมิติของการท่องเที่ยว พื้นที่เรากำหนดเรื่องการท่องเที่ยวเชิงนิเวศก็เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับนโยบาย

ถ้าเราตั้งฐานให้ดี จะไปสอดรับกับภาคนโยบายได้อย่างดี การตั้งระบบชุมชน ต้องมีการรวมกัน ที่ภาคอีสานมีการเชื่อมโยงการทำงาน 20 จังหวัดในภาคอีสาน พื้นที่สภาองค์กรชุมชน เกือบ 2,000 สภาฯ เรามีสวัสดิการชุมชน 2,500 กว่าตำบล เกือบเต็มพื้นที่ในภาคอีสาน เป็นพลังที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

ในระบบตำบลการเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจ เราใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นการโยง สร้างการมีส่วนร่วมของพี่น้อง ในระดับจังหวัดสร้างพื้นที่ต่อยอดกับภาคธุรกิจเอกชนที่จะมาหนุนเสริมงานของขบวนชุมชน

เราไม่ได้เน้นความเข้มแข็งของกิจกรรม แต่มุ่งให้กิจกรรมเกิดการตั้งลูก เชื่อมโยงกับการพัฒนาเพื่อให้พี่น้องมีความสุข มีรายได้ในระดับครัวเรือน ระดับตำบลมีระบการผลิตที่เป็นระบบร่วม นี่เป็นภาพการเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจชุมชนที่เรากำลังจะร่วมกันพัฒนา

นายเสน่ห์ วิชัยวงษ์ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวถึงความกังวลว่า การพัฒนาโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง หรือใช้เครือข่าย ใช้คัสเตอร์เป็นตัวตั้ง เป็นวาทกรรมที่คนอื่นอาจไม่เข้าใจ เราต้องหาคำที่คนอื่นเข้าใจได้ด้วย เพราะเราต้องทำงานกับใครอีกหลายคน คนอื่นอาจไม่เข้าใจและจะนำไปสู่การทำงานที่ไม่ตรงกันได้ โลกกำลังเปลี่ยน งานของพี่น้องจะรองรับการเปลี่ยนแปลง ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร เราจะใช้ประโยชน์จากการมีทางรถไฟได้อย่างไร เราจะเพิ่มมูลค่า ใช้ประโยชน์จากถนน ขนสินค้าของเราไปขายจีนได้อย่างไร ในขณะที่เรากำลังทำยุทธศาสตร์ เราต้องหยิบยกเรื่องสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงให้พี่น้องช่วยคิดว่าจะปรับตัวกันอย่างไร

หากเราจะพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ในเรื่องข้าวเราจะพัฒนาเพิ่มมูลค่าข้าว เพิ่มรายได้ให้คนในตำบลได้อย่างไร เราจะเพิ่มรายได้ให้คนในตำบลเท่าไหร่ โดยทำเรื่องอะไรให้เกิดรายได้ ให้มีรายได้เพิ่มเท่าไหร่ ใครมาช่วยเราขายข้าวให้เรา พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เรา อย่างข้าวเหนียวพร้อมกิน สร้างตลาดส่งออกที่ต้องหาคนอื่นเข้ามาช่วย ประชารัฐ จึงต้องเข้ามาช่วยเรา ทั้งภาควิชาการ ภาคธุรกิจ และอื่นๆมาช่วยเรา เพราะเราไม่สามารถทำคนเดียวได้ แผนการพัฒนาเศรษฐกิจต้องมีความชัดเจน ทำเรื่องอะไร เพิ่มรายได้ด้วยวิธีอะไร ใครต้องเข้ามาช่วยเรา เป็นเรื่องที่เราต้องทำให้ชัดเจน

ผศ.สุกานดา นาคะปักษิณ อาจารย์คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ความเห็นว่า ชุมชนพร้อมที่จะเปลี่ยนหมวกจากชาวนา เกษตรกร มาเป็นพ่อค้าผู้ประกอบการได้หรือไม่ เรามีผลผลิตอะไร และลูกค้าของเราคือใคร มหาวิทยาลัยพร้อมที่จะช่วยในเรื่องการวิเคาะห์ราคา ต้นทุนอยู่ที่เท่าไหร่ ราคาขายควรจะเป็นอย่างไรเพื่อไม่ให้ขาดทุน มหาวิทยาลัยจะช่วยเติมเต็มได้ เพราะในแนวทางประชารัฐ มหาวิทยาลัยก็เป็นหน่วยงานรัฐประเภทหนึ่ง

ซึ่ง มข.มีพันธกิจอยู่แล้วในการสนับสนุนชุมชน ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม แต่การช่วยเหลือจะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องเกิดจากการที่ชุมชนต้องเดินเข้าไปหา ไปบอกความต้องการ สิ่งที่สำคัญชุมชนต้องทำข้อมูล บอกความต้องการให้ชัดเจน ในคณะเราก็มุ่งให้นักศึกษาเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ให้ร่วมแก้ปัญหากับคนในชุมชน หรือไปช่วยพัฒนาบางสิ่งบางอย่างในชุมชน ที่เป็นบทบาทของมหาววิทยาลัยอยู่แล้ว ชุมชนต้องเดินเข้าไปเคาะประตูมหาวิทยาลัย

ท่านคือพระเอกนางเอกของประเทศ ใครก็พูดถึงเกษตรกร เศรษฐกิจฐานราก การรวมกลุ่มเป็นคัสเตอร์ ช่วยสร้างจุดแข็งให้เกิดการร่วมมือกัน แต่มีความห่วงใยคือไม่มีคนรุ่นใหม่ เข้ามาร่วมงาน เราส่งลูกเรียนแล้วก็ไปทำงานในกรุงเทพไม่กลับมาช่วนงาน สืบต่อพัฒนาทายาทอย่างไร การเปลี่ยนมุมมองจากเกษตรกรเป็นพ่อค้าผู้ประกอบการได้ไหม การมีคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาสานต่อได้อย่างไร มหาวิทยาลัยพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณ

13301333_1220168501327181_5880723104781072536_o.jpg
นายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวถึงการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐว่า เราต้องรู้ตัวว่าเราอยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลง อีสานมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ในวันข้างหน้าเป็นเรื่องที่ต้องปรับตัวดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นให้มากขึ้น 60 ตำบลที่มาวันนี้มาด้วยความหวังว่าจะพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากตำบลให้ดีขึ้น เราต้องตีความเศรษฐกิจฐานรากว่าไม่ใช่เรื่องปัจเจก แต่เป็นเศรษฐกิจของชุมชนของท้องถิ่น เป็นเศรษฐกิจรวมหมู่ เป็นกลุ่มออมทรัพย์ วิสาหกิจชุมชนอื่นๆ ต้องไปด้วยกันทั้งพื้นที่ โดยไม่ตัดขาดจากชุมชน

บริษัทประชารัฐรักสามัคคี จำกัด เป็นเรื่องใหม่ที่กำลังเข้ามา เราต้องตั้งหลักให้ดี เราไม่ไปเดียวต้องเอาพี่น้องไปด้วย การทำงานครั้งนี้ใน 60 ตำบล เป็นการเตรียมความพร้อม ที่มีเครือข่ายเรื่องข้าว องค์กรการเงิน วิสาหกิจชชุมชน และเรื่องเกษตรอินทรีย์ มาคุยกันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เป็นความสำคัญในการเตรียมตัว และเดินหน้าต่อไป มีแผนงานที่ชัดเจน และทำงานร่วมกับหน่วยงาน องค์กรภาคีต่างๆ ไปเดี่ยวไม่ได้ ขณะนี้เขาจัดตั้งไปแล้ว 5 จังหวัด เขาเดินหน้าไปเร็วมาก เรากำลังจะมีการจัดเวทีเพื่อคุยทำความเข้าใจกัน

ด้านนโยบายรัฐบาล 7 ข้อ 1) ผลิตนวัตกรรมใหม่ ประเทศไทย 4.0 ในยุคเทคโนโลยีไอที 2) สนับสนุนวิสาหกิจ ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และวิสาหกิชุมชน 3) ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน โดยท้องถิ่นเป็นเจ้าภาพ 4) การส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศ 5) อตุสาหกรรมแห่งอนาคต 6) พัฒนาเกษตรกรให้มีความทันสมัย 7) สร้างรายได้จากการจับจ่าย เป็นมาตรการของรัฐที่กำลังผลักดัน

ในนโยบายส่วนที่ว่าด้วยโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างทางรถไฟรางคู่ โคราช-หนองคาย ต้องเกิดขึ้นให้ได้ เปิดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษให้นักลงทุน การพัฒนาคุณภาพวิชาชีพให้มหาวิทยาลัยดำเนินการ E 3 ว่าด้วยเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ เรื่องนี้ทำให้เกิดบริษัทประชารัฐรักสามัคคีทั้งประเทศ การแก้กฏหมายผลักดันกฏหมายใหม่ และการศึกษาเป็นเรื่องที่รัฐบาลเน้นให้ความสำคัญ เป็นนโยบายที่จะเข้ามากระทบกับเรา และเราสามารถใช้ประโยชน์จากนโยบายเหล่านี้ได้ เราจะใช้โอกาสนี้เพื่อส่วนรวมเพื่อพัฒนาวิสาหกิจชุมชนอย่างไร

เราอยู่ในยุคสมัยของการปรับตัวครั้งใหญ่ เราต้องจับมือทำงานกับหน่วยงานภาคีต่างๆ ทำเรื่องคัสเตอร์องค์กรการเงิน วิสาหกิจชุมชน ข้าว เกษตรอินทรีย์ เรากำลังตั้งรับและตื่นตัวลุยไปข้างหน้าอย่างเข้าใจ กำลังไปทั้งระบบใหญ่ในชุมชน การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากต้องวางแผนสร้างกำลัง ไปอย่างมียุทธศาสตร์ มีตัวตน มีคน มีแผนงาน ผอ.พอช.กล่าวในตอนท้าย

อย่างไรก็ตามการจัดคัสเตอร์เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนการพัฒนาและองค์ความรู้ สร้างการรวมกลุ่ม สร้างระบบการตลาด พัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้เกิดพลังการต่อรองสร้างพื้นที่ของภาคประชาชนในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานราก โดยแบ่งออกเป็น 4 เรื่องสำคัญ คือ ข้าว องค์กรการเงิน วิสาหกิจชุมชน และเกษตรอินทรีย์

ในเรื่องคัสเตอร์ข้าวมี 20 ตำบล เป็นการเริ่มจากพันธุ์ข้าวเพื่อให้เกิดการพึ่งตนเองด้านเมล็ดพันธุ์ สร้างเศรษฐกิจจากข้าว และสืบสานฐานความรู้ชุมชน สำหรับการผลิตเมล็ดพันธุ์ของกลุ่มคัสเตอร์ข้าวมี 3 ระดับ ระดับเริ่มต้น ระดับปานกลาง และระดับก้าวหน้า โดยจะมุ่งพัฒนานักเทคนิคการพัฒนาพันธุ์ข้าวชุมชน ขยายและพัฒนาแปลงปฏิบัติการปลูกข้าวพันธุ์ดี พัฒนาระบบการติดตาม สนับสนุนกรระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว การพัฒนากองทุน/ธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน รวมถึงมุ่งสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับเครือข่ายจังหวัด ให้เกิดการสรุปบทเรียน ชุดความรู้ในการทำงาน

ด้านองค์กรการเงิน 7 ตำบล เป็นการมุ่งพัฒนาระบบสถาบันการเงินภายใต้บริบทของพื้นที่ ที่มาจากการสำรวจข้อมูลกลุ่มองค์กรและปัญหาของตำบล เพื่อนำสู่การกำหนดแนวทางความร่วมมือที่สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทของพื้นที่ การจัดตั้งกลุ่มเครือข่ายองค์กรการเงินในตำบล ออกแบบและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการ รวมถึงการระดมทุนขององค์กรการเงินในระดับตำบล มีกฎระเบียบร่วมในการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาและยกระดับกลุ่มช่วยเหลือประชาชนในตำบลอย่างเป็นรูปธรรม ยกระดับการทำงานและเชื่อมโยงไปสู่การแก้ไขปัญหาในมิติต่าง ๆ เช่น การแก้ไขปัญหาหนี้สิน การส่งเสริมอาชีพในครัวเรือนสมาชิก

สำหรับวิสาหกิจชุมชนดำเนินการใน 18 ตำบล ให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ วางระบบการบริหารจัดการกลุ่มและการจัดการเครือข่ายฯ ระบบการผลิตตั้งแต่ต้นทาง-ปลายทาง ใช้ฐานงานสภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกในการเชื่อมประสาน พัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ ประสานบุคลากรของหน่วยงาน ขบวนจังหวัดต้องวางระบบการเชื่อมโยงเครือข่าย เชื่อมโยงระบบการตลาดทั้งภายในและภายนอก พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนสินค้าร่วมกันในระดับเครือข่าย ตัวอย่างเช่น ต.หนองห้าง จ.กาฬสินธุ์ จะพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน, ต.หนองตอกแป้น จ.กาฬสินธุ์ การผลิตก๊าซชีวภาพ, ต.ลำปาว จ.กาฬสินธุ์ แปรรูปปลา, ต.โนนทอง จ.ขอนแก่น โรงสีชุมชน เป็นต้น

และเกษตรอินทรีย์อีก 15 ตำบล โดยมุ่งทำการผลิตเพื่อสุขภาพ ขยายจำนวนครัวเรือนในการทำเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิต และการสร้างรูปธรรมต้นแบบ โดยอาศัยเครื่องมือการสำรวจข้อมูลพื้นที่ สภาพปัญหา ค้นหาผู้เข้าร่วมโครงการ สร้างข้อตกลงร่วม พัฒนาแกนนำ เชื่อมโยงองค์กรหนุนเสริมกัน

ทั้งนี้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน 60 ตำบล รวมทั้งสิ้น 4,200,000 บาท

13308270_1220168544660510_4715720780478892422_o.jpg

 

รุ่งโรจน์ เพชระบูรณิน : รายงาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter