เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 จังหวัดสุรินทร์ได้จัดประเพณีแซนโฎนตาบูชาบรรพบุรุษ ณ อนุสาวรีย์เจ้าพระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง เจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดสุรินทร์ โดยให้ชาวชุมชนแข่งขันประเพณีแซนโฎนตา ทุกอำเภอทั่วทั้งจังหวัดสุรินทร์ มีประชาชนเข้าร่วมหลายพันคนกันอย่างล้นหลามในการนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีประเพณีแซนโฎนตาบูชาพระระบุรุษประจำปี 2559 โดยการกล่าวต้อนรับของ ท่านรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ สำหรับปีนี้ ขบวนแห่โฏนตาที่ได้รับชนะเลิศประจำปี 2559 ได้แก่ชาวชุมชนอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์
นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ผมขอชื่นชมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านจะได้ช่วยผลักดันให้เกิดกิจกรรมงานประเพณีแซนโฎนตาบูชาบรรพบุรุษประจำปี 2559 ครั้งที่ 10 ขึ้นไม่ว่าจะเป็น จังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ โรงเรียน ชุมชน วัด เยาวชน และประชาชน ทุกท่าน ได้ให้ความร่วมมือร่วมใจกันจัดงานในครั้งนี้ ให้มีความยิ่งใหญ่ สมเป็นงานประเพณีดั้งเดิมของจังหวัดสุรินทร์ของเรา และสอดคล้องกับหนึ่งใน สิบสองแนวทางการสร้างค่านิยมหลักของคนไทย ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ในการรักษาวัฒนธรรมประเพณีไทย งานประเพณีแซนโฎนตาเป็นงานประเพณีที่มีความสำคัญยิ่งต่อประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ เนื่องจากกิจกรรมที่เราได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาทุกปีตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบันเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อ บรรพบุรุษ ที่เรารักจากไปแล้ว อีกทั้งยังเป็นการแสดงความรักความเอื้ออาทรต่อบุพการี ผู้มีพระคุณเป็นการจรรโลงสังคมของเราให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เราซึ่งเป็นคนรุ่นหลังควรช่วยกันอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามเหล่านี้ไว้ เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าให้อยู่คู่กับจังหวัดสุรินทร์ ของเราตลอดไป แล้วต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้ความร่วมมือปฏิบัติงานอย่างเต็มที่และเสริมความสามารถจนงานสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่วางไว้ นายอรรถพรกล่าว
นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ประเพณีแซนโฎนตา เป็นประเพณีดั้งเดิมของจังหวัดสุรินทร์ ที่ประชาชนชาวสุรินทร์ได้ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เป็นการทำบุญให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ให้ได้รับกุศลผลบุญ ที่ลูกหลานได้อุทิศให้ซึ่งตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี ชาวสุรินทร์จะพร้อมใจกัน หยุดภารกิจหน้าที่การงานทั้งหมด และนัดหมายไปรวมกัน ณ บ้านที่เป็นศูนย์กลางของครอบครัวส่วนใหญ่จะเป็นบ้านของผู้ที่อาวุโสที่สุดของครอบครัว พร้อมกับเตรียมเครื่องไหว้มาทำพิธีเซ่นหรือแซน เช่นหัวหมู ไก่ เนื้อ ปลา ข้าวสาร ข้าวสวย ผลไม้ ขนมหวาน ขนมกระยาสารท ข้าวต้ม หมูและข้าวต้มหางยาว เพื่อไหว้บรรพบุรุษของตนเองที่ล่วงลับไปแล้ว ประเพณีแซนโฎนตา นอกจากเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ยังเป็นกุศโลบายของบรรพบุรุษ ที่มีจุดหมายให้ลูกหลาน ได้แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษผู้มีพระคุณ และมีโอกาสได้พบปะเครือญาติ เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ได้พึ่งพาอาศัยช่วยเหลือซึ่งกันและกันทั้งยังมีความเชื่อว่า วันแซนโฏนตานี้ ถ้าลูกหลานคนใดไม่ได้ไม่ไปร่วมแซนโฎนตา โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วอาจไม่พอใจ ส่งผลให้การทำมาหากินประกอบอาชีพไม่ราบรื่น ไม่ก้าวหน้า จิตใจเป็นกังวลไม่เป็นสุข ความเชื่อนี้ ชาวจังหวัดสุรินทร์ส่วนใหญ่ จึงไปร่วมพิธีแซนโฏนตาที่บ้านบรรพบุรุษ หรือไม่ก็จัดพิธีแซนโฎนตาที่บ้านของตนทุกปี จากความสำคัญของวัฒนธรรมประเพณีที่ถือปฏิบัติมาอย่างยาวนานของชาวสุรินทร์ดังที่กล่าวมา จังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดสุรินทร์ จึงได้ร่วมจัดงานประเพณีแซนโฎนตาบูชาบรรพบุรุษ ประจำปี 2559 ขึ้น ในวันนี้ ซึ่งเป็นการจัดให้มีขึ้นก่อนวันแซนโฎนตาหรืองัยเบ็นทม ก่อน 2 วัน โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือเพื่ออนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิมของจังหวัดสุรินทร์ เป็นการกระตุ้นเตือนให้ชาวจังหวัดสุรินทร์ หรือประชาชนทั่วไป เห็นความสำคัญของประเพณีแซนโฎนตา ปลูกฝังให้เยาวชนมีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณและบรรพบุรุษ และร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ให้คงอยู่คู่จังหวัดสุรินทร์เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ส่งผลให้ประเพณีแซนโฎนตาบูชาบรรพบุรุษกลายเป็น กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดสุรินทร์ โดยมีการจัดกิจกรรมต่างๆในบริเวณอนุสาวรีย์ เจ้าเมืองสุรินทร์คนแรก ดั้งนี้
วันที่ 27 กันยายน 2559 จะมีการจัดนิทรรศการแสดงนิทรรศการประวัติความเป็นมาของประเพณีแซนโฎนตาและสาธิตการทำขนมพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์ กิจกรรมแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน กิจกรรมการแข่งขันขูดมะพร้าว
วันที่ 28 กันยายน 2559 เป็นกิจกรรมประกวดขบวนแห่แซนโฎนตาจากคุ้มวัดและชุมชนเพื่อให้เห็นถึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีแซนโฎนตา กิจกรรมแซนโฎนตาต่อพระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวางซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งทุกกิจกรรมได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ สถานศึกษา ชุมชน ประชาชน และเยาวชน ตลอดจนหน่วยงานทุกภาคส่วนในจังหวัดสุรินทร์ นายกิตติศักดิ์กล่าว
ประเพณีแซนโฎนตา (โดนตา )คืออีกประเพณีหนึ่งที่มีความสำคัญและปฏิบัติสืบทอดติดต่อกันมายาวนานนับพันปีของชาวเขมรพื้นเมืองสุรินทร์ ที่แสดงออกถึงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ความรัก ความผูกพันของสมาชิกในครอบครัว เครือญาติรวมถึงชุมชนต่างๆ โดยจะประกอบพิธีกรรมตรงกับวันแรม14 ค่ำเดือน10 ของทุกปีเมื่อถึงวันแรม 14 ค่ำเดือน 10 สายเลือดลูกหลานชาวพื้นเมืองเขมรสุรินทร์ที่ไปทำงานหรือตั้งถิ่นฐานที่อื่น ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลหลายหมื่นหรือนับแสนคน ต่างพร้อมใจกันเดินทางกลับมารวมญาติเพื่อทำพิธีแซนโฎนตา อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันทุกหมู่บ้าน คำว่า"แซนโฏนตา"มาจากไหน แซน หมายถึงการเซ่นไหว้ การบวงสรวง โฎนตา หมายถึง การทำบุญให้ยาย และตา ปู่และย่าหรือบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ คำว่า "โฎน " เป็นภาษาเขมรใช้เรียกยายหรือย่า ส่วนตาใช้เรียนแทนตาและปู่ โดยทั่วไปแล้วมักเขียนว่า "โดนตา" ซึ่งถือว่าผิด เนื่องจากเป็นประเพณีเซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษของชาวเขมร ที่ไม่มีตัวอักษร "ด" อยู่ในพยัญชนะ แต่ใช้ตัว "ฏ" สืบทอดมาเป็นระยะเวลานาน การเตรียมอุปกรณ์เครื่องเซ่นไหว้ การเซ่นไหว้ศาลปู่ตาประจำหมู่บ้าน การเซ่นไหว้ศาลพระภูมิประจำบ้าน การประกอบพิธีกรรมแซนโฎนตาที่บ้าน
การประกอบพิธีกรรมบายเบ็ญ(เครื่องเซ่นไหว้) การประกอบพิธีกรรมที่วัด ประกอบด้วย อาหารคาว – หวาน ผลไม้ เครื่องดื่ม ได้แก่ ปลานึ่ง ปลาย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง แกงวุ้นเส้น แกงกล้วย ต้มยำไก่ ลาบหมู ไก่นึ่ง ซึ่งต้องเป็นไก่ทั้งตัวเอาเครื่องในออก อาหารหวาน ได้แก่ ข้าวต้มมัดใบมะพร้าว ขนมเทียน ขนมนางเล็ด ขนมโชค(ขนมดอกบัว) ขนมโกรด ข้าวกระยาสารท ผลไม้ ได้แก่ มะพร้าวอ่อน กล้วย ส้ม ละมุด พุทรา องุ่น เป็นต้น เครื่องดื่ม ได้แก่ น้ำเปล่า เหล้าขาว น้ำอัดลม เหล้าสีต่างๆเป็นต้น อุปกรณ์ในการเซ่น ได้แก่ เสื่อหวาย ที่นอนแบบพับ หมอน ผ้าขาว ผ้าไหม ผ้าโสร่ง อาภรณ์ต่าง ๆ พาน ธูป เทียน กรวย 5 ช่อ ที่ทำจากใบตองสดม้วนเป็นกรวย แล้วสอดด้วย ธูป และใบตรุย การจัดกรวย5ช่อคือ ขันธ์ 5 หมายถึง รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ประเพณีแซนโฎนตามีความเป็นมายาวนานนับพันปี ต้นกำเนิดของแนวความคิดประเพณี โดยชาวเขมรพื้นบ้านเห็นแนวทางในการที่จะอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผีบรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ ให้ได้รับผลบุญกุศลที่อุทิศไป ทำให้ทุกข์เวทนาจากบวงกรรมมีความบรรเทาเบาบางลง จึงให้มีการจัดพิธีแซนโฎนตาขึ้น และให้มีการสืบทอดต่อ ๆ กันมา ซึ่งเชื่อว่าถ้าในยุคของตนได้แซนโฎนตาให้แก่ ผีบรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ ไปแล้ว รุ่นลูกจะต้องแซนโฎนตาให้ตนเหมือนกัน เพื่อให้ลูกหลานต้องปฏิบัติสืบทอดต่อ ๆ กันไปไม่สิ้นสุด เช่น ถ้าญาติหรือลูกหลานประกอบพิธีแซนโฎนตา และทำบุญอุทิศให้ ก็จะอวยพรให้ญาติหรือลูกหลานมีความสุขความเจริญ ประกอบอาชีพประสบผลสำเร็จมีเงินมีทองใช้ แต่ถ้าไม่ทำพิธีแซนโฎนตาก็จะโกรธและสาปแช่งญาติหรือลูกหลานไม่ให้มีความสุขความเจริญ ประกอบอาชีพฝืดเคือง ไม่ราบรื่น ดังนั้นลูกหลานของชาวไทยเขมรทุกรุ่นจึงต้องประกอบพิธีแซนโฎนตา หรือพิธีกราบไหว้ เซ่นไหว้บรรพบุรุษ มาตราบจนทุกวันนี้
โดยงานประเพณีแซนโฎนตา บูชาบรรพบุรุษ ของพี่น้องชาวเขมรพื้นเมืองสุรินทร์ร่วมไปถึงชนชาวกูยหรือส่วยอีกด้วย ซึ่งไม่เฉพาะชนชาวเขมรพื้นเมืองที่ จ.สุรินทร์ ที่จัดพิธี "สารทเล็ก " หรือ "เบ็ญตู๊จ" ในวันที่ 8 กันยายน หรือ ตรงกับขึ้น 15 ค่ำเดือน 10 และ "สารทใหญ่" หรือ "เบ็ญธม" ในวันที่ 23 กันยายน 2551 หรือ ตรงกับ แรม 15 ค่ำเดือน 10 ซึ่งถือเป็น วันแซนโฎนตาที่แท้จริง ส่วนการจูนโฎนตา เป็นการนำอาหารคาว หวาน ของสด ผลไม้ ไปไหว้ แก่ผู้อาวุโสในครอบครัว ซึ่งลูกหลานทุกคนจะเตรียมไปไหว้ขอพรจากผู้ใหญ่ การแซนโฎนตา เป็นการเตรียมสำรับอาหารคาว หวาน ขนม ข้าวต้มมัด กระยาสารท ฯลฯ นำมาจัดในกระเชอหรือกระด้ง หรือเรียกว่า "กระจือโฎนตา” ซึ่งเป็นการเตรียมไว้สำหรับการเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว และจะเตรียมอาหารคาว หวาน ของสด ผลไม้ไปวัดในเช้าของ วันแรม 15 เดือน 10 เพื่อเป็นการทำบุญให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว
บทความโดย ธนกร มณีศรี นักสื่อสารชุมชนจังหวัดสุรินทร์





