playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
11111111.jpg

อ.แกลง  จ.ระยอง/ สภาองค์กรชุมชนตำบลทางเกวียนร่วมกับเทศบาลตำบลปากน้ำประแสเตรียมผลักดันการทำธุรกิจท่องเที่ยวชุมชนครบวงจรสนองนโยบายประชารัฐ  โดยจะชวนตำบลที่อยู่รอบแม่น้ำประแสมาเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว ชูของดีของแต่ละตำบล  เช่น  การท่องเที่ยวตามรอยเส้นทางเดินทัพของพระจ้าตาก  โบสถ์เก่าอายุกว่า 200 ปี  บ้านไม้โบราณ  ชุมชนชายทะเล  “ทุ่งโปรงทอง” ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์  อาหารและสมุนไพรท้องถิ่น  ล่องเรือชมวิถีชีวิตคนลุ่มน้ำประแส  ฯลฯ  หวังสร้างรายได้และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน                                                                                                     
ตามที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ   โดยเน้นการส่งเสริมด้านการเกษตร  การแปรรูป  และการท่องเที่ยวโดยชุมชนตามลักษณะกลุ่มงานหรือพื้นที่ (Cluster)  โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้รับงบประมาณจำนวน 37 ล้านบาทเศษ  เพื่อดำเนินงานสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตั้งแต่ต้นปี 2559 ที่ผ่านมา  โดยมีการจัดเวทีสร้างความเข้าใจในระดับภาคและระดับชาติไปแล้วหลายครั้ง  ทำให้ขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเกิดความตื่นตัวและขานรับต่อนโยบายดังกล่าว  เช่นที่ อ.แกลง  จ.ระยอง  แกนนำในแต่ละตำบลได้มีการปรึกษาหารือกันเพื่อจะจัดทำแผนงานการท่องเที่ยวชุมชนให้เชื่อมโยงและสนับสนุนกัน

222222222222222.jpg

3333333333333333.jpg

“แกลงโมเดล” เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวชุมชนทั้งอำเภอ 

นางณัฏฐ์ธัญศา  เจริญวงศ์  ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลทางเกวียน  อ.แกลง  จ.ระยอง  กล่าวว่า   ตำบลทางเกวียนได้ใช้เวทีสภาองค์กรชุมชนฯ จัดประชุมชาวบ้านทุกวันที่ 19 ของเดือน  เพื่อเป็นเวทีเสนอความคิดเห็นและแนวทางการพัฒนาชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง  โดยล่าสุดที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลทางเกวียนได้เห็นชอบให้จัดทำโครงการ “ท่องเที่ยวชุมชนบนวิถีไทย”  เพราะในตำบลทางเกวียนมีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนอยู่หลายหมู่บ้าน  เช่น  ที่หมู่ 1 บ้านหนองน้ำขาว  มีหนองน้ำพื้นที่ประมาณ 100 ไร่  มีสภาพร่มรื่นสามารถพัฒนาเป็นสถานที่พักผ่อนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพราะอยู่ใกล้กับถนนเลี่ยงเมืองที่กำลังก่อสร้าง  มีพระพุทธรูปจำนวนมากที่แกะสลักจากไม้กันเกราและมีความสวยงามประดิษฐานอยู่ที่วัดหนองกันเกรา  มีโบสถ์เก่าอายุกว่า 200 ปี  มีศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินที่วัดราชบัลลังก์  ซึ่งเคยเป็นจุดพักรวมพลก่อนยกทัพเข้าตีเมืองจันทน์ 

“นอกจากนี้ก็ยังมีสินค้าจากชุมชนอีกหลายอย่าง  เช่น  เสื้อผ้าบาติกที่ตัดเย็บโดยกลุ่มแม่บ้าน  หมวกใบลาน  กล้วยน้ำว้า 3 น้ำ (น้ำจืด  น้ำเค็ม  น้ำกร่อย)  มีรสชาติหวานอร่อยกว่ากล้วยน้ำว้าทั่วไป  มีกะปิ  น้ำปลา  ปลาเค็ม  ไข่เค็ม  อาหารทะเลสดๆ ทุเรียนทอด  ขนมเปี๊ยะ  ข้าวอินทรีย์   น้ำสมุนไพรจากลูกลำแพน  ผักกระชับซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของตลาดและมีการเพาะปลูกอยู่ที่ตำบลทางเกวียนเพียงแห่งเดียว  ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวและสินค้าชุมชนต่างๆ เหล่านี้เราจะนำมาเชื่อมโยงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับตำบลอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงและอยู่บนลุ่มน้ำประแส  เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนร่วมกันในเร็วๆ นี้”  ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลทางเกวียนกล่าว

444444444444_resize.JPG



นางนันทา  บุญช่วยเหลือ  ปลัดเทศบาลตำบลปากน้ำประแส  กล่าวว่า  เทศบาลตำบลปากน้ำประแสเริ่มทำงานร่วมกับสภาองค์กรชุมชนตำบลทางเกวียนโดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน  เช่น  มีการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวทางเรือเพื่อศึกษาธรรมชาติและวิถีชีวิตชุมชนคนลุ่มน้ำประแส  โดยเริ่มจากหมู่ที่ 6  บ้านทะเลน้อย  ตำบลทางเกวียน  เพื่อดูการปลูกผักกระชับ  ดูโบสถ์เก่าอายุกว่า 200 ปีที่วัดราชบัลลังก์  และสักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน  หลังจากนั้นจึงล่องเรือชมธรรมชาติแม่น้ำประแส  แล้วมาขึ้นเรือที่ปากแม่น้ำประแสซึ่งเป็นชุมชนประมงเก่าแก่  เที่ยวชมบ้านไม้เก่าในเขตเทศบาลตำบลปากน้ำประแส  แล้วไปเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ “ทุ่งโปรงทอง”  ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร  ซึ่งเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นโปรง  โกงกาง  แสม  ลำพู  และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน  นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถขี่จักรยานเที่ยวชมชุมชนเลียบชายทะเลได้ด้วย

“เมื่อก่อนชาวบ้านที่ปากน้ำประแสส่วนใหญ่จะมีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการประมง  แต่เมื่อเกิดปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาเรื่องแรงงานเทศบาลจึงสนับสนุนเรื่องท่องเที่ยวชุมชนเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้ทดแทน  เช่น  สนับสนุนชุมชนให้ร่วมกันจัดงาน ‘ถนนคนเดิน  บ้านเก่าริมน้ำประแส’  เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนและชิมอาหารพื้นบ้าน  อาหารทะเล  โดยงานนี้ได้จัดขึ้นมานานประมาณ 10 ปีแล้ว  ปัจจุบันจะจัดทุกวันศุกร์  เสาร์  และอาทิตย์ของทุกต้นเดือน  ซึ่งผลจากการจัดงานถนนคนเดินมาอย่างต่อเนื่องทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่ปากน้ำประแสในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์  ประมาณ 10,000 คน  หากเป็นวันหยุดเทศกาลก็จะมีนักท่องเที่ยวมากขึ้นอีก  ทำให้เกิดธุรกิจโฮมสเตย์ซึ่งเป็นของชุมชนเกิดขึ้นเกือบ 20 ราย  สร้างรายได้และสร้างงานให้ชุมชนได้เป็นอย่างดี”  ปลัดเทศบาลตำบลปากน้ำประแสกล่าว

นายอริยธัช  ขวัญเมือง กองเลขานุการขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดระยอง  กล่าวว่า  ขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดระยองจะร่วมขับเคลื่อนนโยบายประชารัฐเศรษฐกิจฐานรากในกลุ่มคลัสเตอร์เกษตรอินทรีย์และการท่องเที่ยวชุมชน  โดยเฉพาะการท่องเที่ยวชุมชนนั้นจะร่วมกับสภาองค์กรชุมชนตำบลและเทศบาลตำบลต่างๆ ที่อยู่ในลุ่มน้ำประแส  เช่น  ตำบลทางเกวียน  ทุ่งควายกิน  เนินฆ้อ  ปากน้ำประแส  ฯลฯ จัดประชุมภายในเดือนกรกฎาคมนี้  เพื่อวางแผนงานการท่องเที่ยวชุมชนร่วมกัน   โดยจะเน้นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และวัฒนธรรม  นำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์  เช่น  เส้นทางเดินทัพของพระเจ้าตากผ่านเมืองแกลงเพื่อเข้าตีเมืองจันทบุรี   รวมทั้งรวบรวมข้อมูลประวัติการก่อตั้งชุมชนเพื่อให้เกิดการศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชุมชนท้องถิ่น 

“หลังจากที่ได้ข้อมูลมาแล้ว  เราจะนำมาผลิตเป็นสื่อ  เช่น  จัดทำเป็นคลิปวิดีโออัฟโหลดลงในยูทูปเพื่อแนะนำแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในอำเภอแกลง   ผลิตโบชัวร์หรือแผ่นพับเพื่อแนะนำโปรแกรมการท่องเที่ยวชุมชน  โดยจะนำแผ่นพับไปวางแจกนักท่องเที่ยวตามโรงแรมหรือรีสอร์ทต่างๆ ในจังหวัดระยอง  เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับข้อมูลและมีทางเลือกในการท่องเที่ยวมากขึ้น  นอกจากนี้ก็จะต้องเพิ่มช่องทางการขายสินค้าชุมชนผ่านทางสื่อออนไลน์  เช่น  การขายกุ้ง  ปูทะเล  ปลาทะเลสด  โดยการบรรจุกล่องโฟมแช่เย็นส่งทางรถทัวร์  เพื่อให้ชาวบ้านขายอาหารทะเลได้ตามราคาตลาดให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง  ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง  ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้จะทำให้ชาวบ้านและชุมชนได้รับประโยชน์จากการขายสินค้าและบริการมากขึ้น”  นายอริยธัชยกตัวอย่าง

555555.JPG

666666.JPG

7777777.jpg

“ผักกระชับ-น้ำลำแพน-ชาใบขลู่”  และเส้นทางเดินทัพพระเจ้าตากสิน   ตัวอย่างการสร้างสินค้าและอัตลักษณ์ชุมชนคนเมืองแกลง

อำเภอแกลงมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล  ขณะเดียวกันก็มีแม่น้ำประแสซึ่งมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาชะเมาไหลผ่านพื้นที่หลายตำบล  ก่อนจะไหลลงสู่ทะเลที่ปากน้ำประแส  สภาพภูมินิเวศน์ชายฝั่งจึงประกอบไปด้วยพื้นที่น้ำจืด  น้ำกร่อย  และน้ำเค็ม  ดังนั้นพื้นที่แถบนี้จึงสามารถทำนาปลูกข้าวได้   ผลพลอยได้จากการทำนาก็คือจะมีพืชชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกกว่า “กระชับ” (ออกเสียงตามสำเนียงคนระยองว่า “กระฉับ” ) เกิดขึ้นในท้องนา  ผักกระชับนี้ชาวบ้านจะนิยมเอาต้นอ่อนมาใส่ในแกงส้ม  กินกับน้ำพริก  หรือนำมายำ  ทำเป็นอาหารได้หลายอย่าง  ต้นอ่อนของผักกระชับจะมีลักษณะคล้ายกับต้นอ่อนของทานตะวันและจัดเป็นพืชตระกูลเดียวกัน  เมื่อก่อนผักกระชับจะไม่มีราคาค่างวด  แต่ปัจจุบันมีการเพาะต้นอ่อนของผักกระชับออกจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 120-150 บาท (ตามแต่ฤดูกาล)  โดยเฉพาะที่หมู่ที่ 6 บ้านทะเลน้อย  ต.ทางเกวียน  มีชาวบ้านประกอบอาชีพนี้ประมาณ  13  ราย  สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าครัวเรือนละ 20,000-30,000 บาท/เดือน


8888888888.JPG

นายประสาน  ถวิล  เกษตรกรบ้านทะเลน้อย  เล่าว่า  ผักกระชับจะเกิดขึ้นในทุ่งนาหลังการเกี่ยวข้าวแล้ว  เมื่อเมล็ดกระชับแก่ก็จะร่วงลงในนาและงอกขึ้นมาเป็นต้นอ่อน  ชาวบ้านก็จะถอนเอาไปทำอาหาร  เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้วมีชาวบ้านรายหนึ่งนำเมล็ดกระชับแก่ไปลองเพาะต้นอ่อนเพื่อจะได้มีผักกระชับกินตลอดปี  ไม่ต้องรอตามฤดูกาล  หลังจากนั้นจึงมีชาวบ้านรายอื่นๆ ลองเพาะดูบ้าง  แต่ก็ยังไม่ได้ทำเป็นอาชีพเพราะตลาดยังไม่กว้าง  ยังไม่มีคนรู้จัก  แต่เมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้วผักกระชับเริ่มได้รับความนิยม  เพราะต้นอ่อนมีความกรอบอร่อย  รสชาติหวาน  มีกลิ่นหอม   เพราะผืนดินที่นี่อยู่ในเขตน้ำกร่อย   ซึ่งผักกระชับจะเจริญเติบโตได้ดี  แตกต่างจากผักกระชับที่เกิดขึ้นในภาคอื่นๆ ที่มีรสขม (ภาคเหนือเรียกว่า “หญ้าผมยุ่ง” ทางราชบุรีเรียกว่า “ผักขี้ครอก”)  ชาวบ้านหลายครอบครัวในบ้านทะเลน้อยจึงเริ่มเพาะผักกระชับขาย

“ผมเริ่มเพาะขายเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนี้มีบ่อแช่เมล็ดกระชับ 10 บ่อ  มีแปลงเพาะ  10 แปลง  ใช้พื้นที่รอบบ้านนั่นเอง  โดยจะนำเมล็ดกระชับแก่จากในนามาตากแดดให้แห้ง  แล้วเอาไปแช่ในบ่อซีเมนต์นานประมาณ 70 วัน  เพื่อให้เมล็ดกระชับพร้อมที่จะงอก  หลังจากนั้นจะเอาเมล็ดกระชับไปเพาะลงแปลงในที่ร่ม  ใช้เวลาประมาณ 8  วันก็จะถอนต้นอ่อนผักกระชับเอาไปขายส่งในตลาด  ช่วงนี้ขายได้กิโลฯ ละ 120 บาท  หากเป็นช่วงแล้งราคาขายส่งประมาณ 150 บาท  วันหนึ่งจะถอนผักกระชับขายได้ประมาณ 7 กิโลฯ  และเก็บขายได้ตลอดทั้งปี”  นายประสานเล่าอาชีพปลูกผักกระชับที่ทำรายได้ให้ครอบครัวเดือนหนึ่งประมาณ  30,000 บาท

99999.JPG

ปัจจุบันผักกระชับเป็นที่ต้องการของตลาดในท้องถิ่น  โดยเฉพาะร้านอาหารริมทะเล   รีสอร์ท  และแหล่งเรียนรู้ศึกษาดูงานที่บ้านจำรุงต่างก็สั่งผักกระชับไปทำเป็นเมนูเด็ด  เช่น  แกงส้มปลากะพงหรือกุ้งใส่ผักกระชับ  ยำทะเลผักกระชับ  ผักกระชับสดกินกับน้ำพริกกะปิและปลาทูทอด  ผักกระชับผัดน้ำมันหอย  ฯลฯ  ทั้งนี้นอกจากรสชาติของผักกระชับที่อร่อย  หากินไม่ได้ทั่วไป  และคำบอกเล่าแบบปากต่อปากในทำนองว่า  “จะช่วยให้อวัยวะบางส่วนของผู้หญิงกระชับเหมือนชื่อผัก”  จึงทำให้ผักกระชับกลายเป็นรายการอาหารที่ผู้มาเยือนเมืองแกลงไม่พลาดที่จะต้องลิ้มลอง

(อย่างไรก็ตาม  จากข้อมูลของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี  ซึ่งศึกษาเรื่องสมุนไพรพื้นบ้าน  ระบุว่ายังไม่พบการรายงานว่าผักกระชับมีสรรพคุณตามคำบอกเล่าดังกล่าว  ส่วนสรรพคุณดั้งเดิมนั้น  ชาวบ้านจะถอนทั้งรากมาต้มอาบเพื่อแก้พิษผื่นแพ้  ผิวหนังอักเสบ  และเอามาต้มกินในกรณีไซนัสอักเสบ นอกนั้นยังแก้อาการปวดฟันได้)

นอกจากผักกระชับที่เคยเป็นวัชพืชไร้ค่าอยู่ในท้องนาแต่ปัจจุบันกลายเป็นเมนูของนักท่องเที่ยวแล้ว  ปัจจุบันพืชท้องถิ่นที่เกิดขึ้นเองตามป่าชายเลน  เช่น  ลำแพน  และขลู่   ได้กลายมาเป็นสินค้าที่กลุ่มชาวบ้านในอำเภอแกลงได้ร่วมกันผลิตออกมาจำหน่ายในรูปแบบของ “น้ำลำแพน”, “น้ำใบขลู่”  และ “ชาใบขลู่”  และมีแผนงานที่จะพัฒนาให้เป็นสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างเช่นเดียวกับ “ลูกสำรอง” สมุนไพรท้องถิ่นของจังหวัดจันทบุรี  ซึ่งปัจจุบันมีการผลิตน้ำสำรองบรรจุกระป๋องวางจำหน่ายทั่วประเทศ

1000.jpg



นางนันทา  บุญช่วยเหลือ  ปลัดเทศบาลตำบลปากน้ำประแส  กล่าวว่า  เทศบาลตำบลปากน้ำประแสสนับสนุนให้กลุ่มแม่บ้านจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขึ้นมาเพื่อนำใบขลู่มาผลิตเป็นชา  ซึ่งมีทั้งในรูปแบบของใบชาคั่วตากแห้งต้มเอาน้ำดื่ม  และใบชาผงบรรจุซองแบบชาฝรั่งชงกับน้ำร้อน  มีสรรพคุณมากมาย  เช่น  ขับปัสสาวะ  ลดเบาหวาน  ลดความดันโลหิต  ลดไขมันในเส้นเลือด  แก้กษัย  บำรุงร่างกาย  ฯลฯ  โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์  นอกจากนี้ก็ยังผลิตน้ำชาใบขลู่บรรจุขวดพร้อมดื่มมีรสชาติหวานออกจำหน่ายด้วย  โดยผลิตภัณฑ์จากใบชาขลู่จะวางจำหน่ายในชุมชนและประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์ของเทศบาลตำบลปากน้ำประแส (www.prasae.com และwww.prasaetour.com)

111115.jpg

ส่วน “น้ำลูกลำแพน” เป็นสินค้าชุมชนจากบ้านพลงช้างเผือก  ต.ทางเกวียน  มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน  คล้ายน้ำบ๊วย  ซึ่งต้นลำแพนจะขึ้นตามป่าชายเลน  ผลมีสีเขียว  รสชาติเปรี้ยว  ชาวบ้านนิยมเอาลูกลำแพนมาตำน้ำพริก  ส่วนการทำน้ำลูกลำแพนพร้อมดื่มจะต้องนำลูกลำแพนมาปั่นกับน้ำเปล่าจนละเอียด  กรองเอาแต่น้ำ  นำไปต้มให้เดือดแล้วปรุงรสใส่น้ำตาลและเกลือ  โดยลูกลำแพนมีสรรพคุณทางยา หากตำลูกลำแพนให้ละเอียดแล้วพอกบริเวณที่ปวดจะช่วยลดอาการปวด  ลดบวม  เคล็ดขัดยอก  หรือนำลูกลำแพนมาตำแล้วคั้นน้ำดื่ม  จะช่วยขับพยาธิ   แก้ท้องผูก  ฯลฯ  ซึ่งน้ำลูกลำแพนถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ธรรมดา  เพราะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้นำไปเป็นเมนูเครื่องดื่มในการประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงปลายเดือนตุลาคม  2557 ที่ทำเนียบรัฐบาลมาแล้ว


12.JPG

13_resize.JPG

นอกจากพืชผักและสมุนไพรพื้นบ้านดังที่กล่าวไปแล้ว  อำเภอแกลงยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์การกู้ชาติของพระเจ้าตากสิน  โดยมีหลักฐานสำคัญอยู่ที่ “วัดราชบัลลังก์”  บ้านทะเลน้อย  ต.ทางเกวียน  มีโบสถ์และเจดีย์โบราณอายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี  รูปทรงเป็นแบบอยุธยาตอนปลาย  ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว  ภายในวัดยังมีศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน  มีราชบัลลังก์จำลอง (ของจริงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  กรุงเทพฯ)  มีพระพุทธรูปที่สร้างด้วยหวายแล้วฉาบปูนปิดทอง  ชาวบ้านเชื่อกันว่าที่วัดแห่งนี้เคยเป็นจุดพักรวมพลของพระเจ้าตากก่อนที่จะยกทัพเข้าตีเมืองจันทบุรีเพื่อรวบรวมพลเข้ากู้เอกราชคืนจากพม่าจนสำเร็จในปี  2310 นั้นเอง  ภายหลังที่พระเจ้าตากสินได้ขึ้นครองราชบัลลังก์แล้วจึงได้ทำนุบำรุงวัดแห่งนี้  มีการสร้างเจดีย์เพื่อบรรจุอัฐิของทหารที่เสียชีวิต  สร้างพระประธานหวาย  แต่เมื่อสิ้นรัชสมัยของพระองค์ในปี 2325   วัดแห่งนี้จึงถูกปล่อยให้ชำรุดทรุดโรม  หลักฐานและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ที่วัดแห่งจึงเลือนหายไปด้วย

อย่างไรก็ตาม  นอกจากประวัติศาสตร์เส้นทางเดินทัพของพระจ้าตากที่ตำบลทางเกวียนแล้ว   ที่เทศบาลตำบลปากน้ำประแสยังมีประเพณี “ทอดผ้าป่ากลางน้ำ” ซึ่งชาวบ้านได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 100 ปีแล้ว  ถือเป็นประเพณีท้องถิ่นที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย  ด้วยสภาพชุมชนและวิถีชีวิตของชาวบ้านที่หากินกับทะเลและปากแม่น้ำ  โดยใช้เรือเป็นพาหนะที่สำคัญ   เมื่อมีงานบุญ  งานกุศล  ก็จะมีขบวนแห่เรือทางน้ำ  ซึ่งการทอดผ้าป่าก็จะมีการสร้างแพผ้าป่ากลางน้ำแล้วนิมนตร์พระสงฆ์มาทำพิธี  ประเพณีนี้จะจัดขึ้นในวันเพ็ญเดือนสิบสองซึ่งตรงกับวันลอยกระทง  ปัจจุบันเพื่อความบันเทิงและความสนุกสนานจึงจัดให้มีการละเล่นต่างๆ ด้วย  เช่น  การชกมวยทะเล  แข่งพายเรือ  ว่ายน้ำ   ประกวดการแต่งเรือ  การแสดงดนตรี  ฯลฯ  โดยในปีนี้เทศบาลตำบลปากน้ำประแสจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เช่น  การท่องเที่ยวแห่งประเทศช่วยกันประชาสัมพันธ์ประเพณีทอดผ้าป่ากลางน้ำให้เป็นที่รู้จักมากกว่าเดิม

14.jpg

ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างการนำผลิตภัณฑ์หรือสินค้าจากชุมชน  รวมทั้งประวัติศาสตร์และประเพณีของท้องถิ่นของคนอำเภอแกลงมาเชื่อมโยงกันเพื่อสร้างเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นสนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน  ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาลที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

 โดยหากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง  ทั้งภาคเอกชน  เช่น  โรงแรม  รีสอร์ท  หอการค้า  และภาครัฐ  เช่น  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  มหาวิทยาลัย  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  รวมทั้งภาคประชาชน   เช่น  กลุ่มอาชีพ  กลุ่มชาวบ้าน  สภาองค์กรชุมชน  ฯลฯ  มาร่วมกันพัฒนาสินค้า  สร้างองค์ความรู้  สร้างช่องทางการตลาดและการสื่อสาร  เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าและแหล่งท่องเที่ยว  ตลอดจนการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ  ก็จะช่วยให้เป้าหมายการสร้างรายได้และสร้างความสุขให้แก่ประชาชนและชุมชนตามนโยบายประชารัฐเป็นจริงขึ้นมาในเร็ววันนี้ !!

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter