playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

159A5927_resize.JPG

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/  9 หน่วยงานผนึกพลังเดินหน้าพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว  พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว รมว.พม. ตั้งเป้าหมายปี 2560  สร้างบ้านเสร็จ 50 ชุมชน  รวม 6,419  ครัวเรือน  ซึ่งขณะนี้สร้างบ้านเสร็จไปแล้ว 3 ชุมชน  รวม 481  หลัง  โดยจะจัดชุดปฏิบัติการมวลชนสัมพันธ์จำนวน 5 ชุดๆ ละ 11 คน  ลงไปสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วมเพื่อให้โครงการเดินหน้าไปตามแผนการ  ด้านสถาปนิกเผยแผนแม่บทพัฒนาพื้นที่ริมคลองจะทำให้เกิดประโยชน์เพิ่มมากขึ้น  เช่น  การเชื่อมการคมนาคม  รถ-ราง-เรือ  และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต

159A5824_resize.JPG


                 ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาชุมชนบุกรุกริมคลองและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล  โดยจะมีการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำริมคลองลาดพร้าวซึ่งเป็นที่ดินที่ราชพัสดุดูแล และสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งริมคลองเพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปโดยสะดวก  โดยมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) รับผิดชอบเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  เป้าหมาย 11,004 ครัวเรือน (เป้าหมายปี 2560 จำนวน 50 ชุมชน 6,419 ครัวเรือน) และกทม.รับผิดชอบในการสร้างเขื่อนรวมความยาว 45 กิโลเมตรนั้น

159A5689_resize.JPG



                ล่าสุดวันนี้ (27 ตุลาคม 2559) ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  9 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนริมคลองลาดพร้าว ประกอบด้วย คสช., กองทัพบก, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ., กทม, กรมธนารักษ์, กรมส่งเสริมสหกรณ์  เครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง  และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้จัดให้มีการปฐมนิเทศชุดปฏิบัติการมวลชนสัมพันธ์การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและปทุมธานีโมเดล  โดยมีพล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานในพิธี     มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน  84  คน  ระยะเวลาอบรม  2 วัน  คือในวันที่ 27-28 ตุลาคม 2559
159A5941_resize.JPG     พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า  การอบรมดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้นำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติการในชุมชนริมคลองลาดพร้าว  โดยมีเนื้อหาอบรมเกี่ยวกับ  1.โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  2.โครงการสร้างเขื่อนระบายน้ำ กทม.และแผนแม่บท กทม. 3.การพัฒนาชุมชนริมคลองอย่างยั่งยืน  4.การปฏิบัติการข่าวสาร  5.การทำงานมวลชนสัมพันธ์  ฯลฯ  ซึ่งหลังจากอบรมเสร็จแล้ว    ชุดปฏิบัติการมวลชนสัมพันธ์  ซึ่งประกอบด้วย   ทหาร  ตชด.  ตำรวจนครบาล  เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต  และเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช.  จำนวน  5  ชุดๆ ละ 11 คนจะลงไปปฏิบัติภารกิจในชุมชนริมคลองลาดพร้าว  โดยเฉพาะในชุมชนที่ประชาชนยังไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง  หรือยังไม่เข้าใจนโยบายของรัฐบาล

159A5909_resize.JPG                 ทั้งนี้ภารกิจของชุดปฏิบัติการมวลชนสัมพันธ์จะลงไปสำรวจข้อมูลและทำความเข้าใจกับประชาชนในชุมชนริมคลอง  เพื่อแสวงหาความร่วมมือกับประชาชนที่เห็นด้วย  และสำรวจความต้องการและแสวงหาความร่วมมือกับผู้อยู่อาศัยที่ไม่เห็นด้วย  โดยใช้ระยะเวลาปฏิบัติงานมวลชนสัมพันธ์จำนวน 45 วัน  เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนนี้  เพื่อให้โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองและการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในคลองลาดพร้าวสามารถดำเนินไปได้ตามแผนงาน  โดยในปี 2560  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาที่อยู่อาศัยตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถดำเนินการได้จำนวน 50 ชุมชน  รวม 6,419 ครัวเรือน             ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ชุมชน  รวม 481  หลัง  คือ  ชุมชนบางบัว, สามัคคีร่วมใจ  เขตบางเขน  และชุมชนสะพานไม้ 1  เขตหลักสี่

159A5733_resize.JPG

159A5877_resize.JPG        “งานมวลชนถือเป็นเรื่องสำคัญ  เพราะประชาชนบางส่วนในพื้นที่เป้าหมายอาจจะยังไม่เข้าใจ หรือเข้าใจก็ยังไม่เข้าใจถ่องแท้  รวมถึงผู้มีอิทธิพลในพื้นที่  และกลุ่มเจ้าของบ้านเช่าก็ยังเป็นปัญหาอยู่  จึงให้ พอช. จัดปฐมนิเทศกับผู้ที่เกี่ยวข้อง  และผมขอแนะนำก่อนที่จะลงไปในพื้นที่  คือ ต้องรู้ข้อมูลพื้นที่ปฏิบัติการ  รู้ว่าใครเป็นแกนนำ ใครเป็นแนวร่วม  ต้องมีความอดทน  เกาะติดพื้นที่  ลงไปหาประชาชน  และให้ยึดหลักศรัทธา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน  จึงจะทำให้การทำงานครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ”  รมว.พม.กล่าวมอบนโยบายแก่ผู้เข้าร่วมอบรม

159A5717_resize.JPG             พลตรีชนาธิป  บุนนาค เสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า คสช. มีระยะเวลาการทำงานภายในปี 2560  ดังนั้นจึงต้องร่นระยะเวลาการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองจากเดิมที่กำหนดเอาไว้ 3 ปี (ปี 2559-2561) ให้เสร็จสิ้นภายในปี 2560  โดยทหารจะมีหน้าที่ในการสนับสนุนการทำงาน  และการสร้างความเข้าใจกับประชาชน  ทั้งนี้ทหารได้ยึดหลักการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ซึ่งเมื่อครั้งที่พระองค์ท่านได้มีพระราชดำริให้สร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  ท่านได้ตรัสว่า “อย่าทำให้ประชาชนเดือดร้อน”  ดังนั้นในการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองและการสร้างเขื่อนคอนกรีตป้องกันน้ำท่วมก็จะใช้หลักการเดียวกัน

                “การทำงานของเราจะเดินตามรอยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  คือจะไม่ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน  และต้องลงไปสร้างการรับรู้  สร้างความเข้าใจ  และแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน   เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปตามแผนงาน  และที่สำคัญก็คือ  หากเราไม่ทำโครงการในตอนนี้  เราก็จะไม่มีโอกาสทำอีกเลย”  พลตรีชนาธิปกล่าว

159A5769_resize.JPG
นายพลากร  วงค์กองแก้ว  ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า  พอช.ผนึกกำลังความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนแออัด โดยในขณะนี้มีการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว ปทุมธานีโมเดล  และเจ้าพระยา  ตามโครงการบ้านมั่นคง  เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาล  ระยะเวลา 3 ปี  (พ.ศ.2559-2561)  มีเป้าหมาย  3  คลอง  คือ คลองลาดพร้าว  คลองบางซื่อ  และคลองเปรมประชากร  รวม  81 ชุมชน  รวม  11,004  ครัวเรือน   มีผู้รับผลประโยชน์ 64,869  คน ใช้งบประมาณรวม  4,061  ล้านบาทเศษ  แต่ในปี 2559-2560 จะเริ่มในคลองลาดพร้าวก่อน  ส่วนงบประมาณแยกเป็น 1. งบสนับสนุนสาธารณูปโภคและที่อยู่อาศัย  880 ล้านบาท  2. ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและเสียโอกาส  880 ล้านบาท  3.สนับสนุนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย 2,200 ล้านบาท  และ 4.สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลเพื่อพัฒนาองค์กรชาวบ้าน  และติดตามประเมินผล 100 ล้านบาท

ทั้งนี้ชุมชนต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองตามแนวทางบ้านมั่นคงจะต้องจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน   มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลโครงการ  และจะต้องรื้อย้ายบ้านที่สร้างอยู่ในคลองหรืออยู่ในแนวเขื่อนออกมา  เพื่อปรับผังชุมชนใหม่ในที่ดินเดิม  และเนื่องจากพื้นที่แต่ละชุมชนมีจำกัด   ดังนั้นจึงต้องรื้อบ้านเพื่อสร้างใหม่ทั้งชุมชน   โดยแต่ละครอบครัวจะได้รับการจัดสรรที่ดินเท่ากันเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันในชุมชนเดิมได้

                “สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช. จะให้การสนับสนุนชาวบ้านในเรื่องกระบวนการรวมกลุ่มเพื่อแก้ไขปัญหา  ตลอดจนเรื่องของสินเชื่อและงบประมาณด้านสาธารณูปโภค  ส่วนชุมชนใดที่มีพื้นที่ไม่เพียงพอหรืออยู่ในแนวเขื่อน  ไม่สามารถสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิมได้  พอช.ก็จะสนับสนุนให้ชาวบ้านรวมกลุ่มไปหาซื้อที่ดินแปลงใหม่  เช่น  ที่ดินของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ในสังกัดของกระทรวงการคลัง  หรือที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ เปลี่ยนจากชุมชนบุกรุกเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย  มีความมั่นคง  โดยเฉพาะชุมชนริมคลองที่อยู่อาศัยอยู่ในที่ดินเดิมได้จะได้รับสัญญาเช่าในระยะยาวจากกรมธนารักษ์เป็นระยะเวลา30 ปี  นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะสนับสนุนให้ชาวชุมชนได้พัฒนาสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต รวมทั้งอาชีพ  และเศรษฐกิจของชุมชนให้ดีขึ้นด้วย ”  ผอ.พอช.กล่าว

159A5793_resize.JPG                 นายสยาม  นนท์คำจันทร์  ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.)  กล่าวว่า  การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองใช้ยุทธศาสตร์ในการทำงาน 4 ด้าน คือ 1.การคืนคลองให้กับสาธารณะ   โดยการสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชนริมคลองให้เห็นถึงประโยชน์ของส่วนร่วม   โดยการสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำท่วม  2.ให้ประชาชนเป็นแกนหลักในการพัฒนา  คือ  เมื่อชาวบ้านรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากริมคลองแล้ว  ก็จะมีการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่  โดยให้ชาวบ้านเป็นคนคิด  ตัดสินใจ  มีทางเลือกในการจัดการที่อยู่อาศัย  และบริหารโครงการเอง  3.การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนริมคลอง  โดยหลังจากการสร้างบ้านใหม่แล้ว  จะมีการพัฒนาสิ่งแวดล้อม  ส่งเสริมอาชีพและเศรษฐกิจของชุมชน  เพื่อให้ชาวชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  และ 4.การใช้คลองให้เกิดประโยชน์มากกว่าการระบายน้ำ  เช่น  ใช้เป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำ  เชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าและทางรถยนต์  รวมทั้งพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไป


159A5861_resize.JPG             นางวาสนา  ศิลป์เบ็ญจพร  ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ  กทม.  กล่าวว่า  เหตุผลของการสร้างเขื่อน  คือ เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันน้ำท่วม กทม.  นอกจากนี้ยังป้องกันการรุกล้ำลำคลองซึ่งทำให้การระบายน้ำไม่คล่องตัว  โดยหลังจากการก่อสร้างเขื่อนในคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากรเสร็จแล้ว  จะมีการขุดลอกคลองจากเดิมให้ลึกอีก  3 เมตร  และ 3.5 เมตรตามลำดับ   นอกจากนี้ กทม.ก็จะให้ความสำคัญกับการสัญจรทางน้ำ  เช่น  การเดินเรือในคลองลาดพร้าวเหมือนกับคลองแสนแสบ  รวมทั้งรัฐบาลก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ด้วย   โดยที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้สั่งให้มีการทดลองเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม

159A5862_resize.JPG
                นายสันติ    สมบัติวิชาธร  สถาปนิกอาวุโส  คณะทำงานแผนแม่บทพัฒนาพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว  กล่าวว่า  แผนแม่บทจะช่วยให้การใช้ประโยชน์จากคลองมีมากกว่าการใช้เป็นทางระบายน้ำ   เช่น  การเชื่อมเส้นทางคมนาคม  รถ-ราง-เรือ  หรือรถยนต์-รถรางไฟฟ้า-เรือโดยสารในคลอง  เพราะจุดเชื่อมต่อจากคลองก็มีรถไฟฟ้าอยู่แล้ว  เช่น  คลองบางซื่อ  มีรถฟ้าใต้ดินเชื่อมต่อที่สถานีรัชดาฯ  นอกจากนี้ก็จะพัฒนาคลองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน  ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว  โดยกลุ่มผู้ประกอบการมีความสนใจการท่องเที่ยวในคลอง  เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ  โดยเฉพาะในคลองลาดพร้าวบางช่วงมีต้นไม้ที่ร่มรื่นอยู่ริมคลองเหมือนกับป่าอะเมซอน  มีงานศิลปะ  หัตถกรรมของชุมชน  ฯลฯ  ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไปได้  อย่างไรก็ตาม  การดำเนินงานตามแผนแม่บทจะต้องมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เช่น  กระทรวงคมนาคม, กระทรวงท่องเที่ยวฯ, กระทรวงวัฒนธรรม  และบูรณาการการทำงานร่วมกัน  ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ

159A5942_resize.JPG

159A5948_resize.JPG

159A5953_resize.JPG

159A5952_resize.JPG

159A5884_resize.JPG

159A5706_resize.JPG

บทความโดย สุธิดา บัวสุขเกษม / สุวัฒน์ กิขุนทด

ภาพโดย งานสื่อสารการพัฒนา

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter