บ่อยครั้งที่เกิดปัญหา เรื่องอุทยานประกาศเขตอุทยานทับที่ทำกินชาวบ้าน ทั่วทุกภาคของประเทศไทยทั้งนี้สืบเนื่องจากนโยบายทวงคืนผืนป่าที่สวยหรูแต่พอนำไปปฏิบัติล้วนเป็นเรื่องที่สร้างปัญหาความเดือดร้อนให้ราษฎรเสียทุกครั้งไป เพราะการประกาศเขตแต่ละครั้งเจ้าหน้าไม่เคยสนใจที่จะสอบถามราษฎรหรือนำราษฎรในพื้นที่เข้ามาร่วมชี้หรือกำหนดแนวเขตแต่ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นคนจัดการกันเองเลยกลายเป็นเรื่องความขัดแย้งมาโดยตลอด ที่เกาะพะงัน วันนี้ อุทยานแห่งชาติธารเสด็จกำลังประกาศเพิ่มเขตอุทยานขึ้นคิดได้ก็จัดการเลยผลปรากฎยังไม่ทันประกาศ คนเกาะพะงันลุกฮือขึ้นมาทันทีเพราะไม่มีการการกันแนวเขตที่ทำกินราษฎร ไม่เคยชวนราษฎรในพื้นที่ตั้งวงคุยหาจุดพอดีแต่ใช้อำนาจที่มีอยู่โดยไม่แยแสต่อเสียงทัดทานของคนในพื้นที่
คำถามที่น่าสนใจมากก็คือ “คนพะงันรักป่าไหม”ทุกคนตอบว่ารักและยืนยันว่าจะรักษาป่าบนเกาะพะงันให้สมบูรณ์แม้เจ้าหน้าที่อุทยานจะไม่สนใจคนพะงันก็จะทำ คำถามต่อมาคือว่า แล้วทำไมคนเกาะพะงันถึงไม่เอาอุทยาน “พวกเราไม่ได้บอกว่าไม่เอาอุทยาน แต่การประกาศแนวเขตอุทยานนั้นสร้างปัญหาการทำมาหากินของชาวเกาะพะงัน หากอุทยานจะประกาศเขตควรชะลอไว้สักระยะเพื่อตรวจสอบแนวเขตให้ชัดโดยกันแนวเขตที่ทำกินของราษฎรที่อยุ่นอกเขตป่าทุกแปลงออกเสียก่อน” คำยืนยันจากคนพะงันและดูเหมือนเป็นจริงจากการตรวจแนวเขตพื้นที่บางแปลงเขาอาศัยกันมานานมากแล้ว
ลุงคองหรือนายสมพิศ กล้าหาญ อายุ 60 ปี ราษฎรเกาะพะงันที่ถูกข้อหา ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออาศัยอยู่ในที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต เล่าว่า”ที่ของผมขณะที่ผมเกิด พ่อกับปู่ผมเขาทำมาหากินมาก่อนแล้ว ต้นมะพร้าวได้โดยโค่นทิ้งไปรอบหนึ่งแล้วกว่าจะมาถึงมือผมก็มีญาติครองครองต่อมาอีกทอดหนึ่งจนกระทั่งมาถึงผม แล้วมาวันนี้ผมมาโดนข้อหาที่ผมเองไม่เข้าใจว่า เจ้าหน้าที่อุทยานต้องการอะไร ผมเองพยายามร้องขอให้เจ้าหน้าที่ออกเอกสารสิทธิ์ให้แต่เขาก็ไม่ทำให้ ผมก็เสียภาษีบำรุงท้องที่มาตลอดนะ แล้วมาบอกว่าผมครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วการเก็บภาษีที่ดินมันคืออะไร ผมไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะคนพื้นบ้านก็เกรงกลัวเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว เขามีหมายมาให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาก็ไปทั้งๆที่ไม่รู้ว่าผิดตรงไหน” นับว่าเป็นข้อผิดพลาดที่ไม่น่าเกิด ทำไมเจ้าหน้าที่รัฐจึงเก็บภาษีที่ดินในเมื่อเห็นว่าไม่ถูกต้อง หรือว่าเป็นคนละส่วนกันทำงานโดยไม่ได้เชื่อมโยงกันหน่วยงานใครหน่วยงานมัน
4 กันยายน 2559 ราษฎรหมู่ที่ 4 ,5,6,และ 8 ตำบลบ้านใต้ได้ร่วมกันตั้งวงคุย ณ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านเหนือ หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านใต้ เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาโดยไม่มีเจ้าหน้าที่อุทยานเข้ามาร่วม ได้มีข้อเสนอมากมายจากวงคุยและเป็นวงคุยที่น่าจะเป็นพลังที่เข้มแข็งของคนพะงันและคนพะงันกลุ่มนี้ยืนยันจะร่วมกันเชื่อมคนเกาะพะงันทุกตำบลบนเกาะพะงันเพื่อจัดการเกาะพะงันอย่างยั่งยืน จากวงพูดคุยได้ข้อสรุปว่า คนเกาะพะงันจะทำหนังเสนอเพื่อยื่นให้กับ อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ อำเภอเกาะพะงัน สำนักบริหารจัดการป่าไม้ที่ 4 และผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยจะมีข้อเสนอให้ กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ชะลอการประกาศเขตอุทยานเพิ่มเติมไว้ก่อนเพื่อทำการสำรวจแนวเขตที่แน่นอนโดยทางฝ่ายประชาชนเกาะพะงันจะแต่งตัวแทนเข้าร่วมการสำรวจแนวเขตเพื่อประกาศเขตอุทยานธารเสด็จ-เกาะพะงัน
นางวราพร ทิพย์หมัด อายุ 49 ปี บอกว่า ตนเองก็มีที่ดินอยู่เหมือนกันเป็นที่ดินที่สามีได้ครอบครองต่อจากบิดาและตอนนี้ สามีตนเองก็เสียชีวิตไปแล้ว ที่ดินที่ตนครอบครองขณะนี้มีเนื้อที่ 5 ไร่ ที่มีเอกสารแสดงการครอบครองประเภท สค. 1 ขณะนี้ก็เสียภาษีกันมาทุกปี เคยร้องขอให้ เจ้าพนักงานที่ดินออกสำรวจรังวัดทำเอกสารสิทธิ์มา 2ครั้ง โดยชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยทั้ง 2 ครั้ง จนบัดนี้ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธ์ ตนเองไม่รู้จะไปพึ่งใครได้ จึงอยากร้องขอผ่านมาทางผู้สื่อข่าวชุมชนว่าให้ เจ้าพนักงานที่ดินช่วยหน่อยเพื่อการอยู่ครอบครองบนพื้นที่ดินดังกล่าวจะได้มีความมั่นคงไม่ต้องคอยระแวงว่าเจ้าหน้าที่อุทยานจะมาจับดำเนินคดี
นี่คือเหตุการณ์ที่ประเทศไทยประสบมาโดยตลอด เรื่องที่ดินทำกินรัฐบาลเองได้รับทราบข้อมูลคี่ไหนไม่มีใครรู้ การสั่งการจากเบื้องบนลงสู่ระดับปฏิบัติการนั้นได้ลงมาติดตามกำกับบ้างหรือไม่ เพราะขณะนี้ทั่วทุกๆพื้นที่ในประเทศไทยมีปัญหาเรื่องนี้ จะปล่อยให้ระดับล่างทำตัวเป็นเจ้าของประเทศหรือจะปฏิรูปก็ต้องเร่งรีบดำเนินการเดี๋ยวจะสายเกินไปเมื่อประชาชนทั้งประเทศลุกขึ้นมาปฏิรูปเสียเอง
นายธรรมนูญ นาคขำ ผู้สื่อข่าวชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี : รายงาน





