playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

IMG 0151

ขอนแก่น/ 10 สิงหาคม 2559 ขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ร่วมกับสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช. จัดเวทีหารือ “ออกแบบระบบการบริหารงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ณ ห้องประชุมสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยมี คณะทำงานศึกษาบทบาทโครงสร้างของ พอช. หน่วยงานภาคีการพัฒนา ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชน 20 จังหวัด และเจ้าหน้าที่ พอช. เข้าร่วมหารือประมาณ 90 คน เพื่อร่วมกันออกแบบการทำงานร่วมระหว่างขบวนองค์กรชุมชน ประชาสังคม ภาคีพัฒนา และพอช. ให้เกิดการรับรู้ร่วมกันในระดับภาค รวมทั้งจัดระบบการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานกับขบวนองค์กรชุมชน ประชาสังคม และภาคีพัฒนา

นายแก้ว สังข์ชู กรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ในฐานะคณะทำงานศึกษาบทบาทโครงสร้างของ พอช.กล่าวว่าเรื่องการปรับโครงสร้าง ต้องให้เกิดการคิดที่แตกฉาน เป้าหมายชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง ชาวบ้านต้องลุกขึ้นมาจัดการตนเอง เชื่อมโยงจากตำบล อำเภอ จังหวัด เพื่อหาทางออกการจัดระบบให้ถูกต้อง โดยมีหลักคิดที่ว่า เราจะปรับโครงสร้างของสถาบัน และขบวนองค์กรชุมชน ให้สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างการมีส่วนร่วมจากภาคีการพัฒนา เราต้องการเห็นแนวทาง วิธีการปฏิบัติ ที่เกิดขึ้นจากคนหลายภาคส่วนในการร่วมกันออกแบบ โดยเฉพาะองค์กรชุมชน ที่ออกแบบภายใต้วิถีของคนอีสาน

 

เหมือนการเหลาดินสอที่ต้องให้แหลมคม ให้ความคิดความอ่านเห็นพ้องต้องกัน สอดรับกับหมู่บ้าน ตำบล ให้เข้มแข็ง และยกระดับโครงสร้างการพัฒนาในระดับประเทศ นโยบายการพัฒนาของประเทศ ตอบโจทย์พี่น้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนฐานล่าง

 

วันนี้คณะทำงานฯ มาเพื่อร่วมแลกเปลี่ยน หารือพูดคุย หาวิธีการ แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด เพื่อไปตอบโจทย์ข้างล่างได้อย่างไร จะออกแบบองค์ประกอบการบริหารเป็นแบบไหน จากฐานที่เราเชื่อมั่นชุมชน เชื่อมั่นการมีส่วนร่วม สิ่งที่เราคิดต้องดีกว่าเดิมแน่นอน ใช้ความรู้ ใช้หลักคิดเพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง กลไกระดับภาค ที่ได้มีการกระจายอำนาจมาที่ภาค ภาคจะจัดการบริหารอย่างไรให้ตอบโจทย์ข้างล่าง สร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน การบริหารคน บริหารงบประมาณ เราจะเชื่อมโยงอีสานทั้ง 3 ภาค อย่างไร เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ โดยเป้าหมายอยู่ที่ชุมชนท้องถิ่น เราต้องใช้ชุดความรู้ที่มีมาร่วมออกแบบการทำงาน ทำวันนี้ให้ดีเพื่อลูกเพื่อหลานได้เดินไปพร้อมกัน

IMG 0123


ปรับโครงสร้าง ฐานรากต้องเข้มแข็ง

นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า มองย้อนหลังใน 10-15 ปีที่ผ่านมา ขบวนชุมชนที่มาร่วมกันทำงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก แต่ยังเปลี่ยนไม่พอ น่าจะทำมากกว่านี้ได้ จากการปรับโครงสร้างจุดเริ่มมาจาก พอช. ที่เป็นองค์การมหาชน เป็นหน่วยงานของชุมชน เราจะเพิ่มระดับทะลุทะลวงให้เกิดการเปลี่ยนที่มากขึ้นได้ พอช.องค์การมหาชนเล็กๆ ที่เชื่อว่าชุมชนสร้างการเปลี่ยนแปลง เชื่อมโยงเรียนรู้กับหน่วยงาน ทำให้การเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนรูปจากการที่ชาวบ้านต้องเดินขบวนเรียกร้อง มาเป็นหลักในการกำหนดทิศทางการพัฒนา

ที่ผ่านมามีงานหลายงานที่กลายเป็นโครงสร้างของหน่วยงาน อย่างบ้านมั่นคง สวัสดิการชุมชน แต่ก็ยังไม่ทันกับปัญหาที่รุกเข้ามา ปัจจุบันตำบลต่างๆ มี สภาองค์กรชุมชนตำบล โยงกันทั้งตำบล จังหวัด ระบบต่างๆ ขบวนชุมชนเป็นขบวนร่วม ไม่ใช่ขบวนของใครของมัน ไม่ใช่มีแต่เส้นแนวดิ่ง ถ้าคิดอะไรให้ยาวคิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และให้แผนของหน่วยงานสัมพันธ์กับแนวทางของชุมชน เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่เริ่มจากการจัดตัวจาก พอช. และขบวนองค์กรชุมชน ที่มีความเข้มแข็งมากพอ มีแผนของตนเอง ชวนหน่วยงานมาร่วมวางแผน ไม่ง่าย แต่ทำได้

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวต่อว่า เราต้องหาวิธีหาเทคนิคให้หน่วยงานมาร่วมคิด และเป็นแผนเดียวกับขบวนชุมชน เป็นโครงการของคนในพื้นที่ อย่างการจัดที่ดิน วางผังระบบของพื้นที่เอง มีระบบการจัดการน้ำ มีระบบการศึกษาที่เราอยากเห็น เป็นเรื่องที่ต้องปั้นจากพลังของชุมชน การเปลี่ยนต้องมีผลต่อพื้นที่ เมื่อหน่วยงานมีงบประมาณลงมาก็สามารถเชื่อมโยงกับความต้องการของชุมชน ในการปฏิรูปประเทศ จะมีระบบที่ชุมชนดูแลวางแผนจัดการตนเองทั้งระบบได้อย่างไร เศรษฐกิจฐานราก ทรัพยากร การศึกษา ที่ชุมชนมีส่วนกำหนด ที่เรามีความเท่าเทียม เมื่อเรามีความเข้มแข็ง และออกแบบจัดความสัมพันธ์ในเรื่องเหล่านี้ได้ เป็นการขยับขั้นที่ชุมชนไม่เป็นฝ่ายรับ แต่เป็นตัวตั้งในการจัดการบริหารสิ่งที่หน่วยงานจะทำ

ตั้งจากล่างขึ้นบน ชุมชน ตำบล ต้องเข้มแข็ง สภาองค์กรชุมชนต้องเป็นพื้นที่กลาง ให้เกิดการร่วมกันกำหนด ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ให้ผลเกิดกับคนในพื้นที่ ทำให้คนตื่นรู้ เราต้องเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงการพัฒนาเหล่านี้ชุมชนทำได้ การปรับโครงสร้างครั้งนี้เพื่อสนับสนุนขบวนชุมชน และพอช.ให้มีน้ำหนักเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ไม่คิดเพียงแค่การจัดระบบงบประมาณ แต่คิดทั้งระบบ คิดถึงการเชื่อมโยงจัดความสัมพันธ์ในการทำงานกับหน่วยงาน งานนี้ พอช.จะเป็นเครื่องมือ สร้างเวทีร่วม จัดการสร้างการเปลี่ยนแปลงจากฐานราก

การจัดขบวนครั้งนี้ต้องทำโครงให้กว้างขวางหลากหลาย มีพลวัตร ทุกคนเข้าถึง คนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียม ปลุกคนฐานรากให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงทั้งพื้นที่ให้เป็นประชาชนผู้ตื่นรู้ทั้งพื้นที่ ภาคีเครือข่ายหน่วยงานต้องเชื่อมโยงกัน ชุมชนกับชุมชน ภาคีกับชุมชน หน่วยงาน เราต้องพัฒนาการเชื่อมโยง ต่อกร ต่อรอง มีแผนของเราเอง ค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ ทำให้หน่วยงานปรับเข้าทางประชาชนให้มากขึ้น มุ่งไปข้างหน้าเปลี่ยนนโยบาย จากล่างขึ้นบน นโยบายมาจากประชาชน นำไปสู่การปฏิรูปของภาคอีสาน ให้เกิดกำลังการเปลี่ยนที่ฐานรากมากที่สุด มองไปที่มวลชนฐานราก ลุกขึ้นมาตื่นรู้ร่วมเป็นเจ้าของได้อย่างไร เราต้องคิดถึงลีลา การจัดการใหม่ๆ ที่ต้องช่วยกันคิด จากทุนที่เราสะสมมาตลอด

กระบวนการที่ทำในพื้นที่มีพัฒนาการที่มากน่าชื่นใจ อย่างที่อำนาจเจริญ เป็นเรื่องที่ชุมชนมีพัฒนาการ มีทุน มีการเดินไปอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ก็มีโจทย์ว่าทำอย่างไรให้มากกว่านี้ยิ่งขึ้นไปอีก และต้องคิดถึงพื้นที่ใหม่ๆ คิดถึงคนรุ่นใหม่ๆ มีเรื่องข้อมูล ที่ยังกระจัดกระจาย ชุมชนสามารถทำข้อมูล ออกรายงานถึงความเปลี่ยนแปลง บอกความก้าวหน้าของการพัฒนาได้อย่างเป็นรูปธรรม รุกเข้าไปสู่ระบบของการเปลี่ยนแปลง เราทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยมากพอหรือยัง นักศึกษารุ่นใหม่เรียนจบแล้วกลับไปช่วยท้องถิ่น เราจะสร้างให้เด็กเรียนรู้ท้องถิ่น มีความทันสมัย และกลับมามีบทบาทสำคัญในการพัฒนา


คำถามสำคัญในการออกแบบระบบโครงสร้างการทำงาน

นายสมชาติ ภาระสุวรรณ รองผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า การปรับโครงสร้าง เป็นสร้างวัฒนธรรมใหม่ในการปรับโครงสร้างให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน การปรับตัวของ พอช.จะให้เอื้อต่อขบวนองค์กรชุมชน เป็นการปรับจากภายนอกเข้าสู่ภายใน ใช้กระบวนการแลกเปลี่ยน พูดคุย ฟังขบวนองค์กรชุมชน ภาคี เพื่อให้มีข้อสรุปร่วมกัน และมีการประมวลหลักคิด จัดกระบวนการคืนข้อมูล สะท้อนกลับ จากการระดมความคิดเห็น นำไปสู่การเรียนรู้ร่วมกัน ในการจัดกระบวนการรับฟัง สะท้อนกลับข้อมูลในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา

ซึ่งในการปรับภายใต้สภาพแวดล้อมการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง ที่เราควรพิจารณาประเด็นด้านเศรษฐกิจ นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หากเรามาคิดพิจารณาภายใต้บริบทชุมชนจะเคลื่อนไปอย่างไรหรือมติทางสังคมในอนาคตข้างหน้าสังคมไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุ หรือด้านการเมืองหลังการลงประชามติ ชุมชนท้องถิ่นจะมีบทบาท มีส่วนร่วมอย่างไรกับทิศทางการเมือง การจัดโครงสร้างครั้งนี้ต้องทำให้สัมพันธ์กับสถานการณ์รอบด้านด้วย

ทั้งนี้มีคำถามที่ต้องร่วมกันขบคิดว่า 1) การปรับโครงสร้างจะนำไปสู่ความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนฐานรากอย่างไร 2) การจัดปรับครั้งนี้จะสร้างความร่วมมือชุมชน พอช. หน่วยงาน ที่ชุมชนเป็นแกนหลักอย่างไร 3) การปรับจะสร้างทางเลือกใหม่ในการพัฒนาที่ประชาชนกำหนดการพัฒนาได้อย่างไร 4) การจัดปรับครั้งนี้จะนำไปสู่การปรับความสัมพันธ์ใหม่ที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในแนวดิ่ง เกิดระบบความสัมพันธ์ในแนวราบให้มากที่สุดได้อย่างไร 5) ขบวน ภาคี หน่วยงาน พอช. จะร่วมกันเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาอย่างไร ที่เท่าเทียม ไม่มีใครเป็นเจ้าของใคร เป็นทั้งครูและผู้เรียนรู้ มีศักดิ์ศรีความเท่าเทียมกันของมนุษย์ได้อย่างไร รองผู้อำนวยการ พอช. ฝากคำถามให้ที่ประชุมร่วมกะนคิดในช่วงท้าย

IMG 0132

“อีสานหนึ่งเดียวเสริมสร้างความเข้มแข็ง คน-องค์กรชุมชน สู่ประชาคมอาเซียน”

นายนีณวัฒน์ เคนโยธา คณะทำงานยุทธศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง พอช. เป็นตัวแทนองค์กรชุมชนฯ นำเสนอพัฒนาการ บทเรียนการทำงานขบวนองค์กรชุมชน ที่แบ่งออกเป็น 4 ช่วง 1) ปี 2545-2550 เริ่มจากงานบ้านมั่นคง และโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ที่ดำเนินการใน 19 จังหวัด เกิดคณะทำงานบ้านมั่นคงเมือง คณะทำงานบ้านมั่นคงภาค และคณะยุทธศาสตร์ภาค 2) ช่วง 2551-2553 ขยายงานบ้านมั่นคง สู่งานสัวสดิการชุมชน และสภาองค์กรชุมชนตำบล แบ่งการทำงานออกเป็น 7 กลุ่มจังหวัด ในช่วงนี้มีกลไกประเด็นสวัสดิการ 20 จังหวัด คณะทำงานสัวดิการภาค เวทีเรียนรู้กลุ่มจังหวัดเป็นเวทีในการเชื่อมโยงของภาค 3) ช่วง 2554-2556 มีงานแก้ไขปัญหาที่ดินเพิ่มเติมเข้ามา แบ่งการทำงานออกเป็น 3 โซน และ 4) ช่วง 2557-2558 แบ่งการทำงานเป็น 3 ภาค อีสานตอนใต้ ตอนกลาง และตอนบน งานสำคัญที่เสริมเข้ามาคืองานเศรษฐกิจและทุนชุมชน มีกลไกการทำงานที่สำคัญคือ คณะอนุประสานงานขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสาน เป็นกลไกที่สำคัญ

จากการหารือร่วมกันของพี่น้องภาคอีสานได้กำหนดเป้าหมาย “อีสานหนึ่งเดียวเสริมสร้างความเข้มแข็ง คน-องค์กรชุมชน สู่ประชาคมอาเซียน” ภายใต้ยุทธศาสตร์ฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น กำหนดแนวทางใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง องค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก สภาองค์กรชุมชนคือพื้นที่กลางในการสานพลัง และสร้างกลไกประชาสังคมในการขับเคลื่อนแบบเสริมพลัง

ทิศทางงานสำคัญ คือมุ่งเสริมสร้างศักยภาพชุมชน-ท้องถิ่นระดับตำบล ในการจัดการเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากร สู่การพึ่งตนเอง สร้างพื้นที่รูปธรรม ชุมชน-ท้องถิ่น-ท้องที่ โดยมีเวทีกลางเป็นเครื่องมือสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือโดยชุมชนท้องถิ่นสภาองค์กรชุมชนกับเครือข่ายชุมชนเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงสู่นโยบายทุกระดับ และสร้างพื้นที่การมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดของพลังประชาชนบนพื้นฐานหุ้นส่วนการพัฒนา

นอกจากนั้นการขับเคลื่อนที่จะหนุนให้ตำบลจัดการตนเองได้ ต้องมีการพัฒนาคน และขบวนองค์กรชุมชน พัฒนาพื้นที่รูปธรรม พัฒนาระบบข้อมูลและการจัดการความรู้ การบริหารเครือข่ายและภาคีความร่วมมือ การติดตามประเมินผลแบบเสริมพลัง รวมทั้งการบริหารจัดการองค์กรสู่ธรรมาภิบาล

โดยออกแบบการบริหารจัดการจัดแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ 1) ตำบล จังหวัด ที่มีเวทีกลางและเวทีสมัชชาจังหวัด 2) จัดกลุ่มจังหวัดออกเป็น 5 กลุ่มจังหวัด จัดความสัมพันธ์ เชื่อมโยง ปฏิบัติการร่วม 3) มีทีมยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด ในการพัฒนาแผนงาน ให้ข้อเสนอแนะ กำกับติดตาม และประสานเชิงนโยบาย และสร้างทีมสนับสนุนการปฏิบัติการร่วม ในการจัดระบบการบริหารงานพื้นที่กลุ่มจังหวัดตามยุทธศาสตร์จังหวัด ภูมินิเวศน์ วิถีวัฒนธรรม โดยมีสำนักงานภาคเป็นส่วนในการสนับสนุน ส่วนที่ 4) คือคณะอนุกรรมการภาค ที่มีทีมบริหารร่วมจากทุกภาคส่วน ตัวแทนองค์กรชุมชนฯ กล่าวในตอนท้าย


IMG 0146นายสังคม เจริญทรัพย์ ประธานอนุประสานงานขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช. กล่าวถึง วิสัยทัศน์ที่พี่น้องร่วมกันกำหนดอีสานหนึ่งเดียว ก็มีที่มาจากยุทธศาสตร์ของแต่ละจังหวัด อย่าง จากหลานย่าสู่มหานคร ของจังหวัดนครราชสีมา ศรีษะเกษอยู่ดีมีแฮง สุรินทร์โนวเจียเมียนเซาะ อำนาจเจิรญเมืองอยู่ดีมีสุข เป็นต้น การขับเคลื่อนงานบางส่วนจะใช้ประเด็นปัญหาร่วม เช่นเรื่องคัสเตอร์ข้าวในภาคอีสานกลาง ที่ขยายพื้นที่ยกระดับเรื่องข้าวก็เป็นแนวหนึ่ง หรือภูมินิเวศน์ หรือกลุ่มจังหวัดเพื่อการเชื่อมโยงเรียนรู้ร่วมกัน การคิดยุทธศาสตร์จังหวัด เป็นการคิดร่วม เน้นพื้นที่กลางในการจัดระบบการบริหารงบประมาณ กลไก ตามบริบทของพื้นที่ที่ทำงานร่วมกันเชิงภูมินิเวศน์ หรือกลุ่มจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาอย่างเรื่องพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ในตัวยุทธศาสตร์ มองในฐานที่จังหวัดตำบลต้องทำให้เข้มข้น ที่คิดและทดลองทำกันมา ตั้งแต่ที่เกิด พอช. เช็คต้นทุน และวางแผนการพัฒนาตำบลจากฐานข้อมูลที่เป็นจริง ให้เกิดพื้นที่กลาง โยงให้เกิดในระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัดและภาค  

มองในเรื่องการจัดการสนับสนุน ระบบจังหวัดจะทำอย่างไร จะมีเวทีปฏิบัติการร่วมกันอย่างไรกับหน่วยงานภาคี ป่าไม้ พม. สกว. ฯลฯ อย่างไร การสนับสนุนไม่แค่งบประมาณที่ พอช.มีอยู่ แต่มองถึงหน่วยอื่นๆ ที่ลงปฏิบัติการในพื้นที่ ไม่ใช่การคิดออกแบบจากภาค ไปจังหวัด ลงสู่ชุมชน แต่เป็นการเปลี่ยนให้คนในตำบลร่วมคิด เปิดพื้นที่กลางจะเป็นพื้นที่เชื่อมโยงคือเวทีสมัชชาคนอีสาน เป็นเวทีกลางให้ทุกภาคส่วนร่วมกันกำหนดทิศทางการคิดที่ตรงกันนี่เป็นแนวทางส่วนหนึ่งที่ร่วมกันคิดมา


ทั้งนี้ในเวทีได้มีการสะท้อนมุมมองจากภาคีการพัฒนาทั้งจากภาคประชาสังคม หน่วยงานภาครัฐ ต่อยุทธศาสตร์อีสานหนึ่งเดียวที่เห็นด้วยต่อแนวคิดการใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง มุ่งให้ตำบล จังหวัดจัดการตนเอง และพร้อมที่จะร่วมมือกันทำงาน อีกทั้งยังแนะภาคชุมชนต้องเรียนรู้ว่าใครคือพันธมิตรในการพัฒนา ต้องมองความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์ว่าจะเคลื่อนอย่างไร ประเด็นที่จะร่วมกันคืออะไร แบ่งบทบาท วางแผน และทดลองลงมือปฏิบัติ วางโรดแมป โดยต้องให้ความสำคัญกับเรื่องข้อมูล และเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ต้องดึงเข้ามาเสริมพลังต่อไป 

 

IMG 0153

IMG 0115

 

IMG 0152

 

IMG 0103

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter