playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

IMG 0231


ระหว่างวันที่ 13 – 15 ตุลาคม 2559 ขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) และเทศบาลตำบลบึงโขงหลง จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลบึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ

โดยมีผู้แทนคณะทำงานเศรษฐกิจและทุนชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 8 จังหวัด ภาครัฐ ภาคประชาชนที่ขับเคลื่อนงานด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศโดยชุมชนเข้าร่วมสัมมนาประมาณ 200 คน โดยได้รับเกียรติจากรักษาการปลัดจังหวัดบึงกาฬ ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน

นายเชิด สิงห์คำป้อง ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจและทุนชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้สร้างรูปธรรมการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยคัดเลือกพื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลงเป็นพื้นที่นำร่องในด้านการท่องเที่ยวโดยให้ชุมชนได้มีส่วนสำคัญในการจัดระบบการท่องเที่ยวในพื้นที่พร้อมวิเคราะห์ศักยภาพของตำบล จัดทำแผนพัฒนาแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวชุมชนสู่การจัดการตนเองของคนในชุมชน พร้อมทั้งมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงแผนงานกิจกรรมร่วมกัน รวมทั้งหนุนเสริมด้าน องค์ความรู้ งบประมาณ และด้านบุคลากร ให้แก่พื้นที่รูปธรรมในระดับตำบลและจังหวัด จึงได้มีการกำหนดการจัดเวทีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนในครั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนตามแนวทางชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชนตามแนวทางประชารัฐ ที่แบ่งเป็นคัสเตอร์ เกษตรอินทรีย์ การแปรรูปวิสาหกิจชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศโดยชุมชน ให้เกิดการเชื่อมโยงแผนงานกันอย่างเป็นเอกภาพ

นายสุเทพ เกื้อสังข์ รองผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)กล่าวว่า การท่องเที่ยวชุมชนต้องเป็นการระเบิดจากข้างใน เพราะคนในชุมชนเป็นเจ้าของทรัพยากร วิถีชีวิต ภูมิปัญญา ก็เพื่อตัวท่านและลูกหลานของท่าน แม้การท่องเที่ยวไม่ได้อยู่ในวิถีของชุมชนมาแต่เดิม ซึ่งต่างจากการทำเกษตร การเพาะปลูก เป็นสิ่งที่อยู่ในวิถี และต้องตอบคำถามให้ได้ก่อนว่า เราทำไปทำไม แล้วค่อยคิดว่าจะทำอย่างไร จุดเสี่ยงที่สุดคือเรื่องเงินที่ไม่เข้าใครออกใคร ต้องมีระบบบัญชี การบริหารจัดการที่ดี เราเชื่อว่าพี่น้องรู้จักจัดการตนเอง จัดการดูแลรักษาทรัพยากรของตนเองการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนจะประสบความสำเร็จ

ปัจจุบันมีแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนเกิดขึ้น ภาครัฐก็พร้อมเดินหน้าสนับสนุน แต่เราทำงานคนเดียวไม่ได้ต้องเชื่อมโยงหน่วยงานต่างๆ มาร่วมมือกัน อพท.พร้อมหนุนการทำการตลาดการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อสร้างความสุขระหว่างนักท่องเที่ยวกับชาวบ้าน ทำแบบเครือข่าย เชื่อมโยง สร้างดัชนีความสุข เพราะการท่องเที่ยวโดยชุมชนต้องสร้างความสุข

หน่วยงานต่างๆ จะเป็นเพียงองค์กรพี่เลี้ยง ช่วยต่อเติมในส่วนที่ชุมชนขาด ไม่ว่าจะกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กรมส่งเสรริมการเกษตร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน บริษัทประชารัฐ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีนักวิชาการอีกหลายส่วนที่พร้อมที่จะมาช่วยในเชิงวิชาการ และลงมือทำทันที

นางสาวต้องใจธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัทประชารัฐรักสามัคคี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ประชารัฐ กับประชารัฐรักสามัคคี นั้นมีความแตกต่างกัน ประชารัฐเป็นแนวทางความร่วมมือที่รัฐจับคู่กับหน่วยงานภาคเอกชน 12 คู่ เช่น น้ำตาลมิตรผลจับคู่กับกระทรวงเกษตร กระทรวงมหาดไทยกับบริษัทไทยเบฟเป็นต้น แล้วจึงใช้บริษัทประชารัฐรักสามัคคี เป็นกลไกในการทำงาน เป็นบริษัทที่ดึงทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นภาคีรัฐ เอกชน ธุรกิจ วิชาการ ประชาสังคม มาร่วมกันทำงาน

โดยช่วยเป็นที่ปรึกษาในเชิงธุรกิจให้กับชุมชนทางด้าน เกษตร แปรรูปวิสาหกิจ และท่องเที่ยวชุมชน บริษัทฯ จะช่วยสร้างความเชื่อมโยง ช่วยขายสินค้า หาตลาด ช่องทางการค้าขาย การประชาสัมพันธ์ และเป็นที่ปรึกษาในการบริหารจัดการ เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนคู่คิดเป็นมิตรคู่บ้าน

นายพรหมเมศร์ นาถมทอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวชุมชน (ททท.) กล่าวว่า ชุมชนชนบทนั้นมีเสน่ห์ การท่องเที่ยวกับชุมชนนั้น เรื่องความภูมิใจควรเป็นตัวนำการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ รายได้จะตามมาอย่างยั่งยืน แต่ถ้าเอาเงินเป็นตัวนำจะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ทรัพยากรในชุมชน เป็นของมีค่า เป็นความภูมิใจของชุมชน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจะหล่อหลอมให้เกิดคุณค่า คุณค่าจะนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไร ไม่ใช่เริ่มต้นจากเราจะหากินกับการท่องเที่ยวอย่างไร

เราควรรู้ว่านักท่องเที่ยวสนใจอะไรในปัจจุบัน ร้าน 7-11 ร้านที่กรุงเทพ ก็ไม่ต่างจากร้านที่บึงโขงหลง ไปที่ไหนก็จะเห็นเหมือนกัน สินค้าเหมือนกัน แต่นักท่องเที่ยวนั้นจะแสวงหาสิ่งที่แปลกใหม่ ความเป็นอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ ตัวตนอย่างไร หรืออีกแบบเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นมา และยิ่งทุกวันนี้มีการสื่อสารเพียงชั่วอึดใจ ที่นักท่องเที่ยวสามารถบอกเล่าเรื่องราว ความภูมิใจที่ได้มาท่องเที่ยว เพราะการเดินทางเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆ ชุมชนมีสิ่งดึงดูดใจอะไร อย่างในเรื่องเกษตร ชุมชนสามารถนำเสนอได้ตั้งแต่การเพาะกล้า จนถึงทัศนียภาพจากทุ่งนา เห็นควายเลาะเล็มหญ้า เห็นวัวเทียมเกวียน เมื่อนั่งท่องเที่ยวเห็นก็ตื่นตาตื่นใจ จากสิ่งที่มีอยู่สามารถขายได้ตั้งแต่กระบวนการ หรือวัฒนธรรม ประเพณี เพราะเป็นความสนใจของคนต่างถิ่น

หรือการแปรรูป ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ผ้าซิ่น ผ้าไหม นักท่องเที่ยวไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีที่มาอย่างไร ไปดูการทอไหม จนถึงได้ผ้าออกมา ขึ้นอยู่กับชุมชนที่จะออกแบบโปรแกรม ออกแบบกิจกรรม ททท.สามารถให้คำปรึกษาข้อเสนอแนะ ความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ ทั้งคนไทย และต่างประเทศให้กับชุมชนได้ เป็นเรื่องการเผยแพร่ความภาคภูมิใจ เป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักท่องเที่ยวและชุมชน บทบาทของ ททท.ในแง่ของการส่งเสริม เป็นการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ สร้างความภาคภูมิใจให้ชุมชน ททท.ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ส่งเสริมการตลาด แต่มีเงื่อนไขที่ชาวบ้านต้องทำในเรื่องการจัดการความรู้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ภายในงานนอกจากจะมีการเสวนาทางวิชาการ การบรรยายพิเศษ และการแลกเปลี่ยนพูดคุยแล้ว ยังมีสภาองค์กรชุมชนตำบลในหลายพื้นที่ มาจัดแสดงนิทรรศการของดีของแต่ละท้องถิ่นอีกด้วย

IMG 0246IMG 0254IMG 0261IMG 0275IMG 0215





แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter