playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

60561.jpg

ละมอเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอนาโยง จ.ตรัง ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาบรรทัด จึงมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ชัดเจนว่าตำบลละมอมีผู้อยู่อาศัยมาไม่ต่ำกว่า 250 ปี ในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้มีการตั้งด่านเก็บอากรทางบกจากตรังที่จะไปเมืองอื่นๆอยู่หลายด่าน โดยทางการแต่งตั้งนายด่านและปลัดด่านรับผิดชอบเก็บอาการส่งเข้าคลังหลวงเป็นประจำทุกปี

60563.jpg

          มาในระยะหลังมีประชาชนเข้าไปจับจองที่ดินทำกิน จนกระทั้งในปี 2525 ทางการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า ทับที่ซึ่งชาวบ้านอาศัยโดยชาวบ้านไม่รู้เรื่องการประกาศเขตอุทยานมาก่อน มีการจับคุมชาวบ้านไปดำเนินคดี ชาวบ้านจึงรวมกลุ่มเรียกร้องสิทธิกลับคืนมา

          ไม่เพียงเรียกร้องสิทธิในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเท่านั้น แต่ชาวบ้านยังได้รวมตัวกันพัฒนาเพื่อแสดงให้เห็นว่าคนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างพึ่งพาโดยจัดตั้ง“กลุ่มรักษ์ป่า”ให้ความรู้และกระตุ้นจิตสำนักให้ชาวบ้านหวงแหนและร่วมกันดูแลธรรมชาติ จนทางราชการแต่งตั้งเป็น”หมู่บ้านรักษ์ป่าต้นน้ำ”มีกลุ่มราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่าและมีการดำเนินกิจกรรมดูแลป่าอย่างต่อเนื่อง

60564.jpg

          จนกระทั้งได้มีการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลละมอในปี 2555 เพื่อใช้เป็นเวทีกลางให้ชาวบ้านนำปัญหามาปรึกษาหารือกัน เพราะสภาองค์กรชุมชนเป็นองค์กรชุมชนที่ถูกต้องตามกฎหมายได้รับการยอมรับจากทุกภาคีรวมทั้งได้รับการยอมรับจากส่วนราชการ ทั้งนี้เพราะมาตรา21(2)แห่ง พรบ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 ระบุภารกิจที่ชัดเจนว่า”ส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกองค์กรชุมชน ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานของรัฐ ในการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมราชติ ที่จะเป็นประโยชน์ ต่อชุมชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน”ซึ่งตรงกับปัญหาที่ชาวบ้านประสบอยู่ในปัจจุบัน ทำให้การทำงานของชาวบ้านได้รับการยอมรับจากภาคีพัฒนาต่างๆและส่วนราชการมากขึ้น

          จากนั้นได้มีการสำรวจปัญหา พบว่าชาวบ้านร้อยละ 70 มีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เนื่องจากราชการมีการประกาศเขตป่าสงวนก็ดี ที่สาธารณะและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทับที่ซึ่งชาวบ้านอาศัยอยู่เดิม จึงนำไปสู่การจัดทำฐานข้อมูลด้วยเครื่องมือ GPS โดยการสนับสนุนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช.พร้อมระบุพิกัดในแผนที่ระวางทำให้ทราบข้อมูลการถือครองรายแปลง แสดงอาณาเขตที่ดินชาวบ้านได้อย่างชัดเจน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้หน่วยงานท้องถิ่นยอมรับและออกหนังสือรับรองแสดงที่ดินทำกินให้กับชาวบ้าน โดยในหนังสือดังกล่าวมีการลงนามรับรองร่วมกันระหว่างประธานสภาองค์กรชุมชนตำบล และนายกองค์กรการบริหารส่วนตำบลละมอในปี 2557

60565.jpg

ทุกวันนี้สภาองค์กรชุมชนตำบลละมอได้มีการเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่อง เช่น จัดกิจกรรมบวชป่า กิจกรรมเฝ้าระวัง ฯลฯ รวมทั้งได้มีการเชื่อมร้อยกับองค์กรชุมชนพื้นที่อื่นๆ บริเวณเทือกเขาบรรทัดทั้งในจังหวัดตรังและพัทลุงซึ่งไม่เพียงขับเคลื่อนงานเรื่องการแก้ปัญหาทีดินทำกินและมี่อยู่อาศัยอย่างเดียว แต่ยังทำกิจกรรมอื่นๆควบคู่กันไปเช่น การจัดตั้งกองทุนที่ดิน การพัฒนาศักยภาพแกนนำ การจัดทำผังตำบลเป็นต้น

แต่จากภัยแล้งในปี 2558 ที่ผ่านมาประชาชนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงไม่เว้นแม้ พื้นที่ป่าต้นน้ำอย่างบ้านตะเหมก ต.ละมอ โดย นายอานนท์ สีเพ็ญ แกนนำชุมชนบ้านตะเหมกเปรยให้ฟังว่า หน้าแล้งที่ผ่านมาพวกเราเป็นคนต้นน้ำ เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำแต่ต้องซื้อน้ำกินน้ำใช้ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ต้องกลับมาคิดว่าจะต้องร่วมกันแก้ปัญญาภัยแล้งและต้องเป็นการแก้อย่างยั่งยืน

60562.jpg

บ้านตะเหมกหมู่ที่ 9 ตำบลละมอ เป็นพื้นที่ต้นน้ำเป็นจุดกำเนิดของห้วยต้นแซะ ซึ่งห้วยแห่งนี้เป็นต้นกำหนดของคลองนางน้อยที่ไหลผ่านพื้นที่ราบที่ใหญ่และอุดมสมบรูณ์ที่สุดของจังหวัดตรัง เป็นพื้นที่ทำนาและการเกษตรอื่นๆหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนมาหลายชั่วชีวิตคน แต่ปัจจุบันบ้านตะเหมกซึ่งหมายถึงพื้นที่ที่สูงเสียดเมฆเป็นแหล่งผลิตน้ำให้กับคนในที่ราบแต่กลับไม่มีน้ำใช้ การจัดการน้ำจึงเป็นภารกิจที่ทุกคนให้ความสำคัญ

“การแก้ปัญหาเบื้องต้น เราได้จัดทำประปาภูเขาเพราะมีน้ำซึมอยู่ตลอดเวลา หาท่อประปาต่อน้ำจากตาน้ำข้างบนเก็บไว้ในแท้งน้ำ เพื่อจ่ายให้กับชาวบ้าน ซึ่งน้ำเหล่านี้เมื่อก่อนเราไม่เคยเห็นคุณค่า แต่พอประสบกับภัยแล้งทำให้ทุกคนหันมาให้ความสำคัญโดยในอนาคตอันใกล้จะขยายไปสู่การร่วมกันทำฝายมีชีวิตให้ครอบคลุมทุกสายน้ำเล็กๆซึ่งมีอยู่จำนวนมากในพื้นที่และให้ความรู้แก่ชาวบ้านว่าที่น้ำซึมไหลอยู่ตลอดเวลา เพราะเรามีป่าไม้ช่วยซับน้ำไว้ทำให้เรามีน้ำใช้ ซึ่งเมื่อชาวบ้านเห็นเช่นนี้ก็จะช่วยกันดูแลป่าไม้เอาไว้

นายอานนท์ สีเพ็ญ ให้ความเห็นต่ออีกว่า เรื่องเล็กน้อยๆอย่างการใช้น้ำจากประปาภูเขา แต่ทำให้ชาวบ้านมีความเข้าใจถึงประโยชน์ของป่านำไปสู่การร่วมกันดูแลป่าได้อย่างแท้จริง ซึ่งแนวคิดนี้จะขยายให้ครอบคลุมทั้งตำบล โดยใช้พื้นที่ตะเหมกเป็นแหล่งเรียนรู้และขยายผลโดยจะไม่ทำเฉพาะเรื่องการจัดการน้ำเท่านั้น แต่จะทำทั้งระบบได้แก่ การจัดการเรื่องที่ดินซึ่งทำมาแล้ว การจัดการน้ำ การเกษตรกรรมยั่งยืน โดยใช้แนวคิด”เรียนรู้วิถีเหมกบรรพกาล”เป็นแนวทางนั่นคือการอยู่กับธรรมชาติอย่างพึ่งพาและดูแลซึ่งกันและกัน

          “เราทำโดยไม่ต้องรบกวนงบประมาณจากทางราชการเลยแม้แต่บทเดียว แต่จะจัดงานเลี้ยงน้ำชาเพื่อหาทุน หรือไม่ก็ขอบริจาควัสดุ ที่เขาไม่ใช้แล้วมาซ่อมแซมซึ่งก็ใช้งานได้ดี อนาคตน่าจะมีค่าบำรุงจากชาวบ้านที่ใช้น้ำบ้าง เพื่อเป็นทุนในการทำงานต่อไป”

60566.jpg
          เพื่อทำให้แนวคิดเป็นรูปธรรมในการอยู่ร่วมกันกับป่าอย่างยั่งยืนและพึ่งพาโดยใช้บ้านตะเหมกเป็นพื้นที่นำร่อง ซึ่งขณะนี้นอกจากจะมีระบบการจัดการน้ำ ที่ดิน แล้วยังมีการจัดทำแปลงสาธิตด้านการเกษตรที่เป็นพืชอาหารให้ทุกคนได้เรียนรู้รวมทั้งพันธุ์ไม้ยืนต้นนานาพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม้พื้นถิ่น มีการเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ที่สร้างโอกาสให้กับนักศึกษาต่างชาติและประชาชนได้มาทำกิจกรรม และพักแรมเรียนรู้กับธรรมชาติ ซึ่งสิ่งเหล้านี้ จะเชื่อมโยงไปสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่สมบรูณ์ในอนาคต

          นายเดชรัฐ สิมสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังซึ่งเดินทางมาเป็นประธานในการเปิดศูนย์ตะเหมกบอกว่าตนเป็นราชการจึงต้องทำความนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐ แต่ก็ได้ทราบอยู่ว่าที่นี่ชาวบ้านอยู่มาก่อน มีการทำกิจกรรมมากมายเพื่อให้คนอยู่กับป่าได้ มีอาสาสมัครรักษาป่าและเมื่อได้มาสัมผัสด้วยตัวเองในวันนี้ก็จะสนับสนุนในสิ่งที่ชาวบ้านทำอย่างเต็มที่ และการเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ก็จะทำให้ความรู้ขยายออกไป เป็นผลดีต่อสังคม

          วันนี้ ตำบลละมอถือได้ว่าเป็นตำบลจัดการตนเองโดยคนในท้องถิ่น คงไม่มีวิถีใดที่จะมั่นคงเท่ากับวิถีคนในท้องถิ่นร่วมกันกำหนดอนาคตของตนเอง ซึ่งละมอ-ตะเหมกกำลังเดินบนเส้นทางนี้ ท่ามกลางการเรียนรู้และพัฒนาอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

60567.jpg

60560.jpg

รายงานโดย : สุวัฒน์ คงแป้น    

     

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter