playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

                                                                                  บทความโดย : สุวัฒน์  คงแป้น

 

2.jpg
          จังหวัดกระบี่ พังงา และภูเก็ต ในทางยุทธศาสตร์การพัฒนาทางเศรษฐกิจ ถือว่าเป็น “สามเหลี่ยมเพชร” เพราะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวสูงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีชายฝั่งทะเลที่สวยงาม และเหนือฝั่งขึ้นมาเป็นพื้นที่เชิงเขาที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ราคาที่ดินใน 3 จังหวัดนี้สูงเป็นอย่างมาก

          โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบี่ จังหวัดเล็กๆ ทางตอนใต้ของทะเลอันดามันเป็นแหล่งประมงที่สำคัญของภาคใต้ มีทะเลสวยหาดทรายขาว น้ำใส และยังประกอบไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น เกาะพีพี ลันตา เป็นต้น และยังเป็นแหล่งค้นพบลูกปัดโบราณอายุนับพันปี ที่อำเภอคลองท่อม ส่วนดินแดนเหนือทะเลขึ้นมา เป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันและยางพารา จึงทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของกระบี่อยู่ในเกณฑ์ดี แต่ความเจริญได้นำพากระแสบริโภคนิยมเข้าสู่ทุกชุมชนทุกหมู่บ้านไม่เว้นแม้แต่ชุมชนคนกระบี่ ซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม

4.jpg
ตำบลคลองเขม้า อำเภอเหนือคลอง ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากตัวเมืองกระบี่  ก็หนีไม่พ้นที่จะได้รับผลกระทบจากกระแสบริโภคนิยมเช่นกัน โดยตำบลคลองเขม้าประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตร ปลูกยางพารา ปาล์ม และประมงพื้นบ้าน มีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข แต่การพัฒนาประเทศแบบก้าวกระโดด ประชาชนติดค่านิยมบริโภค  ประกอบกับราคาผลผลิตยางและปาล์มตกต่ำ และขาดการวางแผนในการใช้จ่าย รวมทั้งขาดอาชีพเสริมนอกฤดูกาล ทำให้ประชาชนเป็นหนี้เพิ่มมากขึ้น สังเกตได้จากเมื่อ 2-3 ปี ที่ผ่านมาคนกระบี่ตกงานมากขึ้น ชาวบ้านคลองเขม้าที่เข้าไปทำงานในเมืองกระบี่ก็ต้องกลับบ้านเพราะตกงาน

          อย่างไรก็ดีในตำบลคลองเขม้าได้มีการรวมตัวเป็นองค์กรชุมชนในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันไม่ว่าจะเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชน กลุ่มอาชีพต่างๆ โดยกลุ่มเหล่านี้ได้ร่วมกันจดแจ้งจัดตั้งเป็นสภาองค์กรชุมชนตำบลคลองเขม้า เพื่อใช้เป็นเวทีกลางในการปรึกษาหารือและเวทีในการวางแผนแก้ไขปัญหาร่วมกันตลอดจนร่วมมือกับภาคีพัฒนาต่างๆ อย่างเป็นระบบ

          จากการพูดคุยและวิเคราะห์เบื้องต้นของแกนนำชุมชนและภาคีต่าง ๆ มีความเห็นร่วมกันให้มีการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้สอดคล้องกับแผนบริบทที่เป็นจริงในท้องถิ่น เพื่อให้ทุกภาคีขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไปในทิศทางเดียวกันจากนั้นก็มีการจัดทำฐานข้อมูลเศรษฐกิจและทุนชุมชนทั้งระบบ โดยมีการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลรายหมู่บ้าน ซึ่งก็ได้ข้อมูลที่สามารถบอกพิกัดกลุ่มอาชีพที่ผลิตสินค้าชุมชนเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลได้อย่างชัดเจน ในการลงพื้นที่ ยังได้ข้อมูลอื่นๆ ที่จะนำไปสู่การวางแผน เช่น ข้อมูลด้านที่ดิน กลุ่มประชากร การใช้น้ำ ฯลฯ

          เมื่อมีการจัดทำฐานข้อมูลแล้วก็นำไปสู่การส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนต่างๆ เพื่อใช้เป็นทุนในการหนุนเสริมกลุ่มอาชีพต่างๆ เป็นการใช้ทุนภายในโดยไม่ต้องหวังพึ่งแหล่งทุนจากภายนอก ซึ่งกิจกรรมหนึ่งที่ทุกภาคส่วนในตำบลร่วมกันทำอยู่ในขณะนี้คือ “การท่องเที่ยววิถีชุมชนสู่ตลาดฮาลาลคลองเขม้า”

          ทั้งนี้สืบเนื่องจากตำบลคลองเขม้าเป็นศูนย์กลางการเดินทางเป็นเส้นทางผ่านของตำบลใกล้เคียง มีตลาดนัดบ้านต้นทวยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่รายล้อมด้วยตำบลใกล้เคียง 4 ตำบล ในแต่ละเดือนมีประชากรเดินทางสัญจรผ่านไปผ่านมากว่า 20,000 คน ทำให้ตลาดนัดบ้านต้นทวยเป็นฐานอาชีพค้าขายที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างมาก แต่ตลาดยังไม่มีมาตรฐานและยังมีสินค้าจากโรงงานเข้ามาดึงเงินออกจากชุมชน เพื่อเป็นการรองรับการเจริญเติบโตของชุมชนในอนาคต ทำให้สภาองค์กรชุมชน กองทุนสวัสดิการชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ประชุมหารือเพื่อกำหนดทิศทางเศรษฐกิจชุมชนในอนาคตโดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือกับคนในตำบล ซึ่งมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคอยสนับสนุน

          ในการทำงานมีความชัดเจนร่วมกันว่าจะนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ควบคู่ไปกับภูมิปัญญาท้องถิ่นในการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดฮาลาลในตำบลที่สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามและการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้มีความตั้งใจว่าเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะกลายเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับที่ต่างๆ รวมทั้งยกระดับแนวคิด วิธีการและรูปแบบต่างๆ สู่การทำเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่นต่อไป

          หลังจากตกผลึกทางความคิดแล้ว ก็เริ่มดำเนินการโดยวางเป้าหมายหนึ่งปี ให้เกิด 1)การพัฒนาศักยภาพบุคลากรกลุ่มอาชีพในชุมชน ให้สามารถพัฒนาด้านการบริหารในรูปแบบตลาดฮาลาลการผลิตและการใช้ภาษาให้ได้มาตรฐานระดับอาเซียน เพื่อให้สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น 2)มีการจัดทำข้อมูลผู้บริโภคและเส้นทางสู่ตลาดฮาลาลให้ชัดเจนเป็นระบบ 3)ทำการท่องเที่ยวในวิถีชุมชนฮาลาลที่มีกติกาเพื่อนำเสนอเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่นอันเป็นการสร้างต้นแบบการบริหารจัดการการท่องเที่ยวและการตลาดวิถีชุมชนฮาลาลในอนาคต ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องดำเนินการโดยชุมชนเป็นแกนหลัก

1.jpg

          วันนี้ตลาดฮาลาลที่คลองเขม้า โดยการสนับสนุนงบประมาณให้นำไปจัดเวทีพูดคุยเพียงไม่มากจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช) ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน ซึ่งหากวิเคราะห์ถึงความสำเร็จจะพบปัจจัยที่น่าสนใจหลายประการ

1.          ใช้ประเด็นปัญหาร่วมเป็นเงื่อนไขสำคัญของการรวมตัวของคนในพื้นที่ โดยเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีกระบวนการสร้างความรู้ ความเข้าใจแบบมีส่วนร่วมแสดงให้เห็นข้อดีข้อเสียอย่างเป็นรูปธรรม  ประกอบกับการบริหารงานอย่างซื่อสัตย์  โปร่งใส และเห็นผลจริง ตามหลักการ “ทำให้เขารู้ ทำให้เขาเห็น และทำให้เขาได้  สู่ การพัฒนาจากฐานรากแบบมีส่วนร่วม”โดยเริ่มจากการรู้จักตนเอง การวิเคราะห์ตนเอง ทำให้เห็นปัญหา กระตุ้นให้คนในชุมชนเกิดการตื่นตัวรวมสร้างภาพอนาคตด้วยกัน เกิดกระบวนการ ร่วมตัดสินใจอย่างเท่าเทียมกัน เกิดแผนบูรณาการภายในชุมชน

2.          มีการใช้ทุนในชุมชนเป็นฐานในการจัดการปัญหาและขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน    มีเครือข่ายองค์กรชุมชนเป็นฐานในการขับเคลื่อนงาน อาทิเช่น กองทุนสวัสดิการชุมชน, กองทุนเศรษฐกิจและทุน,กองทุนหมู่บ้าน,กลุ่มออมทรัพย์ มีศูนย์การเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงทั้งตำบลมีระบบการจัดการฐานข้อมูลที่สามารถนำไปวางแผนเพื่อการพัฒนาตำบลเช่น การจัดการผลผลิต , การจัดการตลาด , ระบบสวัสดิการ มีแกนนำที่มีศักยภาพและภาคีหนุนเสริมทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง มีความหลากหลายทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

3.          มีผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีวิสัยทัศน์ มองเชิงโอกาสเห็นเป้าหมายระยะยาวทำงานแบบองค์รวม/เชื่อมโยงกัน   ต่อเนื่อง ไม่หยุดคิด   มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ เชื่อมั่นว่าชุมชนทำได้  พยายามทำเป็นแบบอย่าง  เปิดโอกาสและสร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้ผู้นำรุ่นใหม่เพื่อสานต่องานพัฒนา โดยเน้นกระบวนการแลกเปลี่ยนแนวราบ เน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงมากกว่าการอบรมให้ความรู้และมีการศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในพื้นที่อื่น

4.          การจัดความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างชุมชนกับหน่วยงาน ท้องถิ่น ท้องที่ และภาคีต่างๆ เป็นการร่วมผนึกพลังในพื้นที่ สนับสนุนและเอื้ออำนวยการขับเคลื่อน  การจัดการกับปัญหาและการพัฒนาพื้นที่อย่างรวดเร็ว  สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง มีการใช้กฎหมายสภาองค์กรชุมชนสร้างให้เกิดการยอมรับในสถานะขององค์กรชุมชน   บทบัญญัติของศาสนา  และข้อบัญญัติท้องถิ่น เกี่ยวกับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการที่ดิน การบริหารงบประมาณโดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน

5.          มีการต่อยอดโครงการต่างๆให้ขยายครอบคลุมกิจกรรมในตำบลอย่างทั่วถึง โดยใช้ฐานทรัพยากรที่มีอยู่  ไปหนุนเสริมการทำงานร่วมกันมีการบูรณาการทุนทั้งเงินและทุนมนุษย์ในชุมชน  โดยการประสานเชื่อมโยงกลุ่มต่างๆเข้าด้วยกัน  เพื่อช่วยเหลือและให้บริการคนทุกกลุ่มทุกระดับอย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ

นายรุ่งโรจน์  ตั้งหมั่น ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลคลองเขม้า บอกว่า “การก้าวเดินสู่เป้าหมาย ชุมชนจัดการตนเอง  โดยใช้กิจกรรมตลาดฮาลาลคลองเขม้าเดินทางมาได้มากกว่าครึ่งทางแล้ว เราไม่รีบเร่งแต่จะเดินอย่างมั่นคง มีปัญหาอยู่บ้างที่ต้องสร้างความเข้าใจกับคนในชุมชนให้เห็นเป้าหมายร่วมกันและต้องจัดการกับบางปัญหา เช่น การจัดระบบสินค้าใหม่ให้เป็นไปตามหลักตลาดฯลฯ”  นับเป็นความท้าทายของชาวตำบลคลองเขม้าที่ยังต้องร่วมกันก้าวเดินไปสู่อนาคตที่มั่นคงบนวิถีมุสลิมวิถีแห่งสันติสุขของทุกคน

3.jpg

หมายเหตุ : ข้อมูล : อนันต์  เขียวสด  นักวิชาการอิสระ





แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter