playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

sa1.jpg

ตำบลควนกรด  เป็นตำบลหนึ่งในอำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนยางพารา  25,588  ไร่  รองลงมาคือการทำสวนปาล์ม  มีการจัดทำข้อมูลบัญชีรับจ่ายครัวเรือน   พบว่า  มีรายการจ่ายยาฆ่าแมลง ค่าปุ๋ยเคมีประมาณปีละ  2,959,530  บาท   ซึ่งเป็นยอดการใช้จ่ายค่อนข้างสูง และยังทำให้ดินเสื่อมสภาพอีกด้วย        

เมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา ราคายางพาราลดลงอย่างน่าใจหาย  ทำให้รายได้กับรายจ่ายของคนในชุมชนไม่สมดุล  ส่งผลกระทบต่อปัญหาหนี้สินที่มีอยู่แล้วและคนในชุมชนไม่สามรถชำระหนี้สินให้พอกพูนมากยิ่งขึ้น  หลายคนเริ่มมีความกังวล เครียดและหงุดหงิด การพบปะพูดคุย  เข้าสังคมและการเผชิญกับความจริงจึงเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น  ทำให้วิถีชุมชนเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ  การร่วมคิด ร่วมแสดงความคิดเห็นในเวทีกลางของชุมชนเริ่มซบเซา จิตอาสาของคนในชุมชนลดถอยลดลงอย่างเห็นได้ชัด

sa4.jpg

ในปี  2554  คนในชุมชนตำบลควนกรดได้รวมตัวกันจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลควนกรด โดยมีผู้แทนจากกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ที่มีอยู่ในชุมชน เป็นกลไกขับเคลื่อน  เกิดการเชื่อมโยงหน่วยงานและภาคีในชุมชนทั้งระดับตำบล  ระดับอำเภอ  มาทำงานร่วมกัน  เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เกิดการพึ่งพาซึ่งกันและกันของคนในชุมชน รวมทั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลยังช่วยหนุนเสริมให้องค์กรสมาชิกมีความเข้มแข็งอีกด้วย

  สมฤทัย  ชอบทำกิจ  คณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนตำบลควนกรด  เล่าว่า  “กองทุนหมู่บ้าน  บ้านโคกหาญ  ได้ดำเนินการจัดตั้ง  ในปี  2544  พร้อม ๆ กับกลุ่มอื่น ๆ ทั่วไป  และมีการดำเนินกิจกรรมตามปกติ  แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง กองทุนประสบปัญหาด้านผู้บริหาร  จึงได้นำปัญหาเหล่านี้มาหารือในสภาองค์กรชุมชนตำบลควนกรด  คณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนรับทราบปัญหาแล้วก็เข้าไปหนุนเสริมการจัดระบบบริหารจัดการ   โดยมีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการดำเนินการ โดยเอาคนรุ่นใหม่มาทำงานในองค์กรมากขึ้น  ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในการจัดการกลุ่มที่มีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากขึ้น  สามารถเรียกความน่าเชื่อถือให้กับกองทุนกลับมาอย่างน่าภูมิใจ”

ส่วนปัญหาของตำบลนั้นจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดการจัดทำแผนพัฒนาตำบลควนกรด  ได้กำหนดให้มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนร่วมกัน  ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)   เกิดการสำรวจข้อมูลในเชิงลึกด้านเศรษฐกิจในชุมชน   เห็นว่าในชุมชนตำบลควนกรด ประสบปัญหาหลายด้าน  ทั้งราคายางพาราตกต่ำ  ผลผลิตจากยางพาราลดลง 

คณะกรรมการสภาองค์กรชุมชน  จึงได้ทบทวนปัญหาอุปสรรค  ตลอดจนต้นทุนทางสังคมที่มีอยู่ในตำบลควนกรด    พบว่าในพื้นที่มีการจัดการด้านเกษตรในระดับหนึ่งเช่น มีกรจัดทำปุ๋ยหมัก  และน้ำหมักชีวภาพใช้เอง   เกษตรกรมีพื้นที่ทำสวนเป็นของตัวเองประมาณ  90%  ของประชากรทั้งหมดรวมทั้งมีกองทุนและกลุ่มองค์กรชุมชนที่เข้มแข็ง   เช่นสถาบันการเงินชุมชน  กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล  หรือกลุ่มอาชีพอื่น ๆ  ฯลฯ  จึงมีแนวคิดปลูกพืชเศรษฐกิจและผักพื้นบ้านแซมในสวนยางพาราเป็นแปลงขนาดเล็ก  เช่น  ผักหวาน  ตำลึง พริก  ตะไคร้  ขมิ้น  ผักเขลียง  ชะอม  ขิง ข่า  กล้วย มะละกอ  ข้าวโพด ตลอดจน  เกิดการประสานงานกับศูนย์กล้าไม้ทุ่งสง  ไม้ยืนต้น  มะม่วงหิมพาน  ไม้สัก  ไม้หลุมพอ  สะเดาเทียม มะฮอกกานี   ไม้จำปาทอง  ฯลฯ  ซึ่งในชุมชนมีฐานทุนต่าง ๆ  มีกลุ่มจัดทำปุ๋ยชีวภาพ ทั้งปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำ  ตลอดจนยาปราบศัตรูพืชที่ผลิตจากสมุนไพร ที่สามารถลดต้นทุนได้อย่างมาก 

ผลจากการดำเนินการดังกล่าว  ทำให้วิถีชีวิตของคนในชุมชนตำบลควนกรดเปลี่ยนไป ทั้งในส่วนของรายได้จากสวนที่มีพืชอื่นเสริมสามารถสร้างรายได้กับเกษตรกรในชุมชนตลอดทั้งปี  อีกทั้งผลผลิตบางส่วนสามารถนำมาแปรรูปหมุนเวียนในกลุ่มต่าง ๆ ของชุมชน  เช่น  การนำวัตถุดิบมาผลิตทำน้ำยาล้างจาน  น้ำยาซักผ้า  แชมพู  น้ำผลไม้  การแปรรูปอาหาร  และกลุ่มเครื่องแกง ฯลฯ

sa5.jpg

นางปรีดา  แซ่ขอ  สมาชิกโครงพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน สภาองค์กรชุมชนตำบลควนกรด  กล่าวว่าารสภาองคคืกรวนกรด  นที่ทำสวน รในระดับหนึ่งเช่น มีกรจัดทำปุ๋  “ตอนนั้นประสบภาวะแห้งแล้งต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน   รายได้ลดลงมาก  ทำอย่างไรที่จะให้มีรายได้เพิ่มขึ้นบ้าง  เพื่อให้สามารถพยุงครอบครัว จากการให้ความรู้ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (เกษตรใสใหญ่)   เรื่องการทำปุ๋ยหมัก และน้ำหมักชีวภาพใช้เอง    ทำให้ผลผลิตในสวนมีคุณภาพดี    เป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่าผลผลิตจากสวนอื่นทั่วไป  สามารถแนะนำบอกต่อและเกิดการขยายผลที่คนในชุมชนต้องกลับมาทบทวนแนวคิด  การทำเกษตรแบบผสมผสานด้วยแนวคิดเกษตรอินทรีย์ในวงกว้างมากขึ้น

“ถ้าเรารู้จักคำว่าพอ  ไม่ใช่เราย้อนยุค แต่เป็นโอกาสให้คนในชุมชนได้หันกลับมาสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่นำเอาคุณค่าที่มีอยู่ในชุมชนไปสู่การดำเนินชีวิต  “ตามแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชนจัดการตนเองได้ต่อไป”  

นายจรัณ  สีสุข  ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลควนกรด กล่าวว่า ผลพวงจากการปรับวิธีคิดของคนในชุมชนที่เริ่มหันมาพึ่งพาตัวเองและใส่ใจกิจกรรมทางสังคม  สภาองค์กรชุมชนปีนี้มีการพูดคุยเกี่ยวกับการทำกิจกรรมทางสังคม    “เราพบว่า ประเพณีวัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อม  สร้างสุขด้วยประเพณีวัฒนธรรม  เป็นตัวก่อเกิดการสร้างความสุขทางใจ   ซึ่งคนในชุมชนถือว่า  ศาสนาคือ ที่พึ่ง  ต่างคนต่างมีความสุขและคนร่วมมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา  โดยที่ไม่ต้องใช้งบประมาณจากองค์กรภายนอก แต่เกิดจากความศรัทธา และความตื่นรู้ของคนในชุมชน”

  คนควนกรดเชื่อว่า การรวมทุนในชุมชนโดยไม่รอการพึ่งพิงจากภายนอก  เป็นการจัดการด้วยคนในชุมชนเอง เหมือนที่ทำอยู่ในเรื่องการปลูกพืชทดแทนในสวนยาง เกิดการลดจ่าย ที่แต่ละครัวเรือนสามารถจัดหาจากในสวนของตัวเองได้  บริโภคอาหารที่ปลอดภัย นอกจากนำมาบริโภคเองแล้ว  เหลือพอที่จะขายเพิ่มรายได้อีกทาง  เป็นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในยามพืชหลัก ราคาตกต่ำ

sa3.jpg

[บทความโดย นางกำจอย พันธ์งาม  เลขานุการสภาองค์กรชุมชนตำบลควนกรด        

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter