playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 

13866540_1181512121906045_709062141_n.jpg

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2559    ณ อาคารคชสารศูนย์บูรณาการเรียนรู้และนันทนาการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดงานสมัชชาขบวนองค์กรชุมชน จังหวัดเชียงรายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๙  โดยนายประจญ  ปรัชญ์สกุล  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธานกล่าวเปิดงานสมัชชาฯ  นับเป็นการสานพลังขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงราย  กับการจัดการตนเองและขับเคลื่อนสังคมท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย ผ่านกระบวนการขับเคลื่อนเน้นการบรูณาการความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน  มีผู้เข้าร่วม ๒๕๐ คน ที่มากจาก ขบวนเครือข่ายองค์กรชุมชนในจังหวัดเชียงราย  เช่น สภาองค์กรชุมชนตำบล ๕๒ ตำบล กองทุนสวัสดิการชุมชนฯ ๙๖  เครือข่ายปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงราย ๒๖ ตำบล เครือข่ายภัยพิบัติภาคประชาชน  ๑๖ ตำบล   เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองฯ ๑๔ โครงการ เครือข่ายประเด็นเศรษฐกิจและทุนชุมชน ๒๔ ตำบล และเครือข่ายภาคประชาสังคมอื่นๆ ภาคเอกชน  ภาควิชาการ ภายในจังหวัด 

13652577_1181512265239364_638366113_n.jpg

การดำเนินงานของขบวนองค์กรชุมชน จังหวัดเชียงราย  มีการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา พัฒนาระบบข้อมูล  และลุกขึ้นมาบริหารจัดการกับการแก้ไขปัญหาของตนเองโดยมิต้องรอคอยการช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอก ซึ่งปัจจัยนี้เป็นแรงกระตุ้นให้หลายภาคส่วนได้ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งกับชุมชน ที่เริ่มจากการเข้าใจชุมชนเป็นพื้นฐาน พัฒนาการที่มีความต่อเนื่องหรือการขยายผลขององค์กรชุมชนที่เข้มแข็ง   ประกอบกับหน่วยงานภาครัฐ  ภาควิชาการ  และภาคเอกชน  ได้ให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือสนับสนุน กับกระบวนการพัฒนาที่ยึดชุมชนและท้องถิ่นเป็นพื้นฐานของการร่วมคิด ร่วมทำมากขึ้น รวมถึงโอกาสการเข้าถึงสิทธิการใช้ทรัพยากรหรือเครื่องมือทำงานต่างๆ เช่น บุคลากร งบประมาณ เทคโนโลยีและความรู้ เป็นต้น    อีกทั้งร่วมดำเนินการตามแนวทางแห่งประชารัฐ จึงส่งผลให้หลายๆกิจกรรม หรือโครงการ โดยเฉพาะจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตัวอย่างได้แก่ โครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน โครงการเครือข่ายบ้านมั่นคง และโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน  โครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยชนบท ฯลฯ อย่างต่อเนื่อง   เพื่อร่วมพัฒนาทั้งราษฎร์รัฐ สนับสนุนสังคมสวัสดิการ และการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดเชียงรายให้ดีขึ้น

ทั้งหมด คือ พัฒนาการของขบวนองค์กรชุมชนกับบทบาทการทำงานและความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในสังคมจังหวัดเชียงราย จนในวันนี้ขบวนองค์กรชุมชนทุกหมู่เหล่าได้มีโอกาสมาร่วมกันแสดงพลังและจุดยืนแห่งอุดมการณ์การทำงานอีกครั้งและได้มอบประกาศเกียรติคุณแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน ๔๖ แห่ง ที่เป็นต้นแบบของการสนับสนุนการบูรณการงานสภาองค์กรชุมชนกับสวัสดิการชุมชนท้องถิ่นให้เป็นองค์กรหลักในขับเคลื่อนงานพัฒนาเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมร่วมหน่วยงานและองค์กรชุมชนอื่นๆ ได้อย่างเป็นเอกภาพและมีความเข้มแข็งดังเจตนารมณ์ข้างต้นต่อไป

ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงราย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรภาคีสนับสนุนการทำงานตามแนวทางประชารัฐได้ร่วมกันแสดงเจตจำนงค์  ได้ร่วมสรุปทเรียนการทำงาน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาในระดับชุมชนท้องถิ่น เสริมสร้างความมั่งคงและความเป็นอยู่ที่ดีของท้องถิ่น ตลอดจนรวบรวมข้อเสนอในเชิงนโยบายเสนอต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพัฒนาองค์กรชุมชนในฐานะฐานรากของสังคมให้มีความแข็งแกร่ง เป็นองค์กรเพื่อการพัฒนาของประชาสังคมจังหวัดต่อไป ผลการแลกเปลี่ยนบทเรียนประสบการณ์ทางด้านต่างๆ มีฉันทามติร่วมกัน ดังนี้

๑) ยึดมั่นในหลักการและอุดมการณ์ขององค์กรชุมชนเพื่อการพัฒนาที่เน้นเป็นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ทั้งร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมตัดสินใจรับผิดชอบ สนับสนุนการทำงานด้วยจิตอาสา ภูมิปัญญา ทรัพยากรและทุนที่มีอยู่ในชุมชน ให้ชาวชุมชนมีความมั่นคงปลอดภัยทางสังคม เชื่อว่าการมีส่วนร่วมในทุกมิติของชุมชนคือองค์ประกอบสำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมายชุมชนเข้มแข็ง พึ่งตนเอง เป็นการปฏิรูปสังคมจากฐานรากอย่างแท้จริง

          ๒. ขบวนองค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันขับเคลื่อนงานพัฒนาของจังหวัดให้เป็นไปตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติของรัฐบาล เพื่อนำไปสู่สังคมสวัสดิการในอนาคต โดยอาศัยกระบวนการที่สอดคล้องกับสภาองค์กรชุมชน เนื่องจากการทำงานในรูปแบบดังกล่าว เป็นการทำงานร่วมกันของคนในชุมชนท้องถิ่นเพื่อร่วมกันสะท้อนปัญหาของท้องถิ่นในหลายๆ ด้าน และเป็นการสร้างเครื่องมือและกลไกของภาคประชาชนในรูปแบบต่างๆ ทั้งกองทุน บุคคล องค์กร กำลังความคิดและภูมิปัญญาท้องถิ่น อันจะสามารถเข้าถึงปัญหาและความต้องการของคนในท้องถิ่นได้มากที่สุด และเกิดความเชื่อมั่นว่าเป็นที่พึ่งของคนในชุมชนท้องถิ่นได้จริง

          ๓. ภาคีทุกภาคส่วนจะวางแผนปฏิบัติงาน และติดตามประเมินผลการดำเนินงานร่วมกันในฐานะเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น และสังคม เพื่อกระจายระบบการบริการทางสังคมให้ครอบคลุมเข้าถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส คนในชุมชนท้องถิ่นผู้เดือดร้อน ตรงตามเป้าหมายสังคมและประเทศที่จะให้เกิดสวัสดิการอย่างถ้วนหน้า และพัฒนาแกนนำคนทำงานรุ่นใหม่ให้สืบทอดเจตนารมณ์การทำงานให้ไปสู่เป้าหมายต่อไป

๔)  มีความภาคภูมิใจว่าขบวนองค์กรชุมชนทุกแห่งที่จัดตั้งขึ้นมีส่วนร่วมกับส่วนราชการ องค์กรภาคสังคมทุกกลุ่ม ช่วยแบ่งเบาภาระการทำงาน บรรเทาความเดือดร้อนแก่ชุมชนในรูปแบบต่างๆ และสร้างการเปลี่ยนแปลงจิตใจของคนในชุมชนให้มีจิตสำนึกรักชุมชนท้องถิ่น เกิดความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุขและรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ดีงามของชุมชนกลับมาใหม่ ซึ่งเป็นรากฐานของการเปลี่ยนชุมชนที่สำคัญ

๕)  พบว่าปัจจัยแห่งความสำเร็จสำคัญขององค์กรชุมชนคือ การมีจิตอาสาพัฒนาที่มาจากอุดมการณ์ที่เที่ยงมั่น สร้างการมีส่วนร่วม ตระหนักรับผิดชอบ และใช้พลังกลไกที่มีอยู่ในรูปแบบต่างๆ ร่วมขับเคลื่อนทำงานและเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง สามารถเชื่อมโยงการทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรภาคสังคมอื่นๆ ได้อย่างเป็นเอกภาพ

๖) การขับเคลื่อนการทำงานจะดำเนินการในลักษณะเครือข่ายการทำงาน การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการให้ความร่วมมือกับนโยบายและแนวทางการพัฒนาด้านอื่นๆ ของจังหวัดและประเทศอย่างเชื่อมโยงทุกมิติการพัฒนา และสอดคล้องกับสภาพสังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่เป็นรากฐานของการพัฒนาท้องถิ่นแต่ละแห่ง

๗) การขับเคลื่อนองค์กรชุมชน จะไม่ทำงานเพียงกลไกภาคประชาชน หรือคณะทำงานฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น แต่จะต้องเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกับองค์กรหน่วยงาน และองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) จะช่วยให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันเป็นหุ้นส่วนของความรับผิดชอบต่อท้องถิ่นร่วมกัน และพร้อมที่จะเรียนรู้การทำงานร่วมกันในแต่ละกระบวนการจนไปสู่ขั้นประสบผลสำเร็จ

๘) องค์กรชุมชนทุกฝ่ายจะต้องร่วมผลักดันให้สภาองค์กรชุมชน และกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือในการทำงานเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหา สร้างหลักประกันความมั่นคงของคนในชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน และสามารถกำหนดวาระสำคัญของจังหวัดตามแนวทางจังหวัดจัดการตนเอง

๙) ขบวนองค์กรชุมชนจะใช้สภาองค์กรชุมชนและกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยการนำเสนอ รับฟังข้อคิดเห็น และแจ้งข้อฉันทาต่อนโยบายการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนที่มีกฎหมายเป็นของตนเอง

การจัดเวทีในวันนี้  ถือเป็นความภาคภูมิใจอีกครั้งในการสานพลัง ร่วมแรง  ร่วมใจของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงราย เพื่อการพัฒนาจังหวัดเชียงราย  สู่การจัดการตนเองอย่างยั่งยืนต่อไป


วิไล นาไพวรรณ์  ผู้สื่อข่าวชุมชนจังหวัดเชียงราย

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter