ภรรยานักต่อสู้สิทธิ แฉลงต่อศาล สามีหายตัวไปในป่า ขออนุญาตเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา นางสุภาพ คำแหล้ ชาวบ้านชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน(คปอ.) กว่า 20 คน ได้เดินทางไปยัง ศาลจังหวัดภูเขียวเพื่อฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา คดีระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดภูเขียวโจทก์ ยื่นฟ้องนายเด่น คำแหล้ กับพวกรวม 5 คน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ
นายถนอมศักดิ์ ระวาดชัย ทนายความศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน แจ้งว่า ตามที่ศาลจังหวัดภูเขียวได้มีหมายถึง นายเด่น คำแหล้ จำเลยที่ 1 กับนางสุภาพ คำแหล้ จำเลยที่ 4 นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในวันที่ 2 สิงหาคม 2559 นั้น ศาลไม่สามารถอ่านคำพิพากษาได้ โดยนางสุภาพ แถลงต่อศาลว่า เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2559 นายเด่น คำแหล้ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีของนางสุภาพ ได้เข้าไปเก็บในป่า และไม่ได้กลับออกมา โดยนางสุภาพ ได้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานยังสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ซึ่งภายหลังจากที่นางสุภาพ คำแหล้ ไปแจ้งความดังกล่าว ได้ออกติดตามหาตัวของนายเด่น คำแหล้ ปัจจุบันนี้ยังไม่พบตัวนายเด่น แต่อย่างใด นางสุภาพ จึงขออนุญาตเลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปอีกนัดหนึ่ง โดยศาลได้อนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปเป็นวันที่ 20 กันยายน 2559 เวลา 09.00 น.
นายถนอมศักดิ์ บอกอีกว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังกันบุกเข้าควบคุมตัวชาวบ้านรวม 10 คน และแจ้งข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม มีการแยกสำนวนฟ้อง ออกเป็น 4 คดี 10 ราย ดังนี้ คดีที่ 1 นายคำบาง กองทุย และนางสำเนียง กองทุย คดีที่ 2 นายทอง กุลหงส์ และนายสมปอง กุลหงส์ คดีที่ 3 นายสนาม จุลละนันท์ และคดีที่ 4 นายเด่น คำแหล้ นางสุภาพ คำแหล้ นายบุญมี วิยาโรจน์ นางหนูพิศ วิยาโรจน์ และนางเตี้ย ย่ำสันเทียะ ในส่วนคดีที่ 4 คือนายเด่น คำแหล้ และพวกรวม 5 คน ศาลจังหวัดภูเขียวนัดอ่านฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2556 โดยยืนตามศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 คือนายเด่น และนางสุภาพ จำคุกเป็นเวลา 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และไม่ให้ประกันตัว เพราะเกรงว่าจะหลบหนี ส่วนอีก 3 ราย ศาลยกฟ้อง โดยจำเลยที่ 1 และที่ 4 ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 6 เดือน และศาลไม่อนุญาตฎีกา จำเลยทั้งสองต้องถูกคุมขัง
“ต่อมาในวันที่ 9 พฤษภาคม 2556 ทางสมาชิก คปอ. และพีมูฟ ได้ชุมนุมที่กรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานภาครัฐ และได้ร่วมกันเดินรณรงค์ไปยังศาลฎีกา พร้อมกับยื่นหนังสือขอให้ศาลฎีกาปล่อยตัวจำเลยชั่วคราว ประกอบกับช่วงดังกล่าวทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล ซึ่งศาลอนุญาตในเวลาต่อมา และสามารถประกันตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด ผลการยื่นประกันขอให้ปล่อยตัวจำเลยที่ 1 และที่ 4 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ปรากฏว่าศาลอนุมัติให้ประกันตัวจำเลยทั้ง 2 โดยได้เพิ่มหลักทรัพย์จากรายละ 200,0000 บาท เป็นรายละ 300,000 บาท” ทนายความศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าว
ทั้งนี้ นายเด่น คำแหล้ เป็นประธานโฉนดชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ และเป็นแกนนำนักต่อสู้สิทธิที่ดินทำกิน ได้หายตัวไปในวันที่ 16 เมษายน 2559 ภายหลังจากเข้าไปหาหน่อไม้ในบริเวณสวนป่าโคกยาว รอยต่อระหว่างเขตป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนามและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว หายไปนับจากวันดังกล่าวถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้ว

ศรายุทธ ฤทธิพิณ : นักสื่อสารชุมชนสำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน





