
ร้อยเอ็ด/ 9 สิงหาคม 2559 ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง พอช. จัดเวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำ การจัดทำแผนชุมชนตำบล ณ ห้องเมืองทอง โรงแรมสาเกตนคร จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีตัวแทนจากสภาองค์กรชุมชน 30 ตำบล เข้าร่วมทบทวนแผนของแต่ละตำบล เพื่อให้แผนชุมชนเป็นเครื่องมือนำไปสู่ปฏิบัติการพัฒนาตำบลได้ดียิ่งขึ้น

นายประจักษ์ อาษาธง ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน ประชาชนคือหัวใจในการกำหนดการเปลี่ยนแปลง และชุมชนท้องถิ่นต้องลุกขึ้นมาเป็นหลักในการจัดการปัญหา กำหนดเป้าหมาย แนวทางการแก้ปัญหา การพัฒนาพื้นที่ตำบลร่วมกัน
เพราะการจัดทำแผนพัฒนาตำบล เป็นกระบวนการเรียนรู้และมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับหมู่บ้าน ตำบล โดยเริ่มจากการทบทวน วิเคราะห์ สรุป และจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาให้ครอบคลุมทุกด้าน โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเวทีกลางให้ตัวแทนกลุ่มองค์กรชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่น หน่วยงานได้ร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น เมื่อตำบลจัดการตนเองได้ ก็จะนำไปสู่จังหวัดจัดการตนเองได้
โดยในเวทีได้ร่วมกันทบทวนสภาพปัญหาในด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตำบล เช่นปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้สิน รายได้ไม่เพียงพอ ราคาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ ขาดตลาดรองรับ สาเหตุเนื่องจากเกษตรกรไม่มีอำนาจต่อรองในการขายสินค้า พ่อค้าเป็นคนกำหนดราคา ปัจจัยการผลิตราคาสูง แรงงานภาคเกษตรหายากขึ้น เพราะผู้คนต่างเข้าเมืองหางานทำ ขาดที่ดินทำกิน ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ที่ดินทำกินจึงไม่เพียงพอ รวมถึงปัญหาดินเค็ม ไม่มีแหล่งน้ำ อีกทั้งเกษตรกรยังขาดเทคนิคในการพัฒนาอาชีพ ความรู้ความเข้าใจไม่ดีพอ ขาดความรู้ในการทำการเกษตร ผลผลิตไม่ได้มาตรฐาน และยังยึดติดค่านิยมความเชื่อเดิมๆ เรื่องการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง
ด้านสังคม วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามเสื่อมถอย คนรุ่นใหม่ขาดการสืบสาน เป็นสังคมก้มหน้า ไม่หันหน้าเข้าหากัน และหลายตำบลผู้นำยังขาดความตระหนักไม่มีความเสียสละ ขาดการพัฒนาคนให้มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง แต่ ปัจจุบันมีการส่งคนเข้าอบรมพัฒนาผู้นำกับสถาบันพระปกเกล้าหรือด้านการพัฒนากิจการสภาองค์กรชุมชน กรรมการหลายแห่งยังขาดองค์ความรู้ด้านการวางแผน การจัดอบรมสมาชิก ผู้นำขาดความเข้าใจ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมอย่างสม่ำเสมอ หลายที่มองไม่เห็นประโยชน์จากการจดแจ้งสภาฯ มีการประชุมสร้างความเข้าใจน้อย ขาดงบประสานงาน ไม่มีการพัฒนาทักษะต่อเนื่อง กรรมการไม่ร่วมกันทำงาน สมาชิกที่ร่วมกันจดแจ้งไม่มีการร่วมกันพัฒนาสภาองค์กรชุมชนเป็นต้น
และได้ค้นหาข้อดี ข้อเด่น ศักยภาพของตำบล อย่างเช่นการที่สภาองค์กรชุมชนกับสภาท้องถิ่นมีความเข้าใจกันดีทำให้เกิดความร่วมมือกันทำงานเป็นอย่างดี หรือการมีกองทุนสวัสดิการชุมชนให้ชาวบ้านได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในตำบล มีสถานีวิทยุชุมชนไว้ใช้ในการสื่อสารเรื่องราวต่างๆ ได้รวดเร็ว ทั่วถึง หรือที่ตำบลน้ำอ้อม มีข้าวเม่าที่เป็นเอกลักษณ์ มีชื่อเสียง สร้างเศรษฐกิจในชุมชน ที่ตำบลภูเขาทอง มีแหล่องท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสามารถสร้างรายได้ ประชาชนสามารถนำสินค้าไปขาย ที่ตำบลหนองหิน มีธรรมนูญตำบล เป็นระเบียบกฏกติกาที่ใช้ในการพัฒนาชุมชน ที่ตำบลโพธิ์ชัย มีกลุ่มออมทรัพย์ เป็นแหล่งทุนหมุนเวียนให้กับคนในชุมชน หรือที่ตำบลวังสามัคคี มีประเพณีบุญบั้งไฟ ที่สวยงาม มีความสามัคคี ชาวบ้านมาร่วมแรงร่วมใจสืบสาน เป็นต้น
ภายหลังจากที่พูคุยถึงสภาพปัญหา จุดเด่นแล้ว จึงนำมากำหนดสิ่งที่อยากเห็น 10 ปีข้างหน้า เพื่อนำมากำหนดวิสัยทัศน์ของตำบล แนวทาง และแผนงานในการพัฒนาของแต่ละตำบล เพื่อนำไปดำเนินการในขั้นตอนต่อๆ ไป







