
เรียบเรียงโดย..อุดมศรี ศิริลักษณาพร
แผนเศรษฐกิจและทุนของตำบลกระดังงา อำเภอสทิงพระ จ.สงขลาในปี 2559-2561 ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพนาข้าว ทั้งการอนุรักษ์พันธ์ข้าวพื้นเมือง การทำนาสวัสดิการและโรงเรียนชาวนา โดยมีเกษตรกรชาวนาเข้าร่วมแล้ว 60 ครัวเรือน ในพื้นที่กว่า 300 ไร่
นายวิโรจน์ เอี่ยมสุวรรณ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลกระดังงา เล่าว่าในตำบล ยังมีเกษตรกรที่ยังทำนากว่า 500 ครัวเรือน มีพื้นที่นาประมาณ 5,000ไร่ เป็นนาร้างประมาณ 2,000 ไร่ พันธ์ข้าวที่มีชื่อเสียงในตำบลคือพันธ์ข้าวกระดังงา พันธ์ข้าวยายอ พันธ์ข้าวสาหลี ที่ผ่านมาการทำนาของเกษตรกรประสบปัญหาขาดทุนเนื่องจากต้นทุนในการผลิตสูง เช่นค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าจ้างไถ ค่าจ้างเก็บและเช่าพื้นที่นาทำกิน รวมทั้งภัยธรรมชาติเช่นน้ำท่วมนาในช่วงที่ข้าวตั้งท้องและสุก เนื่องจากพื้นที่นาของเกษตรกรไม่มีหัวนาหรือคันนากั้นน้ำ ส่งผลให้ได้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เพียง 250 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเป็นผลผลิตที่ต่ำ ไม่คุ้มทุน และปัญหาการปนเปื้อนจากโรงสี ปริมาณข้าวที่สีได้น้อยกว่าความเป็นจริงที่สมควรได้ และได้ข้าวคนละพันธุ์กันกับที่ส่งสี อีกทั้งการโดนเอาเปรียบจากนายทุน เป็นต้น
การทำแผนเศรษฐกิจของตำบลในปีนี้ สภาองค์กรชุมชนตำบลกระดังงา ต้องการพัฒนาการทำนาข้าวในเชิงคุณภาพ ให้เกษตรกรทำกินอย่างลดรายจ่าย เพิ่มรายได้โดย เพิ่มปริมาณผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้นถึง 450 กิโลกรัมต่อไร่และลดต้นทุนการผลิตลง 50% รวมทั้งการสร้างอาหารที่ปลอดภัย ปัจจุบันต้นทุนการผลิตต่อไร่อยู่ที่ 1,500 บาท โดยจะมีการรณรงค์ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์อย่างจริงจัง รวมทั้งการอนุรักษ์พันธุ์ขาวพื้นเมืองด้วยการ ส่งเสริมให้ชาวนาได้ปลูกข้าวหอมกระดังงา ประจำตำบล เพื่อให้คิดถึงกระดังงา รวมทั้งพันธ์ข้าวพื้นเมืองอื่นๆ คือพันธ์ยายอ และพันธ์สาหลี

แผนพัฒนาเพื่อทำนาข้าวคุณภาพและการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมือง
กลางปี 2559 สภาองค์กรชุมชมตำบลกระดังงา มีการประชุมกับกับท้องที่ ท้องถิ่นและสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบล เพื่อส่งเสริมเกษตรกรทำนาข้าวในเชิงคุณภาพ โดยมีการวิเคราะห์ถึงจุดแข็ง จุดอ่อนของตำบล สิ่งที่เป็นจุดอ่อนได้แก่ด้านเศรษฐกิจ ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนในภาคเกษตร มีหนี้สินในครัวเรือนเพิ่มขึ้น ด้านสังคม มีปัญหายาเสพติด ปัญหาลักเล็กขโมยน้อย ด้านสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ริมทะเลโดนพายุ ล้มจำนวนมากและป่าสนโดนบุคคลลักลอบตัดไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
ด้านสิ่งที่เป็นจุดแข็งของตำบล ได้แก่มีการจัดตั้งโรงเรียนชาวนา ในหมู่ 3 คนกระดังงารักสุขภาพปลูกผักไว้กินเองใน ม.1 – ม.7 มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชน (กลุ่มมะนาวยุคใหม่) มีกลุ่มสัจจะลดรายจ่าย วันละ 1 บาท มีกลุ่มยูเนี่ยนสทิงพระยุคใหม่ ตั้งอยู่ในหมู่ 4 และมีกลุ่มตาลโตนด ตั้งอยู่ในหมู่ 7 เป็นต้น
แผนพัฒนาและอนุรักษ์พันธ์ข้าวพื้นเมือง ปี 2559-2561
มีเป้าหมาย 4 ประการคือ 1.เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต 2.เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ข้าว ให้เป็นสายพันธุ์ประจำตำบล 3.เพื่อสร้างจิตสำนึกให้เกษตรกรรักในอาชีพชาวนา 4.เพื่อให้เกิดความสามัคคีในชุมชน โดยมีแผนงานสำคัญคือการพัฒนาแกนนำในการสร้างความรู้ ความเข้าในเรื่องเศรษฐกิจและทุนที่เกี่ยวกับการทำนาและจัดให้มีพื้นที่ต้นแบบในตำบลทั้ง 7 หมู่บ้าน การสื่อสารสร้างความเข้าใจและยกระดับแกนนนำชาวนาจากทุกหมู้บ้าน การสร้างกระบวนการเรียนรู้ในการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวเป็นต้น ปัจจุบันมีสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ 60 ราย
ความคืบหน้าและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
เกิดการส่งเสริมและขับเคลื่อนการดำเนินงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือการจัดตั้งโรงเรียนชาวนา ที่หมู่ 3มีชาวนาเป็นสมาชิก 30 ครัวเรือน ทำให้ประชาชนในตำบล และบุคคลภายนอก ได้เข้ามาเรียนรู้วิถีการทำนาในอดีตและปัจจุบันโดยไม่ใช้สารเคมี และให้เด็กนักเรียนได้ใช้เป็นเป็นศูนย์เรียนรู้วิถีการทำนา พร้อมการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมสนับสนุนกิจกรรมลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครัวเรือน เช่น การปลูกผักสวนครัว การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ การผลิตน้ำยาอเนกประสงค์ และมีการส่งเสริมการออมการจัดทำบัญชีครัวเรือนไปพร้อมกัน
นอกจากนี้มีการสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรที่ยังทำนา 60 ราย มีพื้นที่ทำนากว่า 300 ไร่ เพื่อขับเคลื่อนการทำนาในเชิงคุณภาพและอนุรักษ์พันธ์ข้าวในตำบล
เช่านาร้าง 12 ไร่ เพื่อทำนาสวัสดิการสภาองค์กรชุมชนตำบลกระดังงา
นอกเหนือจากการดำเนินงานตามแผนทำนาข้าวในเชิงคุณภาพและการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวแล้ว ในช่วงปลายปี 2559 นี้ได้มีการส่งเสริมการทำนาสวัสดิการ ของสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลกระดังงา ที่ไม่มีที่นาเป็นของตนเอง โดยสภาองค์กรชุมชนได้เช่าที่นาร้างจำนวน 12 ไร่ๆละ 300 บาท/ปี เพื่อการทำนารวมที่เน้นพันธุ์ข้าวหอมกระดังงา โดยแผนพัฒนาและการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากอบต.กระดังงา พัฒนาชุมชน ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เพื่อหนุนการเคลื่อนแผนงานดังกล่าว ที่มีสภาองค์กรชุมชนและแกนนำชาวนาที่เข้าร่วมเป็นหลักในการดำเนินงาน
ทั้งนี้ตำบลกระดังงา มีการส่งเสริมพันธุ์ข้าวพื้นเมืองและเป็นที่นิยมคือข้าวหอมกระดังงา พันธ์ยายอ และพันธ์สาหลี โดย มีคำขวัญที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนในตำบลคือ “เมืองโหนด นา เล มนต์เสน่ห์ดอกกระดังงา พุทธ มุสลิมพึ่งพา ชาวกระดังงาสุขใจ”
ติดต่อประสานงาน นายวิโรจน์ เอี่ยมสุวรรณ
ประธานสภาองค์ชุมชนตำบลกระดังงา โทรศัพท์ 089-4622046





