ชาวชุมชนบ้านโดนออง ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ จัดประชุมรวมผู้นำชุมชนเพื่อเตรียมยกระดับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยมีการเชิญผู้นำชุมชนแต่ละชุมชน เช่น ชุมชนหมู่ 17 ชุมชนหมู่ 5 เจ้าอาวาสวัดดอนวิเวก และผู้นำชุมชนหมู่ 11 บ้านโดนออง ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ในการประชุมครั้งนี้ มีนักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ ของสำนักงานพัฒนาชุมชน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์เข้าร่วมประชุมด้วย
ชาวชุมชนบ้านโดนออง ตำบลนาดี นำโดยท่านผู้ใหญ่บ้านได้มีการจัดประชุมเพื่อปรึกษาหารือการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ คือ การล่องแพ ชมป่า ของชาวชุมชนตำบลนาดี ที่มีป่าอันอุดมสมบูรณ์และคาดว่า เดือนมกราคมนี้ จะเปิดอย่างเป็นทางการ โดยให้มีการล่องแพ ชมธรรมชาติ และเดินเที่ยวชมธรรมชาติ โดยที่ประชุมลงมติว่าคิดกันท่านละ 300 บาทพร้อมค่าอาหาร
นางสาวิตรี ญาณอุบล นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองสุรินทร์ ได้กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวชุมชนบ้านโดนอองหมู่ที่ 11 ตำบลนาดีอำเภอเมืองจังหวัดสุรินทร์ได้มีการเปิดแหล่งท่องเที่ยวลานหินดาด ซึ่งได้รับคำ ตอบรับจากประชาชนทั่วไป ไปเที่ยวชมอย่างล้นหลามโดยชุมชนจัดการตนเอง แต่ได้ช่วงฤดูเดียว คือฤดูแล้ง จึงได้มีการมาประชุมเพื่อพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยว เพื่อให้ได้ในหลายหลายฤดู และหลายหลายช่วงโดยมีการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างเช่น ล่องเรือ ชมธรรมชาติ ชมป่า ดูแหล่งวัฒนธรรม อัตลักษณ์ของชาวชุมชน โดยชุมชนได้มีส่วนร่วมจึงได้มีการมาจัดประชุมในครั้งนี้ และได้นำเสนอเข้าสู่จังหวัดและจัดพิมพ์เป็นหนังสือรูปเล่ม ว่าช่วงหน้าหนาวและหน้าแล้งในช่วง 2 ฤดู ชาวชุมชนจะได้มีรายได้จากการท่องเที่ยวโดยมีทรัพยากรธรรมชาติอย่างเช่น ลำน้ำหินด่าน และป่าไม้ โดยทางพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองได้มีการบรรจุในรูปเล่มของจังหวัด ว่าการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยการคิดหัวละ 300 บาท พร้อมค่าอาหารเที่ยงหนึ่งมื้อ และเรือนำเที่ยวนางสาวิตรีกล่าว
พระครูวิเวกวราภรณ์ รองเจ้าคณะตำบลนาดี เจ้าอาวาสวัดดอนวิเวก กล่าวว่า ถือว่าเป็นการดีที่ชาวชุมชนได้จัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ และเห็นดีด้วยแต่ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและควรมีการจัดทำประกันชีวิต และอีกอย่างเราไม่ต้องไปลงทุนอะไรมากมาย ธรรมชาติสร้างให้เรามีอยู่แล้ว ทางวัดก็มีหลากหลายที่จะให้ทางนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชม อย่างเช่น สวนสมุนไพร ที่อบสมุนไพร พระบรมสารีริกธาตุ เจ้าแม่พันชาติ และที่กำลังก่อสร้างอยู่ตอนนี้ ก็คือองค์พระใหญ่ ที่จะให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าไปเที่ยวชมและกราบไหว้ และในครั้งนี้ทางวัดให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับชาวชุมชน เพราะว่าชอบมากที่จะช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติและจัดเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ทุกฝ่ายควรจะมาร่วมมือกันช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติให้เป็นแบบอย่างของจังหวัดและในหลายๆพื้นที่ด้วย ที่สำคัญสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ดี จัดจุด เป็นจุดไว้เพื่อบริการนักท่องเที่ยว พระครูกล่าว
นายทองสุข สายบุตร ผู้ใหญ่บ้านโดนออง หมู่ที่ 11 ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ความเป็นมาของชาวชุมชน บ้านโดนออง หมู่ที่ 11 ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ บรรพบุรุษย้ายมาจาก บ้านละงัวกรอย - กันตรง มีครอบครัวของ ตามา สายบุตร มาตั้งรกรากเป็นครอบครัวแรก ประมาณ 110 ปี มาแล้วเป็นเนินสูงด้วยห้วยลำน้ำชีล้อมรอบหมู่บ้าน เหมือนกับหมู่บ้านโดนอ้อมล้อมด้วยสายน้ำ จึงเรียกว่าหมู่บ้านโดนอ้อม ต่อมาได้เรียกชื่อกลายมาเรื่อยๆ เป็นเรียกชื่อว่าหมู่บ้าน “โดนออง” มาจนถึง ณ ปัจจุบัน
ชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอเมืองสุรินทร์ ราวประมาณ 20 กิโลเมตร ไปทางทิศเหนือ ใช้เวลาเดินทางเราประมาณ 35 นาที เป็นพื้นที่ราบและเป็นพื้นที่ราบลุ่มน้ำ เหมาะสำหรับ เพาะปลูก และทำนาเลี้ยงสัตว์ มี 3 ฤดูกาล คือ ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน - มกราคม ฤดูร้อน เดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม และช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม ส่วนฤดูฝน มิถุนายน - สิงหาคม ปัจจุบันพื้นที่ ของหมู่บ้านโดนออง หมู่ที่ 11 ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ มีประชากรโดยประมาณ 1250 คนอายุส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 18 ถึง 49 ปี หมู่บ้านโดนอองเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่การศึกษามีสถานศึกษาชื่อว่า โรงเรียนบ้านโดนออง อาชีพส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำนา ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ และรับจ้าง ชาวชุมชนบ้านโดนออง มีความรักความสามัคคี ในชุมชนเป็นอย่างดี
ด้วยพื้นที่ของหมู่บ้านโดนออง มีความอุดมสมบูรณ์เกี่ยวกับป่าไม้ และแหล่งน้ำ ชาวชุมชนบ้านโดนอองจึงช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้เอาไว้ ส่วนมากเป็นต้นไม้ป่ายางนา ที่มีเนื้อที่ป่าราวประมาณ 400 ไร่ ชาวชุมชนหวงแหนป่าผืนนี้มากและช่วยกันอนุรักษ์ จนสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ เมื่อปี 2558 ชาวชุมชนบ้านโดนอองได้ช่วยกันยกระดับป่าของชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ณ ลานหินดาน บ้านโดนออง สิ่งที่โดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของลานหินดาน คือแหล่งหินดานสีแดง ที่ทับซ้อนกันมานาน มีลานหินเป็นชั้นๆในช่วงน้ำลดจะมองเห็นหินเป็นลานกว้าง เหมาะแก่การพักผ่อนรับอากาศบริสุทธิ์ของต้นไม้ และรับอากาศความสดชื่นของสายน้ำลำชี เพื่อผ่อนคลาย ชาวชุมชนจะเปิดระหว่างเดือนมกราคม จนถึงปลายเดือนเมษายน เพราะเป็นช่วงหน้าแล้งน้ำจะลด ทำให้มองเห็นหินดานได้อย่างชัดเจน ชาวชุมชนเริ่มเปิดให้ชาวนักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมครั้งแรก เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2559 ทำให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากทุกคนจากทั่วสารทิศ นักท่องเที่ยวต่างเพศต่างวัยได้เข้ามาเทียวชม และพักผ่อนหย่อนใจ มาเป็นครอบครัวก็มาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์และเป็นแหล่งปลอดแอลกอฮอล์ ชาวชุมชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยไม่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และได้มีการสอดส่องตักเตือน นักท่องเที่ยวที่นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาในพื้นที่ด้วย จนถึงได้มาตั้งกฎกติกาชุมชนโดยมีคณะกรรมการชุมชนและผู้ประกอบการในชุมชน
ชาวบ้านโดนออง ม. 11 ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งหมู่บ้านติดกับลำน้ำชี ซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงคนสุรินทร์ บุรีรัมย์ และจะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำมูลที่ บริเวณวังทะลุ ต.กระโพ อ.ท่าตุม ได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวคลายร้อนอีกที่หนึ่ง ซึ่งมีน้ำใส เย็นสบาย ปลอดภัยมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด จุดเด่นเป็นลานหินกว้างกลางเเม่น้ำชี มีหาดทรายธรรมชาติ น้ำไม่ลึกมากนัก เหมาะกับการเล่นคลายร้อนในหน้าร้อนนี้ เมื่อชาวบ้านผู้นำชุมชนเห็นศักยภาพตรงนี้ จึงร่วมกันพัฒนาเป็นแหล่องท่องเที่ยว ใกล้บ้าน สร้างรายได้สู้ชุมชนอีกทาง โดยทางหมู่บ้านได้จัด อปพร. ในหมู่บ้านร่วมดูแลรักษาความปลอดภัย รวมถึงจัดระเบียบร้านค้า นักท่องเที่ยว ให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมาะกับการผักผ่อนแก่ประชาชนทั่วไป
ระหว่างช่วงปิดการท่องเที่ยว ชาวชุมชนจะออกหาของป่า ที่ชาวชุมชนได้อนุรักษ์เอาไว้มาประกอบอาหารทาน หรือเข้าหาผลไม้ป่า ที่ชาวชุมชนเรียกกว่า “ซูเปอร์มาร์เก็ตชุมชน”ที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อ เพียงแค่รักษาพื้นป่าเอาไว้ชาวชุมชนบ้านโดนออง หมู่ที่ 11 ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ช่วยกันสานพลังอนุรักษ์ธรรมชาติ พร้อมทั้งยกระดับ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ อีกสถานที่หนึ่งของจังหวัดสุรินทร์เป็นไฮไลท์เด็ดก็ถือว่าได้ และชาวชุมชนที่หมู่บ้านโดนออง จังหวัดสุรินทร์นี้ ยังมีความรักความสามัคคี ถือว่าเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ช่วยกันสานพลังอนุรักษ์ธรรมชาติจึงถือว่าเป็นชาวชุมชนต้นแบบอีกสถานที่หนึ่ง นี่คือความสุขของชาวชุมชนบ้านโดนออง ม.11 ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์อย่างแท้จริง แต่ว่าลานหินดาดของชุมชนเปิดได้แต่ฤดูแล้งฤดูเดียวจึงได้มีการจัดประชุมในครั้งนี้เพื่อเปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติในช่วงฤดูหนาวถือว่าเป็นอีกทางหนึ่งที่ให้ชาวชุมชนได้มีรายได้นายทองสุขกล่าว
นี่ก็เป็นอีกชาวชุมชนหนึ่ง ที่ประสบความสำเร็จในการเปิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติโดยมีทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นทุนอยู่แล้ว
ธนากร มณีศรี ผู้สื่อข่าวชุมชนจังหวัดสุรินทร์ รายงาน
สุรินทร์ - ชุมชนโดนอองจัดประชุมเตรียมเปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ
ชาวชุมชนบ้านโดนออง ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ จัดประชุมรวมผู้นำชุมชนเพื่อเตรียมยกระดับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยมีการเชิญผู้นำชุมชนแต่ละชุมชน เช่น ชุมชนหมู่ 17 ชุมชนหมู่ 5 เจ้าอาวาสวัดดอนวิเวก และผู้นำชุมชนหมู่ 11 บ้านโดนออง ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ในการประชุมครั้งนี้ มีนักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ ของสำนักงานพัฒนาชุมชน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์เข้าร่วมประชุมด้วย
ชาวชุมชนบ้านโดนออง ตำบลนาดี นำโดยท่านผู้ใหญ่บ้านได้มีการจัดประชุมเพื่อปรึกษาหารือการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ คือ การล่องแพ ชมป่า ของชาวชุมชนตำบลนาดี ที่มีป่าอันอุดมสมบูรณ์และคาดว่า เดือนมกราคมนี้ จะเปิดอย่างเป็นทางการ โดยให้มีการล่องแพ ชมธรรมชาติ และเดินเที่ยวชมธรรมชาติ โดยที่ประชุมลงมติว่าคิดกันท่านละ 300 บาทพร้อมค่าอาหาร
นางสาวิตรี ญาณอุบล นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองสุรินทร์ ได้กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวชุมชนบ้านโดนอองหมู่ที่ 11 ตำบลนาดีอำเภอเมืองจังหวัดสุรินทร์ได้มีการเปิดแหล่งท่องเที่ยวลานหินดาด ซึ่งได้รับคำ ตอบรับจากประชาชนทั่วไป ไปเที่ยวชมอย่างล้นหลามโดยชุมชนจัดการตนเอง แต่ได้ช่วงฤดูเดียว คือฤดูแล้ง จึงได้มีการมาประชุมเพื่อพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยว เพื่อให้ได้ในหลายหลายฤดู และหลายหลายช่วงโดยมีการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างเช่น ล่องเรือ ชมธรรมชาติ ชมป่า ดูแหล่งวัฒนธรรม อัตลักษณ์ของชาวชุมชน โดยชุมชนได้มีส่วนร่วมจึงได้มีการมาจัดประชุมในครั้งนี้ และได้นำเสนอเข้าสู่จังหวัดและจัดพิมพ์เป็นหนังสือรูปเล่ม ว่าช่วงหน้าหนาวและหน้าแล้งในช่วง 2 ฤดู ชาวชุมชนจะได้มีรายได้จากการท่องเที่ยวโดยมีทรัพยากรธรรมชาติอย่างเช่น ลำน้ำหินด่าน และป่าไม้ โดยทางพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองได้มีการบรรจุในรูปเล่มของจังหวัด ว่าการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยการคิดหัวละ 300 บาท พร้อมค่าอาหารเที่ยงหนึ่งมื้อ และเรือนำเที่ยวนางสาวิตรีกล่าว
พระครูวิเวกวราภรณ์ รองเจ้าคณะตำบลนาดี เจ้าอาวาสวัดดอนวิเวก กล่าวว่า ถือว่าเป็นการดีที่ชาวชุมชนได้จัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ และเห็นดีด้วยแต่ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและควรมีการจัดทำประกันชีวิต และอีกอย่างเราไม่ต้องไปลงทุนอะไรมากมาย ธรรมชาติสร้างให้เรามีอยู่แล้ว ทางวัดก็มีหลากหลายที่จะให้ทางนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชม อย่างเช่น สวนสมุนไพร ที่อบสมุนไพร พระบรมสารีริกธาตุ เจ้าแม่พันชาติ และที่กำลังก่อสร้างอยู่ตอนนี้ ก็คือองค์พระใหญ่ ที่จะให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าไปเที่ยวชมและกราบไหว้ และในครั้งนี้ทางวัดให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับชาวชุมชน เพราะว่าชอบมากที่จะช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติและจัดเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ทุกฝ่ายควรจะมาร่วมมือกันช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติให้เป็นแบบอย่างของจังหวัดและในหลายๆพื้นที่ด้วย ที่สำคัญสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ดี จัดจุด เป็นจุดไว้เพื่อบริการนักท่องเที่ยว พระครูกล่าว
นายทองสุข สายบุตร ผู้ใหญ่บ้านโดนออง หมู่ที่ 11 ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ความเป็นมาของชาวชุมชน บ้านโดนออง หมู่ที่ 11 ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ บรรพบุรุษย้ายมาจาก บ้านละงัวกรอย - กันตรง มีครอบครัวของ ตามา สายบุตร มาตั้งรกรากเป็นครอบครัวแรก ประมาณ 110 ปี มาแล้วเป็นเนินสูงด้วยห้วยลำน้ำชีล้อมรอบหมู่บ้าน เหมือนกับหมู่บ้านโดนอ้อมล้อมด้วยสายน้ำ จึงเรียกว่าหมู่บ้านโดนอ้อม ต่อมาได้เรียกชื่อกลายมาเรื่อยๆ เป็นเรียกชื่อว่าหมู่บ้าน “โดนออง” มาจนถึง ณ ปัจจุบัน ห่างจากอำเภอเมืองสุรินทร์ ราวประมาณ 20 กิโลเมตร ไปทางทิศเหนือ ใช้เวลาเดินทางเราประมาณ 35 นาที เป็นพื้นที่ราบและเป็นพื้นที่ราบลุ่มน้ำ เหมาะสำหรับ เพาะปลูก และทำนาเลี้ยงสัตว์ มี 3 ฤดูกาล คือ ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน - มกราคม ฤดูร้อน เดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม และช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม ส่วนฤดูฝน มิถุนายน - สิงหาคม ปัจจุบันพื้นที่ ของหมู่บ้านโดนออง หมู่ที่ 11 ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ มีประชากรโดยประมาณ 1250 คนอายุส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 18 ถึง 49 ปี หมู่บ้านโดนอองเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่การศึกษามีสถานศึกษาชื่อว่า โรงเรียนบ้านโดนออง อาชีพส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำนา ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ และรับจ้าง ชาวชุมชนบ้านโดนออง มีความรักความสามัคคี ในชุมชนเป็นอย่างดี ด้วยพื้นที่ของหมู่บ้านโดนออง มีความอุดมสมบูรณ์เกี่ยวกับป่าไม้ และแหล่งน้ำ ชาวชุมชนบ้านโดนอองจึงช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้เอาไว้ ส่วนมากเป็นต้นไม้ป่ายางนา ที่มีเนื้อที่ป่าราวประมาณ 400 ไร่ ชาวชุมชนหวงแหนป่าผืนนี้มากและช่วยกันอนุรักษ์ จนสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ เมื่อปี 2558 ชาวชุมชนบ้านโดนอองได้ช่วยกันยกระดับป่าของชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ณ ลานหินดาน บ้านโดนออง สิ่งที่โดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของลานหินดาน คือแหล่งหินดานสีแดง ที่ทับซ้อนกันมานาน มีลานหินเป็นชั้นๆในช่วงน้ำลดจะมองเห็นหินเป็นลานกว้าง เหมาะแก่การพักผ่อนรับอากาศบริสุทธิ์ของต้นไม้ และรับอากาศความสดชื่นของสายน้ำลำชี เพื่อผ่อนคลาย ชาวชุมชนจะเปิดระหว่างเดือนมกราคม จนถึงปลายเดือนเมษายน เพราะเป็นช่วงหน้าแล้งน้ำจะลด ทำให้มองเห็นหินดานได้อย่างชัดเจน ชาวชุมชนเริ่มเปิดให้ชาวนักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมครั้งแรก เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2559 ทำให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากทุกคนจากทั่วสารทิศ นักท่องเที่ยวต่างเพศต่างวัยได้เข้ามาเทียวชม และพักผ่อนหย่อนใจ มาเป็นครอบครัวก็มาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์และเป็นแหล่งปลอดแอลกอฮอล์ ชาวชุมชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยไม่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และได้มีการสอดส่องตักเตือน นักท่องเที่ยวที่นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาในพื้นที่ด้วย จนถึงได้มาตั้งกฎกติกาชุมชนโดยมีคณะกรรมการชุมชนและผู้ประกอบการในชุมชน
ชาวบ้านโดนออง ม. 11 ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งหมุ่บ้านติดกับลำน้ำชี ซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงคนสุรินทร์ บุรีรัมย์ และจะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำมูลที่ บริเวณวังทะลุ ต.กระโพ อ.ท่าตุม ได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวคลายร้อนอีกที่หนึ่ง ซึ่งมีน้ำใส เย็นสบาย ปลอดภัยมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด จุดเด่นเป็นลานหินกว้างกลางเเม่น้ำชี มีหาดทรายธรรมชาติ น้ำไม่ลึกมากนัก เหมาะกับการเล่นคลายร้อนในหน้าร้อนนี้ เมื่อชาวบ้านผู้นำชุมชนเห็นศักยภาพตรงนี้ จึงร่วมกันพัฒนาเป็นแหล่องท่องเที่ยว ใกล้บ้าน สร้างรายได้สู้ชุมชนอีกทาง โดยทางหมู่บ้านได้จัด อปพร. ในหมู่บ้านร่วมดูแลรักษาความปลอดภัย รวมถึงจัดระเบียบร้านค้า นักท่องเที่ยว ให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมาะกับการผักผ่อนแก่ประชาชนทั่วไประหว่างช่วงปิดการท่องเที่ยว ชาวชุมชนจะออกหาของป่า ที่ชาวชุมชนได้อนุรักษ์เอาไว้มาประกอบอาหารทาน หรือเข้าหาผลไม้ป่า ที่ชาวชุมชนเรียกกว่า “ซูเปอร์มาร์เก็ตชุมชน”ที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อ เพียงแค่รักษาพื้นป่าเอาไว้ชาวชุมชนบ้านโดนออง หมู่ที่ 11 ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ช่วยกันสานพลังอนุรักษ์ธรรมชาติ พร้อมทั้งยกระดับ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ อีกสถานที่หนึ่งของจังหวัดสุรินทร์เป็นไฮไลท์เด็ดก็ถือว่าได้ และชาวชุมชนที่หมู่บ้านโดนออง จังหวัดสุรินทร์นี้ ยังมีความรักความสามัคคี ถือว่าเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ช่วยกันสานพลังอนุรักษ์ธรรมชาติจึงถือว่าเป็นชาวชุมชนต้นแบบอีกสถานที่หนึ่ง นี่คือความสุขของชาวชุมชนบ้านโดนออง ม.11 ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์อย่างแท้จริง แต่ว่าลานหินดาดของชุมชนเปิดได้แต่ฤดูแล้งฤดูเดียวจึงได้มีการจัดประชุมในครั้งนี้เพื่อเปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติในช่วงฤดูหนาวถือว่าเป็นอีกทางหนึ่งที่ให้ชาวชุมชนได้มีรายได้นายทองสุขกล่าว
นี่ก็เป็นอีกชาวชุมชนหนึ่ง ที่ประสบความสำเร็จในการเปิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติโดยมีทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นทุนอยู่แล้ว





