playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

13576430_613819488786049_1557114290_n.jpg

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่นับวันจะชัดเจนขึ้นกับสังคม ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของความเข้าใจ      ที่เริ่มมีการพูดคุยและศึกษามากขึ้น ในส่วนของปรากฏการณ์ที่ชัดเจนในระยะหลัง ซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงในส่วนของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นความคลาดเคลื่อนของฤดูกาล ความถี่และความรุนแรงมากขึ้นของภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความผันผวนของอุณหภูมิ เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วมีผลกระทบกับคนและชุมชนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่เป็นชุมชนเกษตรกรรมและพึ่งพิงธรรมชาติเป็นหลัก จากนี้ไปการเรียนรู้นำไปสู่การตระหนักถึงการตั้งรับปรับตัวเพื่อลดความเสียหายและสร้างความมั่นคงในวิถีชีวิต รวมทั้งการลดการปล่อยเป็นแนวทางที่สำคัญ


hedsamed01.jpghedsamed03.jpg
          การแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือการแก้ปัญหาโลกร้อนนั้นมีความพยายามหลากหลายวิธี ที่ผ่านมาส่วนใหญ่คือการเรียกร้องให้ประเทศอุตสาหกรรม หรือประเทศขนาดใหญ่เป็นเจ้าภาพหลัก ในการแก้ปัญหา ทั้งที่จริงแล้วนั้นทุกภาคส่วนคือกลไกที่จะต้องร่วมแก้ปัญหาร่วมกัน ทั้งในส่วนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งต้องเป็นกิจกรรมที่เกิดรูปธรรมที่นำไปสู่การแก้ปัญหาและสร้างความยั่งยืน ที่ต้องมากกว่าการรณรงค์ปิดไฟหรือการใช้ถุงผ้าเท่านั้น การลดการปล่อยและการปรับตัวที่ทำในระดับครัวเรือนและชุมชนเป็นทิศทางที่สำคัญ เพื่อให้เกิดรูปธรรมการทำงานให้เกิดการตระหนักรู้ในระดับพื้นที่ ขยายแนวคิดในแนวราบสู่ชุมชนให้เต็มพื้นที่ ควบคู่กับการแก้ปัญหาระดับนโยบายและระดับนานาชาติ ที่เป็นภาระหลักของภาครัฐ


hedsamed04.jpg
          การพัฒนาแนวคิดเพื่อให้ชุมชนมีส่วนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับชุมชน การพัฒนาการลดการใช้พลังงานด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานในครัวเรือนที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิต ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่สีเขียวพื้นที่ดูดซับกักเก็บคาร์บอน ในรูปแบบการพัฒนาป่าชุมชน, ป่าธรรมชาติ, ที่สาธารณะรวมทั้งปลูกในครัวเรือนในรูปแบบป่าครอบครัว นอกจากเป็นการสร้างแหล่งกักเก็บคาร์บอนของชุมชนแล้ว ยังเป็นการแหล่งอาหารของครอบครัวส่วนหนึ่งและแหล่งอาหารของชุมชน และยังเป็นแหล่งกระจายพันธุกรรมท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาที่ทุกคนมีส่วนรับผิดชอบร่วมกันในระดับชุมชน ที่ได้ดำเนินกิจกรรมลดโลกร้อนที่คำนึงถึงวิถีชีวิตชุมชน

การสร้างพื้นที่สีเขียวในระดับชุมชนนั้น เป็นเรื่องสำคัญซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นรูปธรรม คนในชุมชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เช่น การดูแลป่าทั้งในส่วนของป่าธรรมชาติ ป่าชุมชนที่คนในชุมชนร่วมกันดูแล ดูแลป่าเพื่อให้เป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอนของชุมชน ผ่านการทำงานหลายรูปแบบทั้งในส่วนการปลูกต้นไม้ ทั้งไม้กินได้และไม้ใช้สอย ปลูกอย่างต่อเนื่องและเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมอย่างต่อเนื่องทุกปีในช่วงฤดูฝน รวมถึงการร่วมกันดูแลป่าที่ปลูกเพื่อป้องกันไฟป่าในฤดูแล้ง  คนในชุมชนร่วมกันทำแนวป้องกันไฟเป็นการป้องกันและลดความเสียหายที่อาจเกิดจากไฟป่าในพื้นที่สีเขียวที่ชุมชนดูแล  ก่อเกิดป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นพื้นที่สร้างความมั่นคงทางอาหาร และยังช่วยลดโลกร้อนที่มาจากความร่วมมือกันของคนในชุมชน เป็นอีกหนึ่งรูปธรรมที่ควรขยายแนวคิดสู่ชุมชนอื่นๆ เพื่อช่วยกันสร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อลดโลกร้อน กรณีชมรมพิทักษ์ธรรมชาติ(คนกับป่า) จังหวัดพิษณุโลก ครอบครัวสร้างโลกเย็นตำบลชมพู ร่วมกับหน่วยงาน ผู้นำท้องที่ผู้นำท้องถิ่น เด็กและเยาวชนในตำบล ร่วมกันปลูกป่าที่ป่าชุมชนบ้านน้ำปาด หมู่ที่ 2ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งจากการทำกิจกรรมเช่นนี้อย่างต่อเนื่องส่งผลให้คนในตำบลชมพูได้มีพื้นที่สีเขียวที่สมบูรณ์อยู่กับชุมชนและส่งต่อไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป

hedsamed05.jpg

จากการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในระดับชุมชน การตระหนักถึงการเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมและการสร้างแหล่งอาหารในระดับครัวเรือนในรูปแบบป่าครอบครัวก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในความพยายามสร้างการกิจกรรมการแก้ปัญหาโลกร้อน ที่ลงลึกไปถึงการตั้งรับปรับตัวในระดับครัวเรือนผ่านการขยายเครือข่าย “ครอบครัวสร้างโลกเย็นในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก” สมาชิกมีการพูดคุยกันถึงโลกที่เปลี่ยนไป การแสวงหาแนวทางในการอยู่กับโลกที่เปลี่ยนไป โดยการช่วยกันลงมือทำทันที มากกว่าการเรียกร้องให้ภาคส่วนอื่นๆแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียว ครอบครัวสร้างโลกเย็นเน้นการสร้างพื้นที่สีเขียวในระดับครัวเรือน การขยายแปลงปลูกไม้ การเพิ่มพันธุกรรมในแปลงให้มีความหลากหลายทั้งพืชกินได้และไม้ใช้สอย ซึ่งนอกจากแปลงในครัวเรือนตนเองแล้ว ยังมีการเพาะพันธุ์พืชไว้เพื่อแลกเปลี่ยนกันในเครือข่าย ทำให้เกิดการกระจายพันธุ์ที่ขยายพื้นที่ออกไป

ครอบครัวสร้างโลกเย็นที่นอกจากเน้นการพัฒนาป่าครอบครัวของตนเองแล้ว การสร้างพื้นที่สีเขียวในพื้นที่สาธารณะในชุมชนด้วยอีกทางหนึ่ง เช่น การปลูกต้นไม้บริเวณริมถนน ริมคลองสาธารณะ ที่สาธารณะของชุมชนที่มีทั้งปลูกพืชกินได้และไม้ยืนต้น ที่เป็นได้ทั้งแหล่งอาหาร การให้ร่มเงา การนำไม้ไปใช้ประโยชน์และเก็บแหล่งกักเก็บคาร์บอนของชุมชน กรณี บ้านตะโม่ หมู่ 5 ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก กลุ่มคนเขตชุ่มน้ำบึงตะเคร็งและสมาชิกครอบครัวสร้างโลกเย็นได้ร่วมกันปลูกต้นไม้หลายชนิด บริเวณริมคลองสาธารณะบ้านตะโม่ส่วนหนึ่ง และได้แบ่งต้นไม้ที่เหลือไปปลูกที่บ้านของตนเอง ซึ่งชนิดของพันธุ์ไม้จะมีความแตกต่างกันไปตามความต้องการของสมาชิกแต่ละคน หากต้นไม้นั้นโตขึ้นสามารถขยายพันธุ์ได้สมาชิกก็จะมีการนำมาแบ่งปันและแลกเปลี่ยนกับครอบครัวอื่นๆต่อไป

การสร้างความตระหนักและความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อแสวงหาทิศทางในการปรับตัว ทั้งในมิติการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่าควบคู่ไปกับการพัฒนารูปแบบและเครื่องมือในการตั้งรับปรับตัวในระดับครอบครัวและชุมชน นำไปสู่การสรุปบทเรียนเพื่อการวางแผนร่วมกันในชุมชน และอีกส่วนหนึ่งคือการนำชุดบทเรียน ชุดประสบการณ์ที่ได้เผยแพร่ให้กับสาธารณะไปเรียนรู้และขยายแนวคิด ขยายพื้นที่สีเขียวให้เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวนำไปสู่การลดโลกร้อนที่ทุกคนได้มีส่วนในการลงมือทำร่วมกัน

ปัจจัยที่เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การสร้างพื้นที่สีเขียวได้นั้น คือ ความร่วมมือและร่วมใจของคนในชุมชนที่ร่วมกัน “ลงมือทำทันที” จากความคิดความเชื่อที่ว่าอยากเห็นโลกเป็นอย่างไร เราก็ลงมือทำให้โลกเป็นเช่นนั้น ซึ่งนอกจากการลงมือทำในระดับชุมชนแล้วสมาชิกครอบครัวสร้างโลกเย็น ยังมีการร่วมพูดคุยถึงแนวทางแก้ปัญหาโลกร้อนในระดับนโยบาย เพื่อเท่าทันสถานการณ์และรวบรวมชุดข้อเสนอจากชุมชนเพื่อผลักดันไปสู่การยอมรับทางนโยบายต่อไป

โลกร้อนที่แม้จะเป็นปรากฎการณ์ขนาดใหญ่ที่สร้างผลกระทบให้กับคนทั่วโลก ซึ่งแน่นอนการแก้ปัญหาต้องใช้เครื่องมือ ทรัพยากรมหาศาล แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ากลไกหรือความร่วมมือในระดับชุมชนที่ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาโดยการลงมือทำจนก่อเกิดรูปธรรมในการแก้ปัญหาโลกร้อน เป็นกลไกสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการแก้ปัญหาในระยะยาว รวมถึงบทเรียนที่ได้จากการพัฒนารูปธรรมในระดับครอบครัวและชุมชนสามารถนำไปประยุกต์เพื่อสร้างแนวทางการตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของชุมชนได้ เพื่อศักยภาพในการอยู่กับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสมดุลและยั่งยืน บนฐานคิด “ครอบครัวสร้างโลกเย็น” จากการลงมือทำและพลังที่ยิ่งใหญ่ของชุมชน

 

นายณัฐวุฒิ   อุปปะ นักสื่อสารชุมชนจังหวัดพิษณุโลก : รายงาน

                                     

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter