“ เราไม่มีทางขาดไฟฟ้า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของประเทศ ตราบเท่าที่โลกนี้ยังมีดวงอาทิตย์” เป็นประโยคที่อาจจะไกลจากความเป็นจริงและหลายๆคนยังไม่คุ้นเคยเพราะคิดไม่ถึงว่าอนาคตอันใกล้นี้เรามีทีท่าว่าต้องพึ่งพลังงานจากแหล่งพลังงานใหญ่ที่สุดในโลก นั่นคือ ดวงอาทิตย์ ปัจจุบันประเทศไทยใช้พลังงานไฟฟ้าจากฟอสซิล เช่นน้ำมัน ถ่านหิน เป็นหลัก แม้เรามีพลังงานทดแทนจากชีวภาพ ชีวมวล แต่ในอนาคตอันใกล้ก็ไม่แน่ว่าสิ่งเหล่านี้ที่นำมาใช้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจะยังคงเหลืออยู่มากน้อยเท่าใด พลังงานแสงอาทิตย์จึงเป็นความหวังที่เราสามารถจับต้องได้ในอนาคต โดยนำมาผ่านกระบวนการผลิตด้วยแผ่นโซล่าเซลล์ แม้จะเป็นของใหม่สำหรับคนไทยแต่ในต่างประเทศทั่วโลก โซล่าเซลล์แพร่หลายมานานมากแล้ว และหลายคนยังคงจำคำพูดของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยว่า การผลิตกระแสไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์นั้น ค่าใช้จ่ายสูง ไม่คุ้มทุน ยุ่งยาก หลายท่านเลยคิดตามไปโดยไม่ได้ตระหนักว่า หากโซล่าเซลล์เข้ามาเป็นปัจจัยหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้านั่นคือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะมีคู่แข่งทันที แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายสูงแต่ว่าเป็นการลงทุนแค่ครั้งเดียว ใช้ได้ยาวนาน นี่คือสิ่งที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตไม่เคยพูดให้พวกเราได้ฟัง อนาคตภาคใต้จะต้องมีพลังงานสะอาดเข้ามาทดแทนเพื่อสุขความและความอยู่ดีมีสุขของคนปักษ์ใต้ด้วยการรุกคืบของโซล่าเซลล์
สืบเนื่องจากเวที การประชุมทางวิชชาการยกระดับความรู้สู่การพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมภาคใต้ ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ระหว่างวันที่ 26- 28 มิถุนายน 2559 การศึกษาความเป็นไปได้ของการนำระบบโซล่าเซลล์มาทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากฟอสซิลเริ่มขยายไปตามที่ต่างๆทั่วภาคใต้ ผู้เข้าร่วมเวทีได้ให้ความสนใจในการใช้พลังงานสะอาดเพราะภาคใต้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมและการท่องเที่ยว การใช้พลังงานสะอาดที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษและผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะปัจจุบันมลพิษจากการประกอบการอุตสาหกรรมได้รุกพื้นที่เกษตรกรรมและการท่องเที่ยวอย่างหนัก จึงจำเป็นที่ต้องหาวิธีแก้ไขและไม่สร้างความเดือนร้อนหากไม่มีกระแสไฟฟ้าที่เพียงพอ คนใต้จำเป็นต้องรักษาวิถีชุมชนไว้ให้นานที่สุดเพื่อส่งต่อไปยังรุ่นลูกหลาน
“ ผมได้ศึกษาปรากฏการณ์ที่โลกพยายามหาทางออก สำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตมนุษย์ จึงเห็นว่าการที่คนใต้พยายามในการขยายโซล่าเซลล์เป็นความพยายามแบบเดียวกันกับที่หลายประเทศบนโลกกำลังพยายามทำกันอยู่ แต่มาตรการสำคัญสำหรับประเทศไทยคือนโยบายแห่งรัฐยังไม่มีการส่งเสริมที่เพียงพอต่อการก้าวไปของความพยายามที่ว่านี้ในขณะที่ต่างประเทศพยายามออกมาตรการต่างๆมาส่งเสริมให้ประชาชนใช้โซล่าเซลล์ให้แพร่หลายมากขึ้นจึงมองเหมือนว่าประเทศไทยกำลังทำในทิศทางตรงกันข้าม คือพยายามที่จะสร้างโรงงานไฟฟ้าเพิ่ม ผมและทีมงานรวมถึงคนใต้ทั้งภาคจะพยายามทำเรื่องนี้ให้บรรลุผลแม้ว่าจะเป็นการก้าวไปทีละน้อยแต่คิดว่าอนาคตคงจะกลายเป็นก้าวใหญ่ๆหากคนใต้ช่วยกัน” ประสิทธิชัย หนูนวล แกนนำขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน ได้กล่าวไว้ ในการประชุม
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เดือนเศษๆ การกระจายเวทีการศึกษาเรื่องโซล่าเซลล์เวที่ย่อยมีมากขึ้น และบ่อยขึ้นตามพื้นที่ต่าง และมีตัวอย่างที่สำคัญหลายพื้นที่ในภาคใต้เช่น พาโนรามาร้านอาหารบนเกาะลันตา โดยเริ่มที่การเปลี่ยนไฟฟ้าที่ส่องสว่างบริเวณมาใช้โซล่าเซลล์แทน ลันตามาร์ทที่ใช้โซล่าเซลล์ผลิตไฟฟ้าใช้กับแอร์ภายในมินมาร์ท และอีกหลายๆที่ที่เริ่มทะยอยเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์จนกระทั่งทดแทนไฟฟ้าจากเดิมของการไฟฟ้าภูมิภาคได้
นายธนพล เกตุแก้ว หนึ่งในแกนนำการขยายความรู้สู่ชุมชนเรื่องโซล่าเซลล์ ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า การลงทุนในแปลงเกษตร เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะส่วนใหญ่แล้วแปลงเกษตรจะอยู่ห่างไกลกับกระแสไฟฟ้า และการดำเนินการขอใช้ไฟฟ้ามีราคาสูงมาก การนำโซล่าเซลล์มาใช้จึงเป็นเรื่องน่าสนใจเช่นแปลงทุเรียน หรือผลไม้เราลงทุนครั้งเดียวใช้ได้ 25-30 ปี หากเป็นทุเรียนก็พอดีอายุทุเรียนพอดี และการผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์เราไม่จำเป็นที่จะต้องใช้แดดจ้าตลอดเวลา แม้แดดอ่อนๆก็ผลิตไฟฟ้าได้ ดังนั้นเรื่องที่ทุกคนกลัวว่า ฤดูฝนจะไม่มีไฟฟ้าดันน้ำรดทุเรียนก็สามารถทำได้และฤดูฝนการใช้น้ำก็มีความจำเป็นน้อย มันจึงพอดีกันกับปริมาณแสงที่ใช้ฟลิตกระแสไฟฟ้า
บทสรุปของโซล่าเซลล์ คงยังไม่ร้อยเปอร์เซ็น ยังต้องพัฒนากันต่อไปพรอ้มทั้งกระจายความรู้สู่ชุมชนให้ทั่วถึงสร้างความเข้าใจกับพี่น้องไปเรื่อยๆ หลายคนอาจจะมองไม่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ แต่วันหนึ่งหากกระแสไฟฟ้าแพงขึ้นคนเหล่านั้นคงจะได้นึกถึงความสำคัญของโซล่าเซลล์ และหากภาคใต้สามารถทำได้ตามเป้าที่วางไว้ โรงงานไฟฟ้าที่สร้างความกังวลให้คนใต้คงหมดไปเพราะเราไม่จำเป็นต้องมีโรงงานเหล่านั้นและเมื่อวันนั้นมาถึง ความสุขก็จะเกิดในพื้นที่ภาคใต้อย่างแน่นอน
ธรรมนูญ นาคขำ ผู้สื่อข่าวชุมชนสุราษฎร์ธานี : รายงาน





