บทความโดย : นำพล ตระการผล
วิกฤติภัยแล้งที่ผ่านมาสร้างความเดือดร้อนให้กับสรรพชีวิต ไม่เลือกทั้งในเมืองแลผืนป่า ธรรมชาติที่แปรเปลี่ยน ส่วนหนึ่งเกิดจากน้ำมือมนุษย์ที่จ้องจะเอาประโยชน์จากธรรมชาติ กระทั่งพื้นที่ต้นน้ำกลายเป็นพื้นที่แล้งไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในยามฤดูแล้ง ทว่า...ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ลุกขึ้นมาจัดการตนเอง ด้วยการสร้าง“ฝายมีชีวิต”แหล่งเก็บกักน้ำที่สร้างด้วยพลังชุมชน
สี่ปีก่อน ฝายมีชีวิต ตัวแรกเกิดขึ้นจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้าน หมู่ ๒ ตำบลกำแพงเซา อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อคืนระบบนิเวศให้กับแหล่งต้นน้ำ ทำหนึ่งได้สาม คือความหมายของ ฝายมีชีวิต
ทำหนึ่ง หมายถึงทำฝายหนึ่งตัว ได้สามอย่าง อย่างแรกได้น้ำเพราะทำเรื่องเรื่องน้ำ อย่างที่สองได้ป่า ได้ต้นไม้ เพราะการทำฝายมีชีวิตจะปลูกต้นไม้หลากหลายชนิดไว้ข้างฝายโดยเฉพาะต้นไทร เพื่อให้รากไทรช่วยยึดโดยงตัวฝายให้มั่นคงแข็งแรงโดยธรรมชาติ อีกทั้งต้นไม้อื่นที่ปลูกอยู่รอบข้างก็จะช่วยสร้างน้ำให้กับพื้นที่อีกด้วย และอย่างที่สาม ได้ความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชนที่ระดมแรงกายแรงใจมาร่วมกันสร้างฝาย เมื่อฝายมีชีวิตตัวแรกสัมฤทธิ์ผล การขยายฐานความรู้ความคิดก็เกิดขึ้น กระทั่งเชื่อมร้อยกันเป็นเครือข่ายฝายมีชีวิตแห่งประเทศไทย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และลงแรงช่วยกันสร้างฝายมีชีวิต จึงเกิดการเดินทางจากนครศรีธรรมราชสู่ทุกแห่งหนทั่วเมืองไทย
ฝายมีชีวิต เป็นเครื่องมือหนึ่งในการบริหารจัดการน้ำที่ใช้งบประมาณไม่มาก ใช้ไม้ไผ่เป็นโครงสร้างหลัก ใช้ทรายเป็นเครื่องกั้นน้ำ หลายๆคำถามที่ถามฝายมีชีวิตจะต้านแรงน้ำได้หรือไม่หากน้ำหลากมาแรง ฝายมีชีวิตมีบันไดหน้า ๓ ขั้น ช่วยลดแรงปะทะก่อนที่น้ำจะปะทะตัวฝาย และช่วยให้ทรายตะกอนข้ามฝายไปได้แก้ปัญหาหน้าฝายตื้นเขิน ตัวฝายจะถูกแบ่งเป็นห้องสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดเท่าๆกัน จำนวน ๙ ห้องภายในแต่ละห้องจะถูกจัดเรียงกระสอบทรายเป็นชั้นๆสลับกับทรายที่เททับอัดจนแน่นจึงทำให้ตัวฝายมีความแข็งแรง ด้านหลังของตัวฝายก็มีบันไดหลังซึ่งบันไดหลังจะช่วยให้สัตว์น้ำสามารถข้ามฝายไปวางไข่ได้ตามธรรมชาติ นอกจากนั้นยังส่วนสำคัญอีกสองส่วนคือ หูช้าง และเหนียวปิ้ง หูช้าง ทำมุม ๔๕ องศา อยู่ด้านซ้าย ขวาของตัวฝาย ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยบังคับน้ำให้ข้ามตัวฝาย ส่วนเหนียวปิ้งจะเสริมความแข็งแรงให้กับหู้ช้าง ด้วยลักษณะที่มีปากฝายกว้าง เฉียงด้วยหูช้างจะทำให้น้ำที่เก็บกักหน้าฝายสามารถสร้างความชุ่มชื้นในกับพื้นที่บริเวณหน้าฝายได้เป็นอย่างดี
“ มันเป็นกำไรชีวิตของพี่ที่ได้มีโอกาสมาบอกเล่าแนวทาง วิธีการ และได้ร่วมสร้างฝายมีชีวิต นอกจากเราจะได้มาช่วยสร้างพื้นที่เก็บกักน้ำให้กับคนที่นี่แล้ว สิ่งที่เราเห็นคือความร่วมมือจากพี่น้องในหมู่บ้าน พี่น้องเครือข่ายที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานในพื้นที่ ที่มาร่วมแรงร่วมใจกัน ตลอด ๓ วัน แม้จะเหนื่อยหนักแต่ทุกคนก็สู้ จนเห็นรูปธรรมที่ค่อยๆเกิดขึ้น” พี่เจี้ยบ ประภาพร ปิยะพิสุทธิศักดิ์ คนนครศรีธรรมราชลงมือสร้างฝายมีชีวิตมาตั้งแต่ตัวแรก ซึ่งเดินทางมาเป็นทั้งวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ และร่วมลงมือสร้างฝายมีชีวิต บอกเล่าถึงความรู้สึกของตัวเองที่ได้ร่วมสร้าง “ฝายมีชีวิต...บ้านพุบอน” นับเป็นฝายมีชีวิตตัวที่ ๑๒๑ ณ บ้านพุบอน หมู่ ๒ ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี
ผู้ช่วยเปรม สุริยน มนทิรวลัย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๕ ที่เดินทางไปศึกษาเรียนรู้เรื่องฝายมีชีวิตจากต้นแบบที่นครศรีธรรมราชและไปลงแรงช่วยพี่น้องที่ปากช่อง เมืองย่าโม มาแล้วพูดถึงความรู้สึกว่า “ภูมิใจมากที่ได้เห็นความร่วมมือของพี่น้องคนพุบอนที่มาช่วยกันสร้างฝายมีชีวิตในครั้งนี้ นอกจากจะได้น้ำ เรายังจะได้ป่า ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเราชาวพุบอนได้ลุกขึ้นมาจัดการเรื่องน้ำด้วยตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ต่อไประบบนิเวศก็จะสมบูรณ์มากขึ้น”
“ก็ต้องขอบคุณป้าวิ ภาคประชาสังคมจังหวัดอุทัยธานีที่ช่วยประสานงานกับ อบจ.อุทัยธานี ในการสร้างฝายมีชีวิตในครั้งนี้ ขอบคุณพี่ๆทหาร พี่ๆป่าไม้ พี่น้องจากสถาบันธรรมชาติพัฒนา และชาวพุบอนทุกคน ที่มาร่วมแรงร่วมใจกันในครั้งนี้ ครับ ”ผู้ช่วยเปรม กล่าวขอบคุณทิ้งท้ายก่อนขอตัวไปทำงานต่อ
นี่เป็นอีกหนึ่งรูปธรรมความเข้มแข็งของชุมชน ที่ลุกขึ้นมาบริหารจัดการตนเอง โดยมีหน่วยงานในพื้นที่ให้การหนุนเสริม มีพี่น้องเครือข่ายเป็นพี่เลี้ยงคอยช่วยให้คำปรึกษาและลงแรงช่วยเหลือกัน
ทว่า... “ฝายมีชีวิต...บ้านพุบอน” ไม่ใช่แค่สิ่งก่อสร้าง เท่านั้น แต่ฝายแห่งนี้ ยังสร้างกิจกรรมต่อเนื่องอีกมากมาย ให้กับชุมชนคนพุบอน





