สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ เปิดเวทีเสริมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากคึกคัก มีตัวแทนนักสื่อสารจัดการความรู้ชุมชน 50 ตำบล และภาคีเครือข่ายเข้าร่วม 250 คน ภายในงานมีเวทีเสวนา แสดงผลงานการผลิตสื่อคลิป VDO และผลงานการเขียน 25 เรื่องเล่าจากชุมชน
ระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน 2559 ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) มีการจัดงานเวทีเสริมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก “ปล่อยของดีเศรษฐกิจและทุนชุมชน 50 ตำบล สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” โดยมีตัวแทนนักสื่อสารจัดการความรู้ชุมชน, ตำบลเศรษฐกิจและทุนชุมชน ภาคีหน่วยงานรัฐ เช่น สภาเกษตรกรแห่งชาติ ธกส. สภาพัฒน์ ฯลฯ เข้าร่วมประมาณ 250 คน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อติดตามเสริมพลังและสรุปบทเรียนผลการดำเนินที่ผ่านมา รวมทั้งทบทวนแผนและกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทุนชุมชนในช่วงต่อไป
นายสมชาติ ภาระสุวรรณ รองผู้อำนวยการ พอช. กล่าวเปิดงานว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันมีนโยบายขับเคลื่อนประเทศไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบดิจิตัล แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังอยู่ในระบบเศรษฐกิจฐานราก และที่ผ่านมาชาวบ้านจะเป็นฝ่ายรับสื่อแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ปัจจุบันนี้ชาวบ้านสามารถผลิตสื่อหรือเป็นผู้ส่งสื่อได้ด้วย โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ดังตัวอย่างของตำบลเศรษฐกิจและทุนชุมชน 50 ตำบลที่ได้ผลิตสื่อออกมาและนำมานำเสนอในเวทีวันนี้ นอกจากนี้ที่ผ่านมา พอช.ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายลงนามในบันทึกข้อตกลงหรือ MOU. เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก นำไปสู่สังคมและเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ซึ่งการผลิตสื่อดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนงานได้
นายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า ในวันที่ 15 กันยายนนี้ พอช.และหน่วยงานภาคีจะเข้าร่วมประชุมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ เพื่อพูดคุยเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ในขณะที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะเหลือเวลาบริหารประเทศอีกประมาณ 1 ปีเศษ ดังนั้น พอช.และขบวนองค์กรชุมชนจะต้องวางแผนว่าจะเชื่อมต่อเรื่องเศรษฐกิจฐานรากกับรัฐบาลชุดต่อไปได้อย่างไร
“ขณะเดียวกันรัฐบาลชุดนี้ก็มีนโยบายพัฒนาประเทศที่เรียกว่า ไทยแลนด์ 4.0 คือ พัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรม เป็นการก้าวข้ามการพัฒนาประเทศแบบเก่าที่เน้นภาคเกษตร อุตสาหกรรมเบา ไปสู่สังคมนวัตกรรม ที่ใช้ระบบข้อมูล สารสนเทศ หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ใช้โซเชียลมีเดีย ใช้โทรศัพท์มือถือ ค้าขายทางออนไลน์ ดังนั้น 50 ตำบลเศรษฐกิจและทุนชุมชนตำบลต้นแบบจึงต้องมาฝึกเรื่องการผลิตหรือใช้โซเซียลมีเดียเพื่อสื่อสารเรื่องราวของเราออกไป” ผอ.พอช.กล่าว
ผอ.พอช.กล่าวด้วยว่า พอช.ทำงานมา 16 ปีแล้ว แต่ที่ผ่านมามักจะทำงานแบบแนวดิ่งลงในพื้นที่ มีลักษณะต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างคิด ดังนั้น พอช.จะต้องมีการปฏิรูปหรือปรับตัว โดยการบูรณาการทำงานแบบแนวราบ ให้สำนักงานภาคนำประเด็นต่างๆ เช่น สวัสดิการชุมชน ท่องเที่ยวชุมชน ฯลฯ มาบรูณาการ โดยใช้พื้นที่ตำบลเป็นตัวตั้ง แล้วเชื่อมโยงไปสู่ระดับจังหวัด โดยในปี 2560 จะขับเคลื่อนแผนงานเข้าสู่จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาร่วมขับเคลื่องาน
ส่วนในช่วงบ่ายของวันที่ 5 กันยายน มีการเสวนาในหัวข้อ “นักสื่อสารจัดการความรู้ชุมชน เสริมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากแบบไหน อย่างไร” และ “เมื่อชุมชนลุกขึ้นมาเป็นนักสื่อสารและจัดการความรู้ด้วยตนเอง เกิดอะไรขึ้นบ้างในพื้นที่”
นายบุญทวน มั่นหมาย ตำบลกึ๊ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อก่อนเวลาที่ชาวบ้านอยากจะสื่อสารข้อมูลออกไปจะต้องรอนักข่าว แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องรอแล้ว เพราะชาวบ้านสามารถทำข่าวได้เอง เช่นที่ตำบลกึ๊ดช้างเป็นแหล่งท่องเที่ยว เมื่อมีเหตุการณ์นักท่องเที่ยวตกช้าง เราก็จะโพสต์ข้อความขึ้นเฟซบุ๊คส์ เพื่อให้ข่าวสารกระจายออกไป ทำให้บริษัททัวร์ที่นำนักท่องเที่ยวเข้ามาได้รับรู้และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอีก นอกจากนี้ที่ผ่านมาชาวบ้านได้นำความรู้จากการอบรมผลิตสื่อมาทำคลิป VDO เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวที่ตำบล เป็นการท่องเที่ยวชุมชน มีที่พักโฮมสเตย์ ทำให้ชาวบ้านมีรายได้จากการท่องเที่ยว ไม่ใช่รายได้ไปตกกับบริษัททัวร์เพียงอย่างเดียว
นายคมกฤต โคตรพิมพ์ ตำบลบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ กล่าวว่า พื้นที่ตำบลบึงโขงหลงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ มีแหล่งท่องเที่ยว เช่นแหล่งดูนก ที่ผ่านมาชาวบ้านเคยถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยวทำเป็นภาพนิ่งออกเผยแพร่ แต่ดูไม่น่าสนใจ เมื่อได้รับการอบรมเรื่องการทำสื่อจาก พอช.จึงมีความรู้เรื่องการผลิตคลิป VDO จากโทรศัพท์มือถือ ได้รู้เรื่องการถ่ายทำ การตัดต่อ รู้หลักการเล่าเรื่อง จึงผลิตคลิปเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนออกไป
“ผลจากการสื่อสารออกไปทางเฟซบุ๊คส์ ทำให้มีคนเข้ามาวิจารณ์ผลงาน ทำให้เห็นข้อดี ข้อเสีย เพื่อจะได้นำมาปรับปรุงแล้วนำไปสื่อสารได้ตรงจุด ที่สำคัญก็คือ เราจะต้องฝึกฝน ผลิตงานออกมาบ่อยๆ” นายคมกฤตกล่าว

นายโกวิท โพธิสาร จากสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กล่าวว่า เมื่อก่อนชาวบ้านจะเป็นข่าวหรือผลิตข่าวได้ยาก เพราะอุปกรณ์ต่างๆ มีราคาแพง แต่ปัจจุบันเครื่องมือสื่อสารเข้าถึงได้ง่าย มีราคาถูก ชาวบ้านสามารถหาความรู้ได้เอง แล้วสามารถนำมาผลิตสื่อได้ เช่น นำสินค้ามาโฆษณาทางเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊คส์ อย่างไรก็ตาม ชุมชนต้องสร้างนักสื่อสารรุ่นใหม่ขึ้นมา เช่น เมื่อมีการฝึกอบรมการผลิตสื่อก็จะต้องส่งคนรุ่นใหม่เข้าไปอบรมบ้าง ไม่ใช่มีแต่คนเก่า เพื่อให้เติบโตไปพร้อมกัน ขณะเดียวกันชุมชนก็จะต้องใช้ศักยภาพต่างๆ ที่ชุมชนมีอยู่เพื่อร่วมกันผลักดันเรื่องเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งและเป็นจริง
ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ ผู้ประสานงานเศรษฐกิจฐานราก พอช. กล่าวว่า ชุมชนสามารถนำเรื่องราวที่น่าสนใจมานำเสนอออกสื่อเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น ตำบลกึ๊ดช้างต้องนำเสนอเรื่องราวของดีในตำบลเพื่อให้คนอยากมาเที่ยว หรือนำเรื่องราวการผลิตข้าวอินทรีย์ที่ชาวบ้านผลิตด้วยใจ ด้วยความรัก มานำเสนอให้น่าสนใจ คนเห็นแล้วอยากซื้อ อยากกิน ซึ่งทั้ง 50 ตำบลต้นแบบจะต้องวางแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากทั้งระบบ เช่น ทำเรื่องท่องเที่ยว การแปรรูปสินค้า ร้านค้าชุมชน แล้วใช้เทคโนโลยี ใช้สื่อมาช่วยสนับสนุน
นางสาวพรรณี เสมอภาค มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และตัวแทนตลาดสีเขียว กล่าวว่า ที่ผ่านมาทำโครงการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ครบวงจรที่อุบลฯ โดยมีเกษตรกร 200 ครอบครัวเข้าร่วม ส่งเสริมเรื่องความรู้เรื่องการผลิต แปรรูป และด้านการตลาด มีนักวิจัยจาก ม.อุบลฯ มาช่วยเสริมความรู้ในสิ่งที่ชาวบ้านขาด ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาสามารถขายสินค้าอินทรีย์ เช่น ข้าวได้ประมาณ 3 ล้านบาท โดยวางขายและจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ นอกจากนี้ก็ทำตลาดสีเขียวที่อุบลฯ โดยใช้การผลิตสื่อเข้าช่วย เช่น ผลิต VDO ออกมาสื่อสารสร้างความสนใจ
“การเกิดของตลาดสีเขียวที่จังหวัดอุบลฯ เกิดจากการผลิตรายการทีวีท้องถิ่นที่เราทำ ทำให้ผู้ชมและเครือข่ายเห็นความสำคัญของเกษตรอินทรีย์ จนเครือข่ายและภาคีสนใจอยากจะทำตลาดสีเขียว จนเกิดตลาดสีเขียวขึ้นมา นอกจากนี้เราก็ฝึกให้เกษตรกรได้รู้จักการสื่อสาร บอกเล่าประโยชน์ของผักต่างๆ ว่ามีประโยชน์อย่างไร เอาไปทำอะไรกินได้บ้าง ทำให้ผู้ซื้อสนใจ” นางสาวพรรณีกล่าว
นอกจากการจัดเวทีสัมมนาแล้ว ภายในบริเวณงานได้มีการจัดบูธแสดงสินค้าและผลผลิตจากตำบลเศรฐกิจและทุนชุมชน เช่น ผ้าทอพื้นบ้าน อาหาร ผักพื้นบ้าน สะตอ เครื่องแกง สมุนไพร งานหัตถกรรม ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีพิธีมอบรางวัลให้แก่ตำบลเศรษฐกิจและทุนชุมชนที่ส่งผลงานการผลิตสื่อจากการจัดอบรมการผลิตสื่อที่ผ่านมา โดยนายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการ พอช.เป็นผู้มอบ มีรางวัลต่างๆ ดังนี้ 1.การผลิตคลิป VDO.ด้วยโทรศัพท์มือ มีตำบลที่ได้รับรางวัล คือ ตำบลท่าผาปุ้ม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน, ตำบลโคกกลาง อ.ประทาย จ.นครราชสีมา และตำบลบึงโขงหลง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ 2.รางวัลงานเขียนเพื่อการสื่อสาร ตำบลที่ได้รับรางวัล คือ ตำบลบ้านใหม่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา, ตำบลโคกลำพาน อ.เมือง จ.ลพบุรี และตำบลแม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย





