ชาวชุมชนตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ พร้อมใจร่วมกันปลูกป่าที่มีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนพร้อมด้วยภาคประชาชน ภายใต้โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบรอบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนม์พรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 โดยมี นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์เป็นประธานในการปลูกป่าครั้งนี้ ณ ป่าบ้านโนนระกา ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดยมีภาคประชาชน หน่วยงานราชการและนักเรียนเข้าร่วมมากกว่า 500 คน
นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จากการรายงานของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาดี สิ่งหนึ่งที่เห็นได้คือการรวมพลังจากทุกภาคส่วนที่กระทำความดีแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ จากการที่หน่วยงานต่างๆได้ร่วมการดำเนินกิจกรรมปลูกต้นไม้เป็นการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมยังเป็นการสร้างความร่วมมือจิตสำนึกและความตระหนักในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชนได้อย่างยั่งยืนโดยเฉพาะชุมชนในพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์จากป่าเช่นเป็นแหล่งอาหารสมุนไพรและแหล่งเรียนรู้เป็นต้นจึงฝากทุกท่านได้ร่วมมือร่วมใจกันดำเนินการอย่างต่อเนื่องและตลอดไปโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่โรงเรียนและหน่วยงานทุกภาคส่วนผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มาเปิดโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ นายอรรถพรกล่าว
นายวินัย เขากล้า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนม์พรรษา 7 รอบ 84 พรรษา 12 สิงหาคม 2559 ภาคประชาชนและหน่วยงานราชการ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อความร่วมมือร่วมใจในการอนุรักษ์ป่าไม้ ดังที่ตลอดระยะเวลาแห่งการดำรงพระอิสริยยศของ พระราชินี จนถึง สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้ทรงปฏิบัติภารกิจน้อยใหญ่นานัปการ ทั้งในฐานะ พระผู้เป็นที่พึ่งของปวงชนชาวไทย และในฐานะ คู่บุญคู่พระราชหฤทัย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่อาณาประชาราษฎร์ ทั้งโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์เองไปทรงเยี่ยมราษฎรในชนบท ทั่วทุกภูมิภาค แม้ตรากตรำพระวรกายเนื่องจากการคมนาคมในสมัยนั้นยังไม่สะดวกสบายเหมือนในปัจจุบัน ก็ไม่ได้ย่อท้อ จากพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถคงพอจะสะท้อนได้ดี ถึงความห่วงแหนในผืนป่าทรัพยากรอันล้ำค่าของประเทศที่นับวันจะยิ่งถูกบุกรุกทำลายอย่างรุนแรงและด้วยความห่วงใยในปัญหาดังกล่าวโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าบริเวณพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออกอันเนื่องมาจากพระราชดำริจึงเกิดขึ้นเมื่อคืนป่างามให้แก่ประเทศไทยก่อนสายเกินการ
“เราต้องเข้าใจให้ลึกซึ้งๆว่าทรัพยากรป่าไม้นั้นสำคัญต่อพวกเรามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าไม้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ที่ให้ความชุ่มฉ่ำต่อแผ่นดิน และป่าไม้ต้องมีสัตว์เพื่อช่วยในการขยายพันธุ์ และสร้างความสมดุลของธรรมชาติส่วนสัตว์ป่านั้น ก็ต้องมีแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยจึงกล่าวได้ว่ามนุษย์ป่าไม้และสัตว์ป่ามีความสัมพันธ์กันอย่างละเอียดลึกซึ้งจนไม่สามารถจะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งได้ ขอให้ดูและทำมาหากินอย่างถูกต้องไม่ทำลายซึ่งกันและกันและขอให้รู้จักอนุรักษ์ทรัพยากรให้อยู่คู่ลูกหลานต่อไป ขอให้สร้างป่าโดยมีคนอาศัยอยู่ด้วยโดยไม่ทำลายป่าคือต้องช่วยเขาเหล่านั้นจริงๆให้มีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควร เช่นมีที่ทำกิน มีน้ำ ให้การศึกษาส่งเสริมงานศิลปาชีพต่างๆ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อเขาอยู่ได้เขาจะได้ช่วยดูแลป่า”และคำว่าป่าชุมชนนั้นเป็นป่าที่ได้รับการจัดการโดยกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนและองค์กรชุมชนทั้งทางตรงและทางอ้อมความเชื่อและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อประโยชน์ที่สอดคล้องความต้องการของชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ป่าไม้มีประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม นายวินัยกล่าวต่ออีกว่าการที่มาร่วมมือร่วมใจในครั้งนี้เพื่อต้องการให้ปากประชาชนหวงเห็นป่าไม้และอนุรักษ์เพื่อให้ลูกหลานได้มีพื้นที่อันร่มรื่นและศึกษาธรรมชาติต่อไป นายวินัยกล่าว
นายธนากร มณีศรี นักสื่อสารชุมชนจังหวัดสุรินทร์ : รายงาน





