playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 01 Konlaibaan

 

 

กรุงเทพฯ / ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เยี่ยมที่อยู่อาศัยคนไร้บ้านบางกอกน้อย-ตลิ่งชัน เผยชีวิต 20 ครอบครัว จากคนเร่ร่อนไร้ที่อยู่อาศัยพลิกชีวิตใหม่ รวมกลุ่มช่วยเหลือกัน ร่วมกันทำแปลงปลูกผักสวนครัว  เลี้ยงเป็ด  ไก่แพะ  ปลาดุก  เป็นอาหาร  ลงหุ้นทำสหกรณ์ร้านค้า ธนาคารรับซื้อของเก่า  ออมเงินวันละบาทช่วยสวัสดิการสมาชิกและออมรายเดือน เดือนละ 400-700 บาทสร้างบ้าน สร้างชีวิตใหม่ที่อบอุ่นมั่นคง ขณะที่รัฐบาลอนุมัติงบช่วยเหลือคนไร้บ้านทั่วประเทศแล้วกว่า 118 ล้านบาท  “คนไร้บ้าน”  หรือ “คนเร่ร่อน” ถือเป็นกลุ่มคนที่มีชีวิตยากลำบากที่สุดในสังคม เพราะไร้บ้านและขาดความมั่นคงในชีวิต อยู่อาศัยไม่เป็นหลักแหล่ง  เช่น  สวนสาธารณะ ริมทางเดิน สถานีรถไฟ ใต้สะพานลอย อาคารร้างต่างๆ ในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่คนไร้บ้านจะอาศัยอยู่รอบๆ สนามหลวง  ดำรงชีพด้วยอาหารแจกตามมูลนิธิ  และสถานสงเคราะห์ต่างๆ บางคนก็จะมีอาชีพเก็บของเก่าขายเป็นรายได้  อย่างไรก็ตามคนไร้บ้านเหล่านี้ได้มีการรวมตัวเพื่อช่วยเหลือกัน และผลักดันให้ทางราชการให้ความช่วยเหลือ  จนนำมาสู่การสร้างบ้านพักรองรับคนไร้บ้านเพื่อให้มีที่ตั้งหลักชีวิต  จนนำไปสู่การสร้างบ้านใหม่คนไร้บ้านเป็นครั้งแรกในประเทศไทย  โดยมีหน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิต

ล่าสุดวันนี้ (2 ตุลาคม)  เวลา 9.30 น.  นายไมตรี  อินทุสุต  ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  พร้อมด้วยนายพลากร  วงค์กองแก้ว  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้เดินทางมาติดตามผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยกลุ่มคนไร้บ้านที่ศูนย์คนไร้บ้าน  สุวิทย์ วัดหนู เขตบางกอกน้อย  ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงและซ่อมแซม  เนื่องจากอาคารที่พักอาศัยเดิมมีสภาพทรุดโทรม  เพราะก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2551  โดยใช้งบประมาณจาก พอช. จำนวน 2 ล้านบาท  โดยการซ่อมแซมจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมกราคม 2560  เพื่อเป็นที่พักอาศัยชั่วคราวของคนไร้บ้าน  สามารถรองรับผู้อยู่อาศัยได้ 60-70 คน  หลังจากนั้นปลัดกระทรวง พม. และคณะได้เดินทางไปที่ชุมชนใหม่คนไร้บ้าน  ตั้งอยู่ที่ถนนพุทธมณฑลสาย 2 เขตตลิ่งชัน  กรุงเทพฯ  เพื่อเยี่ยมบ้านใหม่ของคนไร้บ้าน  และร่วมกิจกรรมปล่อยปลาลงในสระเลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร  และตำส้มตำจากผลิตผลที่ชาวบ้านร่วมกันปลูก  ซึ่งมีทั้งมะละกอ  มะนาว  พริกขี้หนู  ผักสวนครัวต่างๆ  นอกจากนี้ชาวบ้านยังร่วมกันเลี้ยงเป็ด ไก่ จำนวน 200 ตัว  เลี้ยงแพะเนื้อ 3 ตัว  และปลาดุกอีกจำนวนมาก   โดยปลัดกระทรวงได้กล่าวให้กำลังใจและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มคนไร้บ้าน  ซึ่งบ้านใหม่ของคนไร้บ้านเริ่มก่อสร้างในปี 2557  ลักษณะเป็นอาคารคอนกรีตและบ้านเดี่ยวรวม  20 หน่วย  โดยมีคนไร้บ้านเข้าอยู่อาศัยตั้งแต่กลางปี 2558   ขณะนี้มีผู้เข้าอยู่อาศัยแล้วจำนวน  20 ครัวเรือน

นายไมตรี  อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน  จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน  โดยมีหน่วยงานภายในกระทรวง  และภาคประชาชนร่วมเป็นคณะทำงาน  นอกจากนี้ยังได้ผลักดันโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านเข้าสู่การพิจารณาคณะรัฐมนตรี  และคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเห็นชอบแผนงานและงบประมาณแล้ว  จำนวน 118.60 ล้านบาท

"แผนงานดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2560-2561  ประกอบด้วย  1. สร้างศูนย์พักอาศัยคนไร้บ้านที่กรุงเทพฯ  เชียงใหม่  และขอนแก่น  2. กิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิต  3. จัดสวัสดิการช่วยเหลือคนไร้บ้าน  และ 4. สำรวจข้อมูลคนไร้บ้านเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา   ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าว  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จะเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานดังกล่าว"

นายสุชิน  เอี่ยมอินทร์  หรือ “ลุงดำ”  ตัวแทนกลุ่มคนไร้บ้าน  กล่าวว่า กลุ่มคนไร้บ้านเป็นองค์กรของคนไร้บ้าน เริ่มต้นรวมตัวจัดตั้งเป็นกลุ่มคนไร้บ้าน เมื่อปี พ.ศ. 2544  โดยการสนับสนุนของมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย มีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลช่วยเหลือให้กำลังใจคนไร้บ้านเร่ร่อน  สร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐตามสิทธิอันพึงมีพึงได้  รวมถึงสร้างโอกาสในการพัฒนาตนเองของคนไร้บ้านผ่านกระบวนการกลุ่ม  และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ  เพื่อเป็นกลไกในการประสานงาน การผลักดันเชิงนโยบายของรัฐให้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาของกลุ่มคนไร้บ้าน 

“สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดคนไร้บ้านนั้น  มีหลายสาเหตุ เช่น  การไม่มีงานทำหรือตกยากจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ  บางคนถูกเลิกจ้าง  ทำให้ไม่มีอาชีพ  ไม่รายได้พอจะเช่าบ้านอยู่  บางคนมีปัญหาครอบครัวไม่สามารถอยู่กับครอบครัวได้ บางคนชอบอิสระ  พอใจกับการท่องเที่ยวพเนจร  ไม่ชอบอยู่ร่วมกับคนอื่น บางคนมีปัญหาเรื่องสุขภาพ  พิการ  มีโรคประจำตัว ครอบครัวรังเกียจหรือไม่พร้อมดูแล  หรือเพิ่งออกจากคุก ไม่สามารถปรับตัวเข้าสู่สังคมปกติหรือสังคมไม่ยอมรับ  ซึ่งการมีบ้านพักหรือศูนย์คนไร้บ้านรองรับจะทำให้คนไร้บ้านเหล่านี้มีที่ตั้งหลักชีวิต  ถ้าหางานทำได้  หรือมีอาชีพ  มีรายได้รองรับ   มีหน่วยงานต่างๆ มาสนับสนุน  ก็จะทำให้คนไร้บ้านเหล่านี้มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งและเป็นของตัวเอง  เปลี่ยนจากคนไร้บ้าน  เป็นคนมีบ้าน  มีการพัฒนาชีวิต  มีครอบครัวที่อบอุ่นและมั่นคง”  ลุงดำแกนนำคนไร้บ้านกล่าว

 

05 Konlaibaan

 

“ศูนย์คนไร้บ้านสุวิทย์  วัดหนู”  

“สุวิทย์  วัดหนู”  เป็นนักพัฒนาด้านสิทธิที่อยู่อาศัยของคนจนเมืองมายาวนาน เมื่อเสียชีวิตไปแล้วจึงได้รับเกียรติให้นำชื่อมาตั้งเป็น  “ศูนย์คนไร้บ้านสุวิทย์  วัดหนู”  ซึ่งตั้งอยู่ในที่ดินเช่าของการรถไฟแห่งประเทศไทย  บริเวณป้ายหยุดรถจรัญสนิทวงศ์  มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 200 ตารางวา  ก่อสร้างเป็นอาคารคอนกรีตขนาด 2 ชั้น  รองรับคนไร้บ้านได้ประมาณ 70 คน  ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จำนวน  2.5 ล้านบาท  ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2551  ศูนย์คนไร้บ้านแห่งนี้ถือเป็นรูปธรรมที่สำคัญที่เป็นผลมาจากการรวมตัวกันเรียกร้อง  เจรจาต่อรองและผลักดันกับหน่วยงานรัฐ  ทำให้กลุ่มคนไร้ราก  คนจน  คนจร  ที่ไร้ที่ยืน  ไร้ตัวตนในสังคม  ได้ตระหนักถึงพลังของตัวเอง  พวกเขาได้สร้างกฎระเบียบในการอยู่ร่วมกัน  เช่น  ห้ามดื่มสุรา  ยาเสพติด ห้ามทะเลาะวิวาท  ลักขโมย ฯลฯ  ช่วยกันออกค่าน้ำ  ค่าไฟเดือนละ 50 บาท  (ยกเว้นคนที่ไม่มีรายได้) อยู่กันแบบพี่แบบน้อง  พอเช้ามืดก็จะแยกย้ายกันไปทำงาน  ส่วนใหญ่จะเก็บหาของเก่าตามถังขยะ  เพราะไม่ต้องใช้เงินลงทุน  คนที่แข็งแรงหรือมีฝีมือทางช่างก็จะไปรับจ้าง  เป็นกรรมกรก่อสร้างหรือรับจ้างทั่วไป  นอกจากนี้พวกเขายังได้รวมกลุ่มกันจัดตั้งศูนย์รับซื้อขยะรีไซเคิลขึ้นมา  จัดตั้งร้านค้าสหกรณ์  โดยการระดมหุ้นมาเป็นกองทุน  หุ้นละ 50 บาท  คนหนึ่งไม่เกิน 10 หุ้น   ปัจจุบันมีเงินทุนประมาณ 50,000 บาทเศษ  จำหน่ายสินค้า  เช่น  ข้าวสาร  น้ำมันพืช  น้ำปลา  เครื่องดื่ม (ไม่มีเหล้า-บุหรี่)  ผงซักฟอก  สบู่  ฯลฯ  สิ้นปีก็มีเงินปันผลเฉลี่ยกันไปตามผลกำไร  ส่วนคนที่ขัดสนก็ซื้อเงินเชื่อได้ก่อน  ถือเป็นการช่วยเหลือกันมากกว่าจะเน้นผลกำไร กลุ่มสวัสดิการ  โดยให้สมาชิดออมเงินเข้ากลุ่มวันละ 1 บาท  มีสมาชิกทั้งหมด 56 คน  มีเงินกองทุนรวม 30,389 บาท   เงินกองทุนนี้จะนำไปช่วยเหลือสมาชิก  เช่น  คลอดบุตร  เจ็บป่วย  เสียชีวิต  การศึกษา  และดูแลผู้สูงอายุ การออมทรัพย์เพื่อสร้างบ้าน  แบ่งเป็น 3 ประเภท  คือ  การออมเพื่ออนาคต  เดือนละ 100 บาท  ออมทรัพย์บ้านหลังแรก บ้านเดี่ยว (ขนาด 3 X 6 เมตร)  เดือนละ 700 บาท  บ้านรวมเดือนละ  400 บาท ปัจจุบันมีเงินออมทรัพย์รวม 30,256 บาท นอกจากจะรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือสมาชิกภายในศูนย์คนไร้บ้านแล้ว  สมาชิกคนไร้บ้านยังมีกิจกรรมช่วยเหลือคนไร้บ้านที่เร่ร่อนอยู่ตามพื้นที่สาธารณะ  โดยแบ่งออกเป็น 3 ทีมๆ ละ 3 คน คือ ทีมสนามหลวง ทีมลานคนเมือง (ศาลาว่าการ กทม.)  และทีมสถานีขนส่งหมอชิต  โดยสมาชิกคนไร้บ้านจะออกไปให้คำแนะนำ  นำอาหารและเครื่องดื่มไปแจก  ลงพื้นที่ เดือนละ 5 ครั้ง  หากใครอยากจะมาพักที่ศูนย์ก็ต้องผ่านการรับรองจากสมาชิกก่อน และมีกฎ กติกาในการอยู่ร่วมกัน สมาชิกใหม่ที่เข้ามาอยู่ที่ศูนย์  ช่วง 1 เดือนแรกไม่ต้องจ่าค่าไฟฟ้า น้ำประปา เพื่อให้สมาชิกได้ปรับตัว  หลังจากนั้น จะใช้วิธีหารจากจำนวนสมาชิกที่เข้าพักที่ศูนย์ตามบิลไฟฟ้า  น้ำประปา ส่วนเรื่องอาหารก็จะมีการแบ่งปันกัน  แต่คนที่ทำงานได้จะต้องออกไปหางานทำเพื่อให้มีรายได้มาเลี้ยงดูตัวเอง หากมีเงินเหลือก็นำมาออมทรัพย์  “ผมถือว่าที่นี่เป็นศูนย์ตั้งหลักชีวิต  แม้ว่าเราจะล้มลุกคลุกคลานมาจากที่ไหนก็แล้วแต่  แต่ที่นี่ทำให้เรามีที่ตั้งหลัก มีที่พัก คนที่แข็งแรงไม่เจ็บป่วยก็ออกไปหางานทำ  หรือเก็บของเก่าขาย  มีรายได้ก็มาออมเอาไว้เป็นทุนค้าขาย  หรือสร้างบ้านเป็นของตัวเอง  สร้างอนาคตใหม่  ไม่ต้องร่อนเร่อีกต่อไป” ลุงดำในฐานะผู้อาวุโสของกลุ่มคนไร้บ้านกล่าว

ปัจจุบันศูนย์คนไร้บ้านสุวิทย์  วัดหนู  กำลังอยู่ในระหว่างการรื้อถอนเพื่อปรับปรุงใหม่  เนื่องจากศูนย์ฯ เดิมอยู่ในสภาพทรุดโทรม  โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สนับสนุนงบประมาณจำนวน  2 ล้านบาท

บ้านใหม่ของ “คนเคยไร้บ้าน”

จากประสบการณ์ของ “คนจนรุ่นพี่”  เช่น  กลุ่มคนใต้สะพาน  กลุ่มชุมชนริมทางรถไฟ ฯลฯ  ที่ร่วมกันต่อสู้  เรียกร้อง  จนรุ่นพี่เหล่านี้ได้รับสิทธิจากรัฐในการเช่าที่ดินหรือได้งบประมาณสนับสนุนการสร้างบ้านใหม่  ทำให้กลุ่มคนไร้บ้านร่วมกันปรึกษาหารือและตั้งความหวังเอาไว้ว่าพวกเขาจะต้องมีบ้านหลังแรกในชีวิตให้ได้  จึงร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นมาในปี 2553  สมาชิกที่เข้าร่วมจะต้องออมเงินอย่างน้อยคนละ 100 บาทต่อเดือน  มีสมาชิกเข้าร่วมจำนวน 20 ราย 

ในปี 2557 ความฝันของคนไร้บ้านก็เป็นจริงขึ้นมา  พวกเขาขอเช่าที่ดินริมทางรถไฟจาก รฟท.บริเวณพุทธมณฑลสาย 2  เนื้อที่ 250 ตารางวา  ระยะเวลาเช่า 30  ปี  เพื่อก่อสร้างบ้านเฟสแรก  เป็นบ้านรวม 2 ชั้น  มี 16 ห้อง  บ้านเดี่ยวขนาด 3X6 ตารางเมตร  มี 4 หลัง  โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นเหล็กและคอนกรีต  ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากมูลนิธิศูนย์ศึกษาที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย  จำนวน 6 แสนบาท  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จำนวน 1.2ล้านบาท  และเงินออมสมทบจากสมาชิกคนไร้บ้านรวม 3 หมื่นบาทเศษ 

สมาชิกที่มีสิทธิ์เข้าอยู่อาศัยจะต้องออมเงินเพื่อสร้างบ้านสม่ำเสมออย่างน้อย  6 เดือน  บ้านรวมสำหรับอยู่อาศัยคนเดียวออมเดือนละ 400 บาท  บ้านเดี่ยวสำหรับคนมีครอบครัวออมเดือนละ 700 บาท  หลังจากนั้นจะต้องผ่อนชำระต่อเท่ากับอัตราเงินออมทุกเดือนเป็นระยะเวลา 30 ปี  (รวมค่าเช่าที่ดินรายละ 160 บาทต่อเดือน)  ขณะนี้การก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว  มีผู้อยู่อาศัยจำนวน  20 ครัวเรือน  นอกจากนี้พวกเขายังร่วมกันทำแปลงปลูกผักสวนครัว  เลี้ยงปลา  เอาไว้เป็นอาหาร  ลดรายจ่าย

06 Konlaibaan

 

อ็อด  มูลทา  ศิษย์เก่าสนามหลวง  วัย 52 ปี  เป็นเจ้าของบ้านเดี่ยวที่เขาเรียกว่า “บ้านทางเลือก” เล่าด้วยความภูมิใจว่า  เมื่อก่อนต้องอาศัยสนามหลวงเป็นบ้านนานนับ 10 ปี  เพราะตกงาน  ไม่มีเงินค่าเช่าบ้าน  แต่เมื่อได้รวมกันเป็นกลุ่มคนไร้บ้านจึงได้มีที่พักชั่วคราว  ไม่ต้องเร่ร่อน  มีรายได้จากการขี่ซาเล้งตระเวนเก็บของเก่า  ถ้ามีงานก่อสร้างก็ไปทำ  สะสมเป็นเงินออมทรัพย์เพื่อสร้างบ้านเดือนละ 700 บาท  เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น  อยู่กับแฟน (เจอกันที่สนามหลวง) อาชีพเก็บของเก่าเหมือนกัน 

“ถึงผมจะมีบ้านแล้ว  แต่ก็ยังไม่ทอดทิ้งพี่น้องที่เคยเร่ร่อนมาด้วยกัน  พวกเรายังรวมกลุ่มกันไปช่วยเหลือ เอาข้าวไปแจกที่ลานคนเมือง  ให้คำแนะนำแก่คนที่ยังไร้บ้านให้มาพักที่ศูนย์ฯ  ไม่ต้องไปนอนตากแดดตากฝน  เวลามีเงินก็ให้เก็บออมเอาไว้  สักวันเราก็จะมีบ้านได้  มีอนาคตใหม่  ไม่ต้องเร่ร่อนอีกต่อไป”  อ็อดกล่าวทิ้งท้าย

วันนี้แม้ออดและสมาชิกคนไร้บ้านอีกหลายสิบคนจะไม่ต้องร่อนเร่ไปที่ไหนอีกแล้ว  เพราะมีบ้านเป็นของตัวเองและมีครอบครัวที่อบอุ่น  แต่ก็ยังมีคนจนจัดที่ยังเร่ร่อน  ไร้ที่พักพิงอีกมากมายกระจายอยู่ทั่วประเทศ  บ้านหลังแรกของออดคงจะเป็นตำนานและเป็นบันทึกหน้าใหม่ของคนไร้บ้าน  เพื่อให้สังคมได้เรียนรู้และร่วมกันหาทางออกต่อไป.

 

03 Konlaibaan

 

 

 

รายงาน/ภาพ : สุวัฒน์  กิขุนทด สำนักสื่อสารการพัฒนา พอช.

 

 

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter