playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
008

          “พ่อใย่ๆ เขาว่าบ้านปลาค้าวเป็นหมอลำเบิ๊ดบ้านบ้อ เป็นความจริงหละลูกเอ็ย”บทสนทนานี้ มักจะได้ยินบ่อยๆ ในการพูดคุย สร้างความสนุกสนาน ผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของคนตำบลปลาค้าวเป็นอย่างดี

ตำบลปลาค้าว อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ มีพื้นที่จำนวน 24,668  ไร่ประชากรทั้งสิ้น 5,690 คน แยกเป็นชาย 2,827 คน หญิง 2,863 คน จำนวนหลังคาเรือน 1,432 หลังคาเรือน จาก 12 หมู่บ้าน การประกอบอาชีพหลักของประชาชนส่วนใหญ่ทำเกษตรกรรม ร้อยละ 87 รับราชการ ร้อยละ 4  ค้าขาย ร้อยละ 3 รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 2 หมอลำและนักดนตรีประกอบหมอลำ ร้อยละ4

ประวัติความเป็นมา จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ในชุมชน เมื่อประมาณ 200 ปี มาแล้ว มีนายพราน อพยพครอบครัวจากหนองบัวลำภู มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านขามเฒ่า อำเภอพนา จังหวัดอุบลราชธานี  ต่อมานายพรานได้ออกหาล่าเนื้อในละแวกที่ซึ่งเรียกว่า ป่าดงใหญ่ บริเวณนี้มีลำห้วย มีหนองน้ำ มีสัตว์ป่า มีปลาชุกชุมมาก ในลำห้วยที่เป็นคุ้งน้ำลึก เรียกว่า “กุด” มีปลาค้าวจำนวนมาก นายพรานเห็นว่าที่ตรงนี้เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ จึงได้ย้ายบ้านเรือนมาตั้งที่ป่าแห่งนี้  เนื่องจากมีปลาค้าวเยอะ จึงเรียกชื่อ หมู่บ้านนี้ว่า หมู่บ้านกุดปลาค้าว ซึ่งต่อมาการพูดเพี้ยนสั้นลงเหลือ เฉพาะ ชื่อว่า หมู่บ้านปลาค้าว ในปัจจุบัน

          ตำบลปลาค้าว มีลักษณะที่ตั้งส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่ค่อนข้างมีความเจริญทางวัฒนธรรมแล้ว มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น เนื่องจากส่วนใหญ่ประชาชนในพื้นที่จะเป็นเกษตรกรและมีที่พักอาศัยอยู่ในเขตตำบล มีลักษณะภูมิประเทศเอื้ออำนวยในการปลูกข้าวหอมมะลิ ส่งผลดีต่อภาคเกษตรกรรมและการค้าอย่างยิ่ง อีกทั้งตำบลปลาค้าวเป็นหมู่บ้านที่รักความสงบ ชอบสนุกสนาน งานฝีมือเป็นเลิศ มีวัฒนธรรมที่ลือชื่อ คือ หมอลำ มีงานฝีมือที่ยอดเยี่ยมคือ งานแกะสลักตุ๊กตาไม้ขนุน การทอผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าขิด หมอกฟักทอง รวมไปถึงการแสดงดนตรี หมอลำ กองยาว ผญา ดีดพิณ เล่นเครื่องดนตรีสมัยใหม่ได้ทุกชนิด แต่ละปีจะมีบุญประเพณีที่สำคัญ คือ บุญบั้งไฟ บุญมหาชาติ และงานลอยกระทงประจำปีของตำบล

สำนึกรักบ้านเกิด “งานบุญต้นดอกเผิ่ง”

          “สิบสี่เมษา พ้อกันเนาะ งานบุญต้นดอกเผิ่ง” นี้ก็เป็นอีกประโยคหนึ่งที่มักจะได้ยินจากปากของลูกหลานชาวปลาค้าว บ่งบอกถึงวิถีชีวิตที่ผูกพันกับงานบุญประเพณีวัฒนธรรมบุญต้นดอกเผิ่งเป็นอย่างดี

“ต้นดอกเผิ่ง” คือการนำขี้ผึ้งมาต้มให้ละลายเป็นของเหลว นำมาหล่อเป็นดอกไม้ แล้วนำมาประดับตกแต่งหอโฮง หรือปราสาท ให้สวบงาม มีการนำกาบกล้วยมาฉลุเป็นลวดลาย ประดับปราสาท นำดอกผึ้งเสียบไม้มาเลียบลงบนลายฉลุบนกาบกล้วย ส่วยใหญ่จะเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลส่งให้คนที่เสียชีวิตไปแล้ว

          แต่งานบุญต้นดอกเผิ่งของชาวปลาค้าว มีความหมายต่างไป กล่าวคือ ปี พ.ศ. 2470  โบสถ์เก่าที่ประดิษฐานพระเจ้าใหญ่ศรีโพธิ์ชัย พระพุทธรูปคู่บ้าน ทรุดโทรม จึงได้มีการออกบุญ เพื่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ช่างก่อสร้างเป็นคนญวน และรูปแบบโบสถ์ก็ออกมาในรูปแบบกึ่งไทยอีสานกึ่งญวน เมื่อสร้างเสร็จ จึงได้ชื่อว่า วิหารช่างญวน และได้อันเชิญพระเจ้าใหญ่ศรีโพธิ์ชัย มาประดิษฐานไว้ มีการทำบุญ ฉลองความสำเร็จ โดยถวายด้วยต้นดอกเผิ่ง ในวันนั้น เริ่มตั้งแต่เช้า ชาวบ้านก็จะมาช่วยกันทำต้นดอกเผิ่ง โดยใครมีขี้ผึ้ง มีต้นกล้วย มีสิ่งละอันพันละน้อย นำมารวมกัน รวมทั้งเครื่องไม้เครื่องมือทางช่าง คนเฒ่าคนแก่ที่มีฝือมือทางช่างก็จะสร้างปราสาทสำหรับทำต้นดอกเผิ่ง มีการนำกาบกล้วยสดมาติดรอบตัวปราสาท เพื่อนำดอกเผิ่งที่เสียบไม้มาติดได้ แต่ช่วงนี้ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่คนโบราณได้สำแดงฝีมือในการฉลุกาบกล้วยเป็นลวดลายสวยงาม คนที่มีฝีมือแกะสลักแม่พิมพ์สำหรับทำดอกเผิ่ง ก็จะนำวัสดุที่มีในท้องถิ่น เช่น มะละกอ มันเทศ ฯลฯ มาแกะสลัก ตกแต่งเป็นรูปดอกไม้ เสียบด้วยไม้ใช้เป็นที่จับ แล้วนำส่วนที่ออกแบบไว้ไปจุ่มในหม้อที่ต้มขี้ผึ้งจนหลอมละลายเป็นของเหลว เมื่อจุ่มเสร็จก็นำมาจุ่มในอ่างน้ำเย็น ตัวขี้ผึ้งที่ติดมากับแบบก็จะหลุดออกมาเป็นรูปดอกไม้ตามแบบที่นำไปจุ่ม เมื่อได้ดอกเผิ่งแล้วก็นำมาเสียบด้วยไม้แหลม นำไปติดกาบกล้วยฉลุที่ติดกับตัวปราสาท ก็จะได้ “ต้นดอกเผิ่ง” ที่สวยงามและมาจากความร่วมแรงร่วมใจของตนในชุมชนอย่างแท้จริง

          ในช่วงที่กำลังทำต้นดอกเผิ่งอยู่นั้น ทุกคนไม่ได้อยู่อย่างดูดาย ฝ่ายแม่ครัว พ่อครัวก็เตรียมสำรับกับข้าวไว้เลี้ยงพระเพล เลี้ยงผู้คนที่มาร่วมงานบุญ โดยอาหารการกินมาจากการนำมาเองของชาวบ้าน ใครมีกบ เขียด ปู ปลา มะละกอ พริก ฯลฯ ก็ต่างนำมารวมกัน มาทำร่วมกัน คนที่มีความสามารถทางร้องลำทำเพลงก็นำพิณ แคน กลอง ออกมาแสดงให้ความรื่นเริงใจของผู้คนที่มาร่วมทำต้นดอกเผิ่ง ใครลำเก่งก็ลำ ใครสอยเก่งก็สอย ใครฟ้อนเก่งก็ฟ้อน เรียกว่าทุคน ทุกฝ่ายต่างมีส่วนร่วมในงานบุญครั้งนี้

          ส่วนที่ทำให้ดูดี นอกจากเจริญหูจากการร้องรำทำเพลงแล้ว ยังมีส่วนทำให้จำเริญตา คือ การแต่งกาย ชาวปลาค้าวมีฝีมือด้านการทอผ้าพื้นบ้าน การแต่งตัวมางานบุญ “ต้นดอกเผิ่ง” ก็เป็นจุดที่เป็นโอกาสนำฝ้าที่ทอไว้และแปรรูปเป็นเครื่องแต่งกายมาโชว์ในวันงานด้วย

          พอถึงตอนค่ำ นอกจากชาวบ้านปลาค้าว ชาวตำบลปลาค้าวที่มาร่วมงานบุญต้นดอกเผิ่ง แล้ว ตำบลสร้างนกทา ตำบลหนองมะแซว ก็จะนำต้นดอกเผิ่งมาร่วมด้วย โดยจะแห่มารวมกันที่วัดศรีโพธิ์ชัย หลังจากถวายต้นดอกเผิ่งแล้ว ก็มีการเลี่ยงข้าวปลาอาหารกัน และนั่งดูหมอลำที่มาแสดงถวายพระเจ้าใหญ่ศรีโพธิ์ชัย ซึ่งสมัยก่อน จะมีหมอลำดังๆ หลายคณะมาเปิดแสดงถวายในวันดังกล่าว

          ปัจจุบันนอกจากจะมีการจัดงานบุญต้นดอกเผิ่งเป็นประจำของวันที่ 14 เมษายนของทุกปีแล้ว ประชาชนชาวตำบลปลาค้าวก็ยังมีการนำกรวยดอกเผิ่งเล็กๆ มาถวายพระเจ้าใหญ่ศรีโพธิ์ชัย เรียกว่ามาบนบานอยู่เสมอ มิได้ขาด เช่นเวลาลูกหลานจะไปสอบแข่งขัน จะไปสมัครงาน ก็จะมีการนำต้นดอกเผิ่งขนาดเล็กมากราบ ขอพรจากพระเจ้าใหญ่ศรีโพธิ์ชัย ให้ได้ดั่งใจปรารถณา

โฮมสเตย์ เบิ่งวัฒนธรรมหมอลำบ้านปลาค้าว

โฮมสเตย์บ้านปลาค้าวก่อตั้งเมื่อ 16 กรกฎาคม 2546 ตามโครงการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงอนุรักษ์จังหวัดอำนาจเจริญ มีคณะกรรมการดำเนินงาน 38 คน มีบ้านพักเข้าร่วมโครงการ 40 หลัง มีคณะกรรมการที่ปรึกษาประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการศูนย์การท่องเที่ยวกีฬา และนันทนาการจังหวัด หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.บ.ต. ครู อาจารย์ เจ้าอาวาสวัด หัวหน้าหน่วยงานราชการในชุมชน

ปี 2547 ได้รับการอบรมสมาชิกการเป็นเจ้าของบ้านที่ดี จากสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว

ปี 2548 ได้รับงบประมาณ 150,000 บาท จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มาจัดโครงการอบรมเทคนิคการซ่อมบูรณะอาคาร รุ่นที่ 5 ให้แก่พี่น้องในชุมชนสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ให้ซ่อมบ้านโบราณ ใช้เป็นบ้านพักโฮมสเตย์ และจัดเป็นพิพิธภัณฑ์นิทรรศการ วัตถุโบราณไว้ในบ้านนั้นด้วยจำนวน 8 หลัง พร้อมทั้งพัฒนาฝีมืองานหัตถกรรมชาวบ้าน ให้ได้มาตรฐาน และจัดทำแผ่นพับ ประชาสัมพันธ์ ประวัติหมู่บ้านและแหล่งท่องเที่ยว ทำแผนที่ท่องเที่ยวในชุมชน ทำป้ายบอกทางไปสถานที่ต่าง ๆ ได้รับความร่วมมือจากชุมชนด้วยดีตลอดมา

ปี 2549 ได้รับงบประมาณสนับสนุน จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มาจัดโครงการอบรมเทคนิคการซ่อมบูรณะอาคาร รุ่นที่ 6 จำนวน 150,000 บาท เพื่อซ่อมบำรุงวิหารช่างญวน และได้รับงบประมาณจากสำนักงานจังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 200,000 บาท เพื่อจัดซื้อ วัสดุ อุปกรณ์ ในการผลิตสินค้าจำหน่าย

ปี 2549 ชุมชนได้รับรางวัลชนะเลิศ หมู่บ้านวัฒนธรรมส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง ของจังหวัดอำนาจเจริญ

ชุมชนได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ไปถ่ายทำรายการถ่ายทอดทางทีวี หนังสือพิมพ์ วารสาร หลายครั้ง เช่น รายการรักบ้านเกิด รายการรอบภูมิภาค รายการอยู่อย่างอีสาน รายการเกม 1000 หน้า จนปัจจุบันหมู่บ้านปลาค้าว ได้นามเรียกขานเป็น หมู่บ้านหมอลำ

กิจกรรมท่องเที่ยว ที่น่าสนใจของที่ตำบลนี้ จะมีการแสดงกลองยาว การบายศรีสู่ขวัญ มีอาหารพาแลง แบบอีสาน อาหารตามฤดูกาล การเดี่ยวแคน เดี่ยวพิณ ฟังการร้องเพลงแบบโบราณประกอบแคนชัก หมอลำกลอน หมอลำคู่ หมอลำเพลิน หมอลำภูไท หมอลำตั่งหวาย หมอลำสาระวัน และหมอลำชิงชู้ หรือจะทำกิจกรรมตักบาตรตอนเช้า ชมวิถีชีวิตในชุมชน ฝึกสอนการร้อง การแสดงหมอลำ เล่นดนตรี และท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนในชุมชนต่างๆ

ส่วนอาหารการกินนั้น ก็เป็นอาหารแนวอีสาน ส้มตำ ต้มถั่ว แตงกวา ป่นปลา ลวกผักกับแจ่วบอง นึ่งปลาต้มปลา แกงหน่อไม้ ต้มหน่อไม้ ไข่มดแดง กุดจี่ จินูน กะปอม แย้ แกงขี้เหล็ก บอน หวาย ปลาทอด ไก่ทอด ต้มไก่ ลาบไก่บ้าน ผัดหมู่ ไก่ ปลา แกงเนื้อ ลาบเนื้อ ข้าวต้มปลา กุ้ง หมู ไก่ มะม่วง กล้วย มะละกอสุก ข้าวเหนียวนึ่ง ข้าวสวย ซึ่งค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว / คน สำหรับจำนวน 40 คน ชุมชนจะคิดค่าที่พัก        200 บาท ค่าอาหารมื้อละ 70 บาท พาชมกิจกรรม 130 บาท



เรื่อง : ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ 
แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter