playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
                                                                                                     ข่าว: สุวัฒน์ กิขุนทด 
                                                                                                    ภาพ : จิรัฏฐภัค รักวงษ์1_resize.JPG
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ปิดเวทีสัมมนาเสริมพลังขบวนเศรษฐกิจฐานรากฯ ได้ข้อสรุปแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทุนชุมชนปี 2560  จาก 5 ภาค  เตรียมนำแผนกลับไปปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรม  ขณะที่ “ผู้ใหญ่ชาติชาย” แนะตัวอย่างบ้านจำรุงใช้สื่อเป็นเครื่องมือดึงคนมาเที่ยวและศึกษาดูงานปีละ1 แสนคน  สร้างรายได้เข้าตำบลปีละ 100 ล้านบาท

วันที่ 6 กันยายน  2559  ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  มีการจัดงาน “เวทีเสริมพลังขบวนเศรษฐกิจฐานราก  ปล่อยของดีเศรษฐกิจและทุนชุมชน  50 ตำบล”  เป็นวันที่  2  โดยในวันนี้มีการนำเสนอผลจากการระดมสมอง “ทิศทางและแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทุนชุมชน  สู่เศรษฐกิจฐานรากประจำปี 2560”  รวมทั้งการทบทวนแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี  โดยตัวแทนจาก 5  ภาค ได้ข้อสรุปดังนี้

ภาคใต้  ยุทธศาสตร์  1.สนับสนุนความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจและทุนในพื้นที่  เช่น  สำรวจข้อมูลครัวเรือน  ทุนและเศรษฐกิจในพื้นที่  รวมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลทุนและเศรษฐกิจ  จัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ  สนับสนุนการพัฒนาสถาบันการเงินชุมชนให้เป็นกลไกพัฒนาเศรษฐกิจ  สร้างอาชีพ  2.การเชื่อมโยงเครือข่ายและประสานภาคี เช่น ประสานความร่วมมือภาคีและภาคเอกชนเพื่อนำร่องการสนับสนุนเศรษฐกิจและทุนชุมชน  และสนับสนุนเชื่อมโยงให้ทำธุรกิจร่วม 3.การพัฒนาระบบข้อมูล  การจัดการความรู้  เช่น  ส่งเสริมการวิจัยการพัฒนานวัตกรรมเศรษฐกิจและทุน 4.การพัฒนาระบบสนับสนุนของ พอช. 
2_resize.JPG

ส่วนทิศทางการทำงานของเครือข่ายเศรษฐกิจฯ ภาคใต้  จะเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัด  เชื่อมโยงเครือข่าย  ในประเด็นต่างๆ  เช่น  ประมง  ยางพารา  เกษตรอินทรีย์  ปาล์มน้ำมัน  ข้าว  ผลไม้  ฯลฯ

ภาคอีสาน   ยุทธศาสตร์   1.เชื่อมโยงขบวนจังหวัดเพื่อตั้งเวทีพูดคุย  2.เชื่อมโยงนักสื่อสารระดับจังหวัด  ภาค  3.พัฒนานักสื่อสาร  4.ออกแบบวางแผนการสื่อสาร   จุดประเด็นการสื่อสาร  โดยเน้นเกษตรอินทรีย์   วิสาหกิจ  และการท่องเที่ยวชุมชน   ส่วนเป้าหมาย  ประกอบด้วย  การ Mapping พื้นที่และองค์ความรู้, การจัดการข้อมูล, จัดทำแผนพัฒนา  ข้อบัญญัติ  เพื่อบรรจุเป็นธรรมนูญตำบล

ภาคกลาง  ตะวันตก  กรุงเทพฯ  ปริมณฑล  และตะวันออก  ทิศทางการทำงาน  จะเชื่อมโยงกลุ่มองค์กรภาคี  ภาครัฐและเอกชน  ตั้งแต่ระดับตำบล  จังหวัด  และภาค,  เชื่อมโยงระบบ Cluster  เครือข่ายการผลิต  ระบบขนส่ง,  เชื่อมโยงข้อมูล  วัตถุดิบ, องค์ความรู้  การสร้างแบนด์รวม  ฯลฯ  นอกจากนี้ยังมีประเด็นการสร้างพื้นที่การสื่อสารในระดับภาค  เช่น  สร้างเว็บไซต์ 

ภาคเหนือ  ยุทธศาสตร์  1.สร้างนักสื่อสารจัดการความรู้ตำบลทุกชุมชน  โดยเริ่มจากตำบลพื้นที่รูปธรรม  2.สนับสนุนเครื่องมือ  งบประมาณในระดับตำบล  เพื่อให้นักสื่อสารได้ทำงานอย่างอิสระ  3.ขยายผลในระดับจังหวัด   ส่วนตัวชี้วัด  เช่น  สร้างนักสื่อสารในพื้นที่รูปธรรมอย่างน้อยตำบลละ 3 คน,  มีชุดความรู้เรื่องเศรษฐกิจและทุนชุมชน  และสร้างเครือข่ายนักสื่อสารฯ ในจังหวัด
3_resize.JPG

นายธนชัย  อาจหาญ  เจ้าหน้าที่ชำนาญการพิเศษปฏิบัติการชุมชน พอช.  กล่าวสรุปภาพรวมการจัดเวทีสัมมนาครั้งนี้ว่า  ที่ผ่านมาข่าวหรือเรื่องราวจากชุมชนมักจะมาจากการนำเสนอของคนอื่น  ซึ่งโดยข้อเท็จจริงชาวบ้านก็สามารถนำเสนอเองได้  ดังนั้นจึงเป็นที่มาของโครงการอบรมนักสื่อสารจัดการความรู้ชุมชน  หลังจากนั้นนักสื่อสารเหล่านี้จึงกลับไปสืบค้นเรื่องราวดีๆ ของชุมชนออกมาเผยแพร่ให้คนภายนอกได้รับรู้  โดยใช้โซเชียลมีเดีย  เช่น  เฟสบุคส์  คลิป VDO  งานเขียน  โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน  ซึ่งสามารถนำเอาสินค้าหรือการท่องเที่ยวชุมชนออกมานำเสนอเพื่อสร้างมูลค่า  สร้างการตลาดแบบใหม่  สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ประเทศไทย 4.0 คือใช้นวัตกรรมในการพัฒนาประเทศ  และจะต้องมีพื้นที่กลางเพื่อให้ผู้ผลิตพบกับผู้บริโภค

“นอกจากนี้เกษตรกรก็จะต้องพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้ขาย  รู้จักการเจรจา  แนะนำสินค้าและสร้างเรื่องราวของสินค้าให้น่าสนใจ  ขณะเดียวกันก็จะต้องพัฒนาคุณภาพของสินค้าให้มีมาตรฐาน  เชื่อมโยงสภาองค์กรชุมชน  และหน่วยงานภาคีต่างๆ ให้มาทำงานร่วมกัน  เพื่อให้การสื่อสารเรื่องเศรษฐกิจและทุนชุมชนมีพลัง”  นายธนชัยสรุปสาระสำคัญของเวทีสัมมนา  และกล่าวว่า หลังจากจบการสัมมนาในครั้งนี้แล้ว  ตัวแทนของตำบลเศรษฐกิจและทุนชุมชน 50 ตำบลจะนำแผนงานที่วางเอาไว้กลับไปปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรมต่อไป

นายชาติชาย  เหลืองเจริญ  อนุกรรมการยุทธศาสตร์เศรษฐกิจฐานราก  กล่าวเสริมว่า  บ้านจำรุง  ตำบลเนินฆ้อ  อำเภอแกลง  จังหวัดระยอง  ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน  มีผู้คนมาศึกษาดูงานเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรอินทรีย์  ประมาณปีละ 1 แสนคน  สามารถทำรายได้จากการจำหน่ายอาหาร  และสินค้าต่างๆ  ในปีที่ผ่านมาประมาณ 100 ล้านบาท  โดยใช้ทุนของชุมชน 5 อย่าง  คือ 1.การผลิตสินค้า  2.การแปรรูป  3.การตลาด 4.การท่องเที่ยว  และ 5.การสื่อสาร

“เราใช้สื่อเป็นเครื่องมือเพื่อทำให้การท่องเที่ยวและสินค้าชุมชนประสบผลสำเร็จ  เช่น  เรามีเว็บไซต์นำเรื่องราวของชุมชนออกมาเผยแพร่  มีการผลิตคลิป VDO  มีการอัพเดทข้อมูลข่าวสารอยู่ตลอดเวลา  และนำสินค้าของชุมชน  เช่น  ผัก ผลไม้  อาหารปลอดสารพิษ  ออกมาสื่อสาร เป็นการสร้างมูลค่า  ทำให้ผู้คนสนใจ สื่อกระแสหลักก็สนใจนำเรื่องราวของบ้านจำรุง ออกไปเผยแพร่  ทำให้มีคนมาเที่ยวมาศึกษาดูงานตลอดทั้งปี  ดังนั้นนักพัฒนาจะต้องเป็นนักสื่อสารด้วย  โดยใช้สื่อเป็นเครื่องมือ  เพื่อทำให้เศรษฐกิจฐานรากแข็งแรง”  ผู้ใหญ่ชาติชายให้ข้อคิด
4_resize.JPG
แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter