playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
IMG 0017

ระยอง/ พอช.ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสจัดอบรม “นักสื่อสารจัดการความรู้ชุมชน” เพื่อเตรียมความพร้อมแกนนำตำบลเศรษฐกิจและทุนชุมชน  50  ตำบลถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนออกเผยแพร่ในเดือนสิงหาคมนี้  ด้าน ผอ.พอช.ระบุปีหน้าจะขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจฐานรากเพิ่มจาก 1,500 ตำบลเป็น 2,500 ตำบล  พร้อมทั้งแนะให้นักสื่อสารชุมชนจับประเด็นปัญหาในท้องถิ่นออกมาเผยแพร่ต่อสื่อสาธารณะ

ระหว่างวันที่  20-22 มิถุนายนนี้  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักเครือข่ายสื่อพลเมือง  สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส  ได้จัดอบรมหลักสูตร “นักสื่อสารจัดการความรู้ชุมชน” ช่วงที่ 3   ตามโครงการพัฒนาคุณภาพ  50 ตำบลเรียนรู้เศรษฐกิจและทุนชุมชน  ที่อมรพันธ์รีสอร์ท  อ.แกลง  จ.ระยอง  เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของแกนนำตำบลเศรษฐกิจและทุนชุมชนในการนำผลงานการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนของแต่ละตำบลออกมาเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะ   

การอบรมครั้งนี้มีตัวแทนชุมชนตำบลต่างๆ ทั่วประเทศจำนวน  38 ตำบล  รวม  80  คน เข้าร่วมในการอบรม  โดยมีสาระสำคัญคือ การนำเสนอเรื่องเล่าจากชุมชนผ่านงานเขียนเชิงสารคดี  และการเล่าเรื่องผ่านคลิปวีดิโอ  หลังจากที่ตัวแทนเหล่านี้ได้ผ่านการฝึกอบรมมาแล้วก่อนหน้านี้  ทั้งนี้ตัวแทนแต่ละตำบลจะมีเวลาในการนำเสนอผลงานทั้ง 2 รูปแบบ  ตำบลละ 10 นาที

1นายโกวิท  โพธิสาร  วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตสารคดีวีดิโอ  สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส  กล่าวว่า  การอบรมในครั้งนี้เป็นการนำเอาผลงานของพี่น้องมานำเสนอแลกเปลี่ยนกัน  โดยวิทยากรมีหน้าที่ชี้แนะ  ให้คำวิจารณ์  เพื่อให้พี่น้องนำกลับไปปรับปรุงและแก้ไขให้ดีขึ้น  ซึ่งตนก็เชื่อมั่นในพลังความรู้ของประชาชนผู้ที่เป็นเจ้าของผลงาน  อย่างไรก็ตาม  จากการดูผลงานคลิป VDO. ในภาพรวมเห็นว่า  ในเรื่องเทคนิคยังมีปัญหาอยู่บ้าง  เช่น  ภาพยังสั่นไหว  มืด มีเสียงลมแทรก  ใช้ภาพนิ่งมากเกินไป ฯลฯ  แต่ที่สำคัญคือ  การเลือกเรื่องที่นำมาเสนอ  ยังมากไปด้วยข้อมูล  แต่ไม่มีประเด็นเด่น  หรือดูจบแล้วยังไม่เข้าใจ

“การนำเสนอคลิป VDO. ของพี่น้อง  ไม่จำเป็นต้องให้ได้ความสมบูรณ์ถึง 100 เปอร์เซ็นต์  ขอให้มีเรื่องราวที่น่าสนใจ  หรือมีประเด็นเด่นๆ  เพราะหากสถานีโทรทัศน์จะนำไปออกอากาศ  ทางสถานีก็จะช่วยเพิ่มเติมให้งานของพี่น้องมีความสมบูรณ์มากขึ้น  เช่น  ช่วยเพิ่มภาพที่สถานีมีอยู่แล้ว   แต่ทั้งนี้พี่น้องจะต้องพยายามนำเสนอเรื่องราวของชุมชนออกมาเรื่อยๆ  เพื่อเพิ่มทักษะในการผลิต  และพัฒนาผลงานให้ดีขึ้น”  นายโกวิทให้คำแนะนำ

นายวีระ   นิจไตรรัตน์  วิทยากรจากมูลนิธิสัมมาชีพ  กล่าวว่า  จากภาพรวมการนำเสนอผลงานเขียนในครั้งนี้ส่วนใหญ่มีข้อมูลเยอะ  แต่การนำเสนอยังไม่มีแกนเรื่องหรือยังไม่มีประเด็นเด่น  ไม่สามารถสื่อสารเรื่องราวดีๆ ของชุมชนออกมาได้   และไม่จำเป็นต้องนำทุกเรื่องที่มีอยู่ในชุมชนมานำเสนอ  แต่ให้หยิบเอาประเด็นเด่นๆ เพียงเรื่องเดียวมานำเสนอ   เช่น  เรื่องการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร  สินค้าชุมชน  กลุ่มสวัสดิการชุมชน  ฯลฯ  แต่การนำเสนอดังกล่าวก็จะต้องเขียนให้คนอ่านเห็นรูปธรรมด้วย  เช่น  หากจะเขียนถึงเรื่องความเข้มแข็งของชุมชนก็จะต้องบอกด้วยว่า  ชุมชนเข้มแข็งอย่างไร  คณะกรรมการบริหารอย่างไร  หรือหากจะเขียนประเด็นเศรษฐกิจก็จะต้องบอกด้วยว่า  กลุ่มอาชีพสามารถสร้างรายได้หรือช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างไร

“การมาอบรมของชาวบ้านในครั้งนี้  ไม่สามารถจะหาได้จากในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว  พี่น้องจะต้องกลับไปเขียนเพื่อพัฒนาทักษะเพิ่มให้มากขึ้น  ฝึกเขียนให้บ่อยๆ  นำมาอ่านและช่วยกันวิจารณ์  ซึ่งผมก็เชื่อมั่นในพลังของพี่น้องว่าสามารถจะพัฒนางานเขียนให้ดีขึ้นมาได้  เพราะพี่น้องมีข้อมูลอยู่แล้ว  เพียงแต่ต้องเลือกประเด็นที่จะนำมาเสนอให้น่าสนใจ”  นายวีระยกตัวอย่าง

นายบุญทวน  หมายมั่น  อายุ 50 ปี   ผู้เข้าอบรมจาก  ต.กึ้ดช้าง  อ.แม่แตง  จ.เชียงใหม่  กล่าวว่า  ตนเข้ารับการอบรมเรื่องการจัดการความรู้ชุมชนเป็นครั้งที่ 2  โดยครั้งแรกจัดขึ้นที่จังหวัดนครนายก  หลังจากนั้นได้นำความรู้ที่ได้มาผลิตเป็นคลิป VDO. โดยใช้เรื่องราวที่เด่นๆ ของตำบลแม่แตงซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมาผลิตคลิป VDO. เรื่อง                   “คนกึ้ดช้าง” ความยาว 3.30 นาที  ใช้เวลาผลิตนานประมาณ 15 วัน  และนำมาเสนอในเวทีการอบรมครั้งนี้  ซึ่งจากคำวิจารณ์ของวิทยากรทำให้ตนและทีมงานได้รับรู้ข้อบกพร่อง   และจะนำไปปรับปรุงแก้ไขเรื่องการลงเสียงบรรยายของคนเดินเรื่องใหม่เพื่อให้คลิป VDO. มีความสมบูรณ์มากขึ้น

“ชาวบ้านยังไม่มีประสบการณ์และทักษะในการผลิตคลิป VDO. และที่ผ่านมาพวกเราก็ผ่านการอบรมด้านทฤษฎีไม่กี่ชั่วโมง  แต่การนำงานมาเสนอและได้รับคำวิจารณ์ในวันนี้ทำให้ผมมีความเข้าใจและชัดเจนในเรื่องประเด็นที่จะนำมาเสนอมากขึ้น  ซึ่งเมื่อนำคลิป VDO.กลับไปแก้ไขแล้ว ผมก็จะเอาผลงานไปเข้าประกวดแผนงานธุรกิจท่องเที่ยวชุมชนที่ธนาคารออมสินจัดกำลังจัดขึ้น  นอกจากนี้ก็จะนำผลงานมาเปิดให้นักท่องเที่ยวหรือคนที่มาศึกษาดูงานในตำบลได้ชม  รวมทั้งจะเอาไปโหลดลงUTUBE  เพื่อเป็นประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของชุมชนด้วย”  นายบุญทวนพูดถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการอบรมครั้งนี้

นางนิเด๊าะ  อิแตแล  อายุ 58 ปี  อาชีพรับจ้าง  อยู่ที่ ต.บาโงยซิแน  อ.ยะหา  จ.ยะลา  บอกว่า  ไม่เคยอบรมเรื่องงานเขียนและการผลิตคลิป VDO. มาก่อน  แต่ได้รับความรู้เมื่อมาอบรมกับ พอช.ในครั้งแรก  หลังจากนั้นจึงกลับไปผลิต  ใช้เวลาประมาณ  2 เดือน  แล้วนำไปให้คณะกรรมการขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดยะลาช่วยกันดูและให้คำวิจารณ์  จากนั้นจึงนำไปปรับปรุงแก้ไข  แล้วมานำเสนอในการอบรมครั้งนี้

“เดิมเราคิดว่าเราผลิตงานออกมาดีแล้ว  แต่เมื่อได้รับคำวิจารณ์และคำแนะนำจากวิทยากร  รวมทั้งเห็นผลงานที่หลากหลายของตำบลอื่นๆ เราก็จะเอากลับไปปรับปรุงงานเขียนและคลิป VDO.ให้ดีขึ้น   เช่น  เพิ่มรายละเอียดเนื้อหาให้สมบูรณ์ขึ้น”  นางนิเด๊าะกล่าว

6นายพลากร  วงค์กองแก้ว  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  บรรยายพิเศษเรื่อง “พอช.กับการหนุนเสริมขบวนเศรษฐกิจและทุนชุมชนสู่เศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืน”  ใจความว่า ในปีนี้ พอช.ดำเนินการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทุนชุมชนจำนวน 1,500 ตำบลทั่วประเทศ  และในปีหน้าจะเพิ่มเป็น  2,500 ตำบล  โดยได้รับอนุมัติงบประมาณจากรัฐบาลแล้วจำนวน 40 ล้านบาท  ส่วนเรื่องสวัสดิการชุมชนได้รับงบประมาณ 100 ล้านบาท   บ้านมั่นคง 400 ล้านบาทเศษ  ฯลฯ 

“หากทำโครงการเหล่านี้สำเร็จ  รัฐบาลก็จะมองมาที่ชาวบ้านว่าทำได้อย่างไร  ซึ่งตอนนี้ชาวบ้านในต่างจังหวัดต่างก็มีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจฐานราก  เช่น  เรื่องการท่องเที่ยวชุมชน  เกษตรอินทรีย์  โดย พอช.ก็จะสนับสนุนตามคลัสเตอร์หรือกลุ่มการผลิต  เพื่อช่วยให้เครือข่ายชุมชนเข็มแข็ง  ซึ่งชุมชนต่างๆ เหล่านี้ทั่วทุกภาค  ล้วนมีต้นทุนที่มหาศาล  รัฐบาลจึงต้องหันมามองที่เศรษฐกิจชุมชน   เพราะโลกเปลี่ยนไป  เราต้องหันมาพึ่งตนเอง  พึ่งเศรษฐกิจภายใน   ไม่ใช่เน้นการส่งออกหรือมุ่งเป็นประเทศอุตสาหกรรม  เพราะหากเรามีปัญหากับต่างประเทศ  เช่น  อียูก็จะห้ามส่งออกกุ้ง  ดังนั้นเราจึงต้องพึ่งเศรษฐกิจภายในเป็นหลัก”  ผอ.พอช.กล่าว

นอกจากนี้ ผอ.พอช.ยังกล่าวถึงบทบาทของนักสื่อสารชุมชนว่า  ขณะนี้รัฐบาลกำลังมีนโยบายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตามชายแดนทั่วประเทศ  ซึ่งเขตอุตสาหกรรมแบบนี้จะสร้างผลกระทบให้แก่ชุมชน  เช่น  เรื่องแหล่งน้ำ  แหล่งเพาะพันธุ์ปลาจะสูญหายไป  ดังนั้นนักสื่อสารชุมชนจะต้องจับเอาประเด็นเหล่านี้มาสื่อสารต่อสาธารณะว่าชาวบ้านจะได้รับผลกระทบอย่างไร หรือได้รับความเดือดร้อนจากนโยบายรัฐอย่างไร  โดยที่เราไม่ได้คัดค้านเขตเศรษฐกิจพิเศษ  แต่เราจะทำอย่างไรเพื่อดึงเขตเศรษฐกิจพิเศษมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฐานรากของชาวบ้าน  เช่น  การงดเว้นภาษีเศรษฐกิจฐานรากของชาวบ้านเหมือนกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ในช่วงสุดท้ายของการสัมมนาที่ประชุมได้ข้อตกลงในการจัดเตรียมงานในช่วงที่ 4 “ช่วงปล่อยของ” ซึ่งจะจัดประมาณเดือนสิงหาคม 2559 นี้   เพื่อนำเสนอผลงานที่ผ่านการแก้ไขปรับปรุงมาจัดทำเป็นชุดความรู้ “โครงการพัฒนาคุณภาพ  50 ตำบลเรียนรู้เศรษฐกิจและทุนชุมชน”    โดยอาจจัดทำในรูปแบบการรวบรวมผลงานเขียนของนักสื่อสารชุมชนผลิตออกมาเป็นหนังสือเล่ม  และการนำคลิปวีดิโอมาผลิตเป็นแผ่น DVD. เพื่อเผยแพร่ออกสู่สาธารณะต่อไป


234578
                                                                **************

โดย  สำนักสื่อสารการพัฒนา
แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter