playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
worldHabitatDay1_resize.JPG

ถนนราชดำเนิน/ เครือข่ายสลัมสี่ภาคและสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติผนึกพลังกว่า  1,000 คน เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกปี 2559  เดินรณรงค์และยื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อองค์การสหประชาติ-รัฐบาล  แก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน  เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อให้มีโฉนดชุมชน  ให้รัฐคุ้มครองพื้นที่พิพาทที่อยู่ในระหว่างการแก้ไขปัญหา  เพื่อไม่ให้ชาวบ้านถูกขับไล่และดำเนินคดี  ขณะที่กลุ่ม สอช.ยื่นหนังสือถึง กทม.เสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการพหุภาคีขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนป้อมมหากาฬ

องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้ทุกวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมเป็นวันที่อยู่อาศัยโลก   เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ในโลกให้ความสนใจกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์  ตลอดจนสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม  และเพื่อสร้างความตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการให้มนุษย์ทุกคนมีที่อยู่อาศัย   

วันนี้ (3 ตุลาคม)  เวลา 9.00 น.  สมาชิกเครือข่ายสลัมสี่ภาค  และสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาชนที่ทำงานด้านที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมืองทั่วประเทศ  จำนวนประมาณ 1,000 คน  ได้จัดตั้งขบวนที่ถนนราชดำเนินหน้าองค์การสหประชาชาติ (UN)   จากนั้นจึงได้อ่านแถลงการณ์และยื่นหนังสือถึงนายบัน   คี-มูน  เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ   โดยมีตัวแทนองค์การสหประชาติออกมารับมอบหนังสือ   หลังจากนั้นขบวนจึงได้เดินทางมาที่ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี   โดยมีตัวแทนรัฐบาลออกมารับหนังสือข้อเรียกร้อง
worldHabitatDay2_resize.JPG

แถลงการณ์ถึง UN ระบุว่า  ในปีนี้องค์การสหประชาชาติได้สื่อสารข้อความเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกว่า “Housing at the Center”   ซึ่งเป็นการเน้นการจัดสร้างที่อยู่อาศัยให้เพียงพอสำหรับคนจน  เนื่องจากประชากรที่อยู่ในเมืองทั่วโลกเพิ่มขึ้นจำนวน 50 ล้านคนในทุกปี  เรื่องที่อยู่อาศัยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง  โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ  ซึ่งหากไม่มีมาตรการและนโยบายรองรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็จะทำให้กลุ่มเปราะบางเหล่านั้น  มีแนวโน้มที่ต้องกลายเป็นคนไร้บ้านในที่สุด

สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย   มีปัญหาความไม่มั่นคงด้านที่อยู่อาศัย    คือการไล่รื้อชุมชนอันเนื่องมาจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก  เช่น  แผนพัฒนาพิเศษเขตเศรษฐกิจพระราม 3  บนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย  จำนวน 277 ไร่  ซึ่งมีประชาชนเช่าที่ดินอยู่อาศัยและจะได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่า  500 ครอบครัว,  โครงการพัฒนาพื้นที่การท่าเรือคลองเตยเพื่อการพาณิชย์  ซึ่งเป็นชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  จะได้รับผลกระทบราว 20,000 ครอบครัว,  การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง   ทั้งรถไฟความเร็วสูง   การขยายทางคู่  ที่มีแผนการก่อสร้างในทุกภาคของประเทศไทย   ทำให้ชุมชนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมทางรถไฟต้องถูกไล่รื้อหรือรื้อย้ายออกจากพื้นที่,      โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  ระยะแรก 14 กิโลเมตร  จากสะพานพระราม 7  ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า จะส่งผลกระทบต่อชุมชนตลอดแนวชายฝั่งแม่น้ำ  ฯลฯ
worldHabitatDay3_resize.JPG

นางนุชนารถ  แท่นทอง  ประธานเครือข่ายสลัมสี่ภาค  กล่าวว่า  เครือข่ายสลัมสี่ภาค  ขอยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลดังนี้  1.ด้านที่อยู่อาศัย  ให้รัฐบาลสนับสนุน โครงการบ้านมั่นคง  ที่ดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  เพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับคนจนเมืองอย่างต่อเนื่อง  เป็นการสร้างหลักประกันในด้านที่อยู่อาศัยของคนจนโครงการของรัฐที่สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย   รัฐบาลต้องมีนโยบายให้การประปาและการไฟฟ้าดำเนินการขยายระบบหรือติดตั้งโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจากชาวบ้าน    และโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบด้านที่อยู่อาศัยต่อชุมชน   รัฐบาลต้องบวกงบประมาณดำเนินการในส่วนนี้เป็นต้นทุนของโครงการด้วย  เช่น  โครงการพัฒนาระบบรางรถไฟในจังหวัดสงขลา

2.ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมือง  รัฐบาลต้องผลักดันให้มีการออกกฎหมายบำนาญแห่งชาติ  เพื่อให้ผู้สูงอายุมีหลักประกันรายได้ขั้นพื้นฐาน  และให้รัฐบาลสนับสนุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า  เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการรักษาพยาบาลโดยไม่เก็บค่ารักษาปลายทาง  และต้องให้สิทธิ์กลุ่มคนที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ์  เช่น  คนที่ยังไม่มีบัตรประชาชนให้สามารถเข้ารับการรักษาได้

“ส่วนการแก้ไขปัญหาที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและทำกินนั้น  รัฐบาลต้องจัดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อให้มีโฉนดชุมชน  และเดินหน้านโยบายโฉนดชุมชน  โดยการส่งมอบพื้นที่นำร่องสำหรับชุมชนที่อยู่ในที่ดินสาธารณะที่ผ่านกระบวนการพิจารณาแล้ว   รวมทั้งเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.สิทธิชุมชนและการจัดการทรัพยากร  และ พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน  เพื่อให้คนจนเข้าถึงที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยได้  นอกจากนี้ขอให้รัฐคุ้มครองพื้นที่พิพาทที่อยู่ในระหว่างการแก้ไขปัญหา  เพื่อไม่ให้ชาวบ้านถูกขับไล่และดำเนินคดี”  นางนุชนารถกล่าว
worldHabitatDay4_resize.JPG

นางอร่ามศรี  จันทร์สุขศรี  ตัวแทนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) กล่าวว่า  สอช.ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลเช่นกัน  โดยมีเนื้อหา 1.ให้มีการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยโดยเร่งด่วน  โดยตัวแทนองค์กรชาวบ้านขอเข้าร่วมประชุมและชี้แจงด้วย  2.ให้มีการแก้ไขกฎหมาย  ข้อระเบียบ  คำสั่ง  ที่ไม่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย  3.กรณีที่รัฐมีนโยบายทวงคืนที่ดินประเภทต่างๆ  เช่น  สปก.  พื้นที่ป่าสงวนฯ  อุทยานฯ จากผู้ไม่มีสิทธิครอบครอง  ขอให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนที่ด้อยโอกาส  และ 4.กรณีไล่รื้อชุมชนในที่ดินของรัฐ (ป้อมมหากาฬ)  ขอให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการพหุภาคีขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
worldHabitatDay5_resize.JPG


หลังจากที่สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ได้ยื่นหนังสือผ่านตัวแทนรัฐบาลแล้ว   เวลาประมาณ 10 นาฬิกา  ขบวนสมาชิก สอช.ประมาณ 500 คนได้เคลื่อนขบวนมาตามถนนราชดำเนินเพื่อมุ่งหน้ามายังศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร  จากนั้นนางผุสดี  ตามไท  รองผู้ว่า กทม.  (รักษาราชการแทนผู้ว่า กทม.)  ได้ลงมาพบปะกับกลุ่มผู้ชุมชน   โดยตัวแทนชาวบ้านป้อมมหากาฬได้อ่านแถลงการณ์และมอบข้อเรียกร้องที่สำคัญ  คือ 1.ให้ยุติการรื้อถอนบ้านที่ยังไม่รื้อย้ายในชุมชนป้องมหากาฬเอาไว้ก่อน   2.ขอให้มีการแต่งตั้ง “คณะกรรมการพหุภาคี”  ซึ่งประกอบด้วย  ตัวแทนภาครัฐ  ผู้ทรงคุณวุฒิ  ภาคประชาสังคม/เอกชน  ชุมชน  ภาควิชาชีพ  และกรุงเทพมหานคร  เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาให้คนอยู่กับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ได้   และเป็นการแก้ไขปัญหาชุมชนในเกาะรัตนโกสินทร์แนวใหม่   โดยนางผุสดีได้รับหนังสือจากชาวบ้าน  และได้กล่าวว่าตนไม่ได้รับผิดชอบเรื่องนี้   แต่จะนำเรื่องเข้าสู่การประชุมของคณะผู้บริหาร กทม.โดยเร็ว   หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมจึงสลายตัว

 

worldHabitatDay6_resize.JPG

บทความโดย สุวัฒน์ กิขุนทด

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter