
ชุมชน บ้านหนองผือ หมู่ ๑๓ ตำบลสะอาดสมบูรณ์ อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ที่ตั้งติดลำน้ำชื่อ “ห้วยแต้” มี ๗๒ ครัวเรือน ชาวบ้านประกอบอาชีพส่วนใหญ่ ทำนาปลูกข้าว มีการเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย จากสถานการณ์ชุมชนที่ผ่านมาปี๒๕๕๘ มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชุมชน วัว สัตว์เลี้ยงของชาวบ้านตายในช่วงระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ติดต่อกันถึง ๓ ตัว ล้มตายที่แปลงนา และไก่ของชาวบ้านก็ป่วยตาย ประกอบชาวบ้านที่มารับจ้างฉีดยาฆ่าหญ้าในชุมชนได้เสียชีวิตเช่นกัน จึงทำให้ชุมชนบ้านหนองผือ ผู้นำชุมชนชาวบ้านร่วมกันหาสาเหตุการตายของไก่ และวัว ภายในชุมชน ทำไหม วัว และไก่ล้มตาย ปศุสัตว์อำเภอเดินทางมาร่วมตรวจพิสูจน์ โดยได้ข้อสรุปว่าทำไหม วัว และไก่ ตาย สืบเนื่องจากรอบชุมชนแปลงนาปลูกข้าวมีการใช้สารเคมีลงในแปลงนาเป็นจำนวนมาก ยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลง ทำให้มีสารพิษสารเคมีเต็มไปทั่วท้องไร่ปลายนา
นางชลธิชา วิเชียรศรี เปิดเผยว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลสะอาดสมบูรณ์ หรือเรียกกัน กองทุนวันล่ะบาท กองทุนที่จัดการเรื่องสวัสดิการให้ประชาชน โดยการจัดของชาวบ้านในชุมชนเพื่อประชาชนในชุมชน มีภาครัฐ อบต.ท้องถิ่นออกสมทบทุนช่วย ดูแลเรื่องการเกิด เจ็บป่วยเมื่อไปหาหมอนอนโรงพยาบาล กรณีที่เสียชีวิต ชุมชนบ้านหนองผือหมู่บ้านขนาดเล็กๆ มีสมาชิกสมัครกองทุนเข้าร่วม ๖๕ คน ที่ผ่านมามาชาวบ้านเจ็บป่วยเข้ารักษานอนโรงพยาบาลก็มีเงินในกองทุนสวัสดิการบรรเทาช่วยเหลือ ในตำบลเรามีสมาชิกทั้งหมด ๑,๓๖๐ คน มีการจัดเก็บ ๖ เดือน ครั้งหนึ่ง ปีล่ะ สองครั้งสองรอบ ในชุมชนบ้านหนองผือก็ยังมีกองทุนหมู่บ้านอีกส่วนหนึ่ง มาช่วยแก้ไขปัญหาสวัสดิการชาวบ้าน
ผู้ใหญ่บ้าน นายสยาม สุตนนท์ เล่าว่าชุมชนชาวบ้านหนองผือ ร่วมกันประชุมหาวิธีการแก้ไขลดการใช้สารเคมีในแปลงนาข้าว จะร่วมกันทำอย่างไร ตนพร้อมคณะกรรมการชุมชนจึงเขียนโครงการไปนำเสนอสถานการณ์ปัญหาภายในชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. ในโครงการ “ร่วมสร้างชุมชนให้น่าอยู่” จึงได้รับงบประมาณสนับสนุน ๑๗๕,๐๒๐ บาท มาทำกิจกรรมเสริมสร้างพลังชุมชน ตามสัญญาในช่วงระหว่าง วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๘ ไปถึงเดือน พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี ๒๕๕๗ ชุมชนบ้านหนองผือ รับงบประมาณ ๕๗,๐๐๐ บาท จัดทำโครงการ “เลิกเหล้า ลดละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” กรรมการผู้นำชุมชนชวนชาวบ้านจัดตั้ง “สภาผู้นำชุมชน” ทำแผนงานสร้างความเข้าใจการลดการใช้สารเคมี โดยมีโครงสร้างคณะทำงานผ่านสภาผู้นำชุมชน แบ่งการทำงานบทบาทออกเป็นฝ่ายเพื่อรับผิดชอบหน้าที่ จำนวน ๒๐ คน ผู้นำชุมชนจะต้องเสียสละวันเวลาทำงานเพื่อชุมชน ชุมชนเราจึงสร้างเครือข่ายทำร่วมมือไปยังหน่วยงาน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะอาดสมบูรณ์ ,สำนักงานปศุสัตว์ ,สำนักงานเกษตร ,สถานีพัฒนาที่ดิน หมอดินอาสา อสม. เพื่อมาหนุนสร้างกิจกรรมร่วมชุมชน พร้อมหาแนวทางการดำเนินการวิธีการช่วยแก้ไขปัญหาภายในชุมชน มีเป้าหมายช่วยกันลดการนำเข้าของสารเคมี ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง เปลี่ยนชุมชนชักชวนชาวบ้านมาทำเกษตรอินทรีย์
ซึ่งมีครอบครัวที่เข้าร่วมโครงการฯ “ร่วมสร้างชุมชนให้น่าอยู่” มีจำนวน ๔๕ ครัวเรือน โดยมีระเบียบจะต้องสมัครเป็นสมาชิกกองทุนวันล่ะบาท กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลสะอาดสมบูรณ์ เพื่อเข้าสู่ระบบการจัดสวัสดิการภายในชุมชน การดูแลห่วงใยกันตลาดครอบครัว สภาผู้นำชุมชนนำชาวบ้านเดินทางไปศึกษาดูงานที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่ราชธานีอโศก เรื่องเกษตรอินทรีย์ และกรรมวิธีการทำปุ๋ยน้ำหมัก วิถีการดำเนินชีวิตภายใต้ฐานเศรษฐกิจพอพียงทำการปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์ สภาผู้นำชุมชนก็ร่วมกันทำการออกแบบสำรวจ จัดเก็บข้อมูลพื้นฐานภายในชุมชน การนำเข้าปุ๋ยเคมี การใช้ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง รวมไปถึงร้านค้าในชุมชน พร้อมให้ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะอาดสมบูรณ์ ทีม อสม.มาตรวจเจาะเลือดวัดค่าปริมาณสารเคมีภายในร่างกายชาวบ้าน ครอบครัวที่เข้าร่วมโครงการฯจะต้องปฏิบัติเหมือนกัน แบ่งแปลงนาทดลองทำเกษตรอินทรีย์ ๒ ไร่ โดยมีหมอดินอาสา สถานีพัฒนาที่ดินให้คำแนะนำ ปลูกถั่วบำรุงดิน หลังเก็บเกี่ยวข้าวในแปลงนา ให้ห่านถั่วบำรุงดินไถตบตอซังข้าวเพื่อทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ในไร่แปลงนา โดยวิธีการให้ชาวบ้านยืมเมล็ดถั่วบำรุงดินครอบครัวล่ะ ๕ กิโลกรัม ปลูกถั่วแล้วเก็บเกี่ยวเพื่อส่งคืนมาเป็นกองทุนหมุนเวียนเมล็ดพันธุ์ถั่วบำรุงดินในปีถัดไป
ส่วนทาง สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองร้อยเอ็ด เข้ามาหนุนเสริมในงบประมาณกระตุ้นภัยแลง ๙๓๐,๔๐๐ บาท ชุดอุปกรณ์การผลิตปุ๋ยอัดเม็ดแบบควบวงจร ส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การทำน้ำหมัก เพื่อให้การเพาะปลูกข้าวทางเกษตรอินทรีย์ไปสู่มาตรฐาน จีเอ็มพี ผลิตปุ๋ยอัดเม็ดอินทรีย์ สร้างเครือข่ายขยายร่วมชุมชนใกล้เคียง ภายในตำบลสะอาดสมบูรณ์ สร้างเป็นแนวร่วม ๗ หมู่บ้าน คือ ๑.บ้านกาหลง หมู่ ๒ ,บ้านสังข์ หมู่ ๖ บ้านสงยาง หมู่ ๗ ,บ้านดงเค็ง หมู่ ๙ ,บ้านป่าเพิ่ม หมู่ ๑๑ และบ้านสะอาดสมบูรณ์ หมู่ ๑๕
ตอนท้าย นายสยาม สุตนนท์ ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผย วิธีการดำเนินโครงการสำเร็จจะต้องอาศัยความร่วมมือพลังชุมชน ความร่วมมือพร้อมใจกันสามัคคีภายในเป็นหนึ่งเดียว เข้าใจหลักการทำงานของสภาผู้นำชุมชน ซึ่งมีกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นแรงผลักผู้นำชุมชน สมาชิกจะเข้าร่วมโครงการจะต้องผ่านการสมัครเป็นสมาชิกกองทุนวันล่ะบาท เพราะจัดให้เป็นการดูแลพี่น้องชาวบ้านหนุนช่วยการจัดสวัสดิการความเป็นอยู่ภายในตำบลดูแลกัน
เพื่อสร้างขวัญแรงจูงใจให้กำลังใจครอบครัวที่เข้าร่วมแปลงนา“ร่วมสร้างชุมชนให้น่าอยู่” จะเห็นชัดเจนมีป้ายปักอยู่ในแปลง จัดให้มีการประกวดเมล็ดพันธุ์ข้าวดี เกษตรอินทรีย์ โดยวิธีการตรวจหาสารเคมีจากเมล็ดพันธุ์ข้าวในแปลงนา ที่เข้าร่วมโครงการฯ รางวัลก็คือ รับปุ๋ยชีวภาพตามสัดส่วนของรางวัล ปุ๋ยอัดเมล็ดผลิตขึ้นในชุมชนใช้ชื่อ “ตราบ้านหนองผือ” ซึ่งต่อไปทางสภาผู้นำชุมชมเตรียมการวางแผนเรื่องการจัดการขยะในชุมชนบ้านหนองผือ เพื่อลดปริมาณขยะชุมชน จัดการขยะให้เป็นระบบ ช่วยลดสภาวะโลกร้อน
มานะ เหนือโท ศูนย์ข่าวทุ่งกุลา รายงาน







