playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

228409

 

“สุขย่อนมีข้าวกิน สุขย่อนมีดินอยู่ สุขย่อนมีคู่ครอง สุขย่อนมีเงินทองเต็มถุงเต็มไถ่ สุขย่อนมีเฮือนใหญ่มุงแป้นกระดาน สุขย่อนมีลูกหลานมายามมาเฝ้า สุขย่อนมีลูกเต้าได้ดิบได้ดี สุขย่อนเป็นเศรษฐีมีเข้าเต็มเล้า สุขย่อนเฒ่าแก่แล้วได้เข้าวัดฟังธรรม” ผญาภาษิตอีสาน ในธรรมนูญประชาชนบ้านบก บ้านหนองทับม้า ตำบลเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ

เรื่องราวของชาวบ้านบก บ้านหนองทับม้า ที่ลุกขึ้นมาทำธรรมนูญจากสำนึกของพวกเขากันเอง ที่ต้องการเห็นชุมชนอยู่ดีมีสุขร่วมกันตามผญาภาษิตอีสาน เรื่องเล่าจาก อาจารย์วานิชย์ บุตรี และคุณชุติมา มรีรัตน์ ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ


ธรรมนูญประชาชนคนบ้านบก บ้านหนองทับม้า : ฝันให้ไกลไปให้ถึง


“สวัสดีครับ รอนานไหมครับ” ผมรีบจอดรถเดินเข้าไปทักทายเจ้าบ้านผู้ใหญ่ณรงค์  เพ็ชรพลอย  ผู้ช่วยบุญเลิศ  มีทองแสน ผู้ใหญ่สายันต์  ทองหล่อ  และเพื่อนบ้าน 3-4  คน  เข้าไปนั่งบนเสื่อพูดคุยทักทายด้วยเรื่องราวทั่วไป พลันสายตาผมเหลือบไปเห็นข้อความที่ผู้ใหญ่ณรงค์ติดไว้ข้างฝาผนัง แล้วอ่านออกเสียงได้ยินโดยทั่วกัน “สุขย่อนมีข้าวกิน สุขย่อนมีดินอยู่ สุขย่อมมีคู่ครอง สุขย่อนมีเงินทองเต็มถุงเต็มไถ่ สุขย่อนมีเฮือนใหญ่มุงแป้นกระดาน สุขย่อนมีลูกหลานมายามมาเฝ้า สุขย่อนมีลูกเต้าได้ดิบได้ดี สุขย่อนเป็นเศรษฐีมีเข้าเต็มเล้า สุขย่อนเฒ่าแก่แล้วได้เข้าวัดฟังธรรม” ผญาภาษิตอีสาน “นี่มันผญาภาษิตอีสานนี่ ผู้ใหญ่ณรงค์นำมาติดไว้เพื่อเตือนใจตัวเองรึครับ” ผมหันไปถามผู้ใหญ่ณรงค์

“ผมนำมาจากธรรมนูญประชาชนบ้านบก บ้านหนองทับม้าครับ” ผู้ใหญ่ณรงค์รีบตอบด้วยความภาคภูมิใจ ที่เห็นผมสนใจอ่านจนจบ ผมรู้สึกสงสัยมานานแล้วว่าสองหมู่บ้านทำธรรมนูญทำไม ทำอย่างไร จึงทำได้ เห็นแต่ข่าวในทีวี มีคณะทำงานร่างรัฐธรรมนูญใช้เวลาร่างเป็นปี ใช้งบประมาณไปหลายล้าน จึงร่างรัฐธรรมนูญเสร็จใช้เวลาร่างเป็นปี ใช้งบประมาณไปหลายล้าน จึงร่างธรรมนูญเสร็จ แล้วนำไปให้ประชาชนลงมติ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมานี่เอง

“ผู้ใหญ่ครับ ธรรมนูญนี้ร่างขึ้นมาเพื่ออะไร ทำไมจึงต้องมีธรรมนูญหมู่บ้านด้วย ทำแล้วดีขึ้นอย่างไร” ผมถามผู้ใหญ่ณรงค์ และทีมงานที่มาต้อนรับเป็นชุดๆ

“เรื่องมันยาวนะครับ พวกท่านสนใจจะฟังรึครับ”

“จริงสิ เริ่มมาตั้งแต่ก่อตั้งหมู่บ้านเลย แล้วเป็นมาอย่างไร จึงต้องมาเขียนธรรมนูญขึ้นมา” ผู้ใหญ่ณรงค์และเพื่อนทีมงานซุบซิบพูดคุยกันเพื่อทบทวนความจำเรื่องราวเล็กน้อย

“บ้านหนองทับม้ามีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน การตั้งบ้านเรือนในสมัยแรกมีความซับซ้อน มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองจากกิ่งอำเภอยุบลงไปเป็นตำบล ตำบลยุบเป็นหมู่บ้าน ภายหลังได้ยกฐานให้เป็นกิ่งอำเภอและเป็นอำเภอในปัจจุบัน ที่บริเวณที่ตั้งหมู่บ้านหนองทับม้าและตำบลเสนางคนิคม บางคนจึงเอาชื่อตำบลมาเรียกชื่อบ้านหนองทับม้าว่าบ้านเสนางหรือเสนางคนิคม ทราบว่าบ้านหนองทับม้าหรือบ้านเสนางคนิคม ตั้งขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีก่อนพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขึ้นครองราชย์เล็กน้อยระหว่าง พ.ศ.2318-2320”

“แล้วบ้านบกล่ะครับ มีความเป็นมาอย่างไร” ผมถามเบรก เพื่อให้หยุดทบทวนก่อนร่ายยาวเกินไป

“บ้านบกเป็นหมู่บ้านแยกตัวมาจากบ้านหนองทับม้า ช่วงนั้นบ้านหนองทับม้าได้เกิดโรคฝีดาษ จึงได้อพยพบ้านเรือนไปที่บ้านเดื่อใหญ่ ต่อมาเกิดมีคนล้มตายจากโรคฝีดาษอีก ส่วนใหญ่จึงย้ายกลับมาอยู่ที่หนองทับม้า อีกส่วนหนึ่งย้ายไปบ้านเหล่าและย้ายไปที่โนนกกบก เพราะเห็นว่าอยู่ใกล้กับที่ทำกินของตัวเอง โนนกกบก จึงเพี้ยนไปบ้านบก จนเท่าทุกวันนี้ครับ

“อ้อ แสดงว่าสองหมู่บ้านนี้มีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากสิน่ะ”

“ใช่ครับ สองหมู่บ้านนี้อยู่ห่างกันไม่ถึงกิโล มีนามสกุลที่ซ้ำกัน ไขว้ไปมาอยู่” ผู้ใหญ่ณรงค์ช่วยเสริม

“แล้วทำไมสองหมู่บ้านนี้ จึงมาร่วมกันร่างธรรมนูญล่ะ” ผมถามเพื่อนำสู่เรื่องสำคัญ

ผู้ใหญ่ณรงค์หันไปถามกับทีมงานนิดหนึ่งก่อนจะตอบข้อสงสัยดูจากสีหน้าท่าทางทุกคนมีความสุขที่ได้เล่าเรื่องดีๆของหมู่บ้านให้ผู้มาเยือนได้รับฟัง

“เรื่องนี้มันเกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2551-2554  หลังจากที่สภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลเสนางคนิคม ได้จัดตั้งขึ้นแล้ว ได้มีวงพูดคุยกันทั้งวงเล็ก วงใหญ่ ว่าหมู่บ้านของเรามีอะไรดีๆที่ควรจะคงไว้ อะไรที่ไม่ดีอยากแก้ไขปรับปรุง และที่ยังไม่มี แต่เราอยากให้เกิดขึ้น”

“สุดท้ายจึงได้ข้อเสนอจัดเป็น 10 หมวด แยกเป็นข้อได้ 33 ข้อ จัดพิมพ์เป็นชุดเอกสาร ทำไปสอบถามชาวบ้านทุกครัวเรือนว่าอะไรดี ไม่ดี จะได้ปรับปรุงแก้ไข หลังจากปรับปรุง แล้วจึงนำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ของชาวบ้าน ทั้ง 7 หมู่ และให้การรับรอง ประกาศว่าจะนำไปใช้ร่วมกัน เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555

ผู้ช่วยบุญเลิศ ยื่นเอกสารธรรมนูญประชาชนให้ผมอ่าน 1 เล่ม ผมหยิบมาอ่านอย่างคราวๆ เห็นว่าเป็นข้อกำหนดทีส่งเสริมให้คนทำความดีต่อตนเอง ต่อครอบครัวและต่อชุมชน ไม่มีข้อใดกำหนดบทลงโทษ บังคับให้ปฏิบัติตามเลย เช่น ทุกครัวเรือนควรปลูกต้นไม้ตามสวน ป่าหัวไร่ปลายนา ครอบครัวละ 10 ต้นต่อปี พ่อแม่เป็นตัวอย่างที่ดีแก่บุตรหลาน โดยการไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า เป็นต้น

“ผมอ่านดูแล้วธรรมนูญหมู่บ้านเราไม่มีการกำหนดบทลงโทษเลยแล้วอย่างนี้จะมีใครทำตามไหมครับ ทำอย่างไรจึงจะทำตาม”  ผมวางเอกสารธรรมนูญลงแล้วหันไปถามผู้ใหญ่สายันต์ ทองหล่อ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่11 บ้าง ผู้ใหญ่สายันต์มองหน้าหลังหารือกับเพื่อนๆ นิดหนึ่ง

“ถึงแม้เราจะไม่มีข้อบังคับ กำหนดบทลงโทษ แต่ก็อาศัยการประชาสัมพันธ์ ทั้งเอกสาร และเสียงตามสายหมู่บ้านต่างๆ เชิญชวนให้ชาวบ้านปฏิบัติตาม เริ่มจากผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ทำเป็นตัวอย่างก่อนหน่วยงานท้องถิ่นราชการมาหนุนเสริม ทำให้ค่อยๆ ขยับดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ”

“พอจะยกตัวอย่างได้ไหมครับ ว่ามีอะไรเปลี่ยนไปในทางที่ดีบ้าง” ผมถามเพื่อให้ตอบตรงประเด็น

“อย่างแรกที่เห็นคือผู้นำชาวบ้านมีความรักความสามัคคีมากขึ้น เพราะมีเวลามาพูดคุยเรื่องงานพัฒนามากขึ้น ส่วนชาวบ้านก็ออกมาทำบุญใส่บาตร เข้าวัดฟังเทศน์มากขึ้น เวลาทำบุญก็แต่งกายอนุรักษ์ผ้าพื้นบ้าน สวมผ้าถุง ผ้าไทย ที่เรียบร้อย ทำความสะอาดบ้านเรือน ปัดกวาดถนนหนทาง ปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเอง รวมกลุ่มทำเกษตรอินทรีย์ รวมทุนรวมหุ้นตั้งแต่เกิดจนตาย และที่น่าดีใจที่สุดคือตอนนี้มีเจ้าภาพจัดงานบุญไม่มีเหล้า ทั้งงานศพ งานบวช งานกฐิน จากแต่เดิมไม่มีใครกล้าจัดกลัวชาวบ้านนินทาว่า เจ้าภาพตระหนี่ถี่เหนียวครับ”

ผมนั่งนึกไปด้วยว่าเรื่องนี้เป็นการเปลี่ยนจิตสำนึกของคนเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่เห็นถึงความตั้งใจของผู้นำชาวบ้าน ที่จะช่วยกันผลักดันให้ธรรมนูญเกิดเป็นความจริง ได้แต่ภาวนา เอาใจช่วย ขอให้ชาวบ้านบก ชาวบ้านหนองทับม้า ประสบความสำเร็จเป็นต้นแบบให้แก่หมู่บ้าน ตำบลอื่นๆต่อไป

ก่อนกลับผมพร้อมคณะผู้มาเยือน ขอให้เจ้าบ้านพาเดินดูหมู่บ้านแวะไปเยี่ยมชมศาลาวัดโพธารามที่สวยงามตามแบบศิลปะของลาว เวลาเพียงเล็กน้อยคงไม่สามารถดูทุกอย่าง

“ในเมื่อชาวบ้านเป็นผู้คิดเอง ทำเอง บริหารจัดการเอง มีส่วนราชการ ท้องถิ่น เข้ามาช่วยหนุน ก็เชื่อได้ว่าธรรมนูญบ้านบก บ้านหนองทับม้า จะคงอยู่ซึมซับเข้าไปอยู่ในจิตใจกลมกลืนกับวิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยนานเท่านาน”


เรื่อง : วานิชย์ บุตรี/ชุติมา มรีรัตน์ ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ



228406228410





แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter