
เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน องค์การมหาชน (พอช.) ร่วมมือกับสมาคมสภาองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด และสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองแคน ได้จัดเวที “จากศาสตร์พระราชา สู่ปฏิบัติการบนท้องนาอีสาน” รูปธรรมการจัดการตนเองเรื่องข้าว ในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและทุนชุมชน
และการประกาศยุทธศาสตร์ข้าวทุ่งกุลาร้องไห้ เพื่อแสดงรูปธรรมอัตลักษณ์ในพื้นที่ต้นแบบที่นำระบบการจัดการตนเอง โดยใช้ข้าวซึ่งเป้นวิถีของคนในตำบลหนองแคน แสดงให้เห็นว่าชุมชน สามารถร่วมกันจัดการได้ โดยในเวทีมี วงโสเหล่ เรื่อง "ข้าวกับวิถีคนอีสาน สภาพปัญหาและทางออก" โดยมีวิทยากรชื่อดังในระดับประเทศ นายอุบล อยู่หว้า รองประธาน มูลนิธิชุมชนเกษตรนิเวศน์ นายสุเมธ ปานจำลอง เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก นายนีณวัฒน์ เคนโยธา คณะทำงานยุทธศาสตร์ภาคอีสานตอนกลาง พอช. และนายสุพัฒน์ จันทนา ผู้อำนวยการ สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (พอช.) ดำเนินรายการโดยนายประพจน์ ภู่ทองคำ
และได้ประกาศยุทธศาตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาข้าวหอมมะลทุ่งกุลาร้องไห้ภาคประชาชน โดยสมาคมสภาองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด นำโดย นายศรายุทธ อันทะไชย์ นายกสมาคมสภาองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด นายมานะ เหนือโท ตัวแทนเกษตรกรตำบลกู่กาสิงห์ นายประเสริฐ แสนตลาด ประธานสภาองค์กรชุมชน ต.หนองแคน นายประจักษ์ อาษาธง ตัวแทนจากสภาสาเกตุนคร นายสว่าง สุขแสง เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ภูมินิเวศน์ทุ่งกุลาร้องไห้
โดยที่ยุทธศาสตร์ที่ได้เกิดจากการประชุมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเกษตรกรและติดตามผลลงพื้นที่ ในพื้นที่ ๕ อำเภอ ๓๙ ตำบล ๕๕๑ หมู่บ้าน เป้าหมายในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้แก่ อ.สุวรรณภูมิ,โพนทราย,เกษตรวิสัย,ปทุมรัตต์,และอำเภอหนองฮี โดยยุทธศาสตร์ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ สู่เมืองเกษตร พามี อยู่ดีมีแฮง คือ
๑.การส่งเสริมและพัฒนาพันธุ์ข้าวหอมมะลิให้ได้มาตรฐาน
๒.การพัฒนาระบบมาตรฐานคุณภาพข้าวหอมมะลิ
๓.บูรณาการแผนชุมชนผลักดันแผนสู่นโยบายทุกระดับ
๔.ส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประทศให้ชุมชนมีตลาดที่มั่นคงและจัดการเองได้
๕.พัฒนาศักยภาพเกษตรกรสร้างจิตสำนึกให้มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและสังคม
๖.ส่งเสริมและพัฒนาระบบการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์และเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้
๗.การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและพัฒนาแหล่งน้ำให้เพียงพอต่อการผลิต
๘.เชื่อมโยงเครือข่ายภูมินิเวศน์ทุ่งกุลาร้องไห้เพื่อยกระดับกลุ่มชุมชนให้เข้มแข็ง
๙.การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าวหอมมะลิอย่างรอบด้านและครบวงจร
นายชยันต์ ศิริมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธาน กล่าวว่าโดยจะรับข้อเสนอยุทธศาสตร์ฯไปขับเคลื่อนให้เป็นนโยบายของจังหวัดร้อยเอ็ดและกลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์ ที่ยกย่องให้ร้อยเอ็ดเป็น เมืองหลวงแห่งข้าวหอมมะลิของโลก เพื่อที่จะให้ทำงานร่วมกัน ในหลักประชารัฐ ของภาคราชการ เอกชน ประชาชน ภาควิชาการ ต้องผนึกกำลังกันทุกภาคส่วนขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน เราจะสร้างคุณค่าข้าวแบบครบวงจร ให้เป็นมาตรฐานสากล โดยยุทธศาสตร์ข้าวหอมมะลิ ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของชาวร้อยเอ็ด ๑.๓ ล้านคน จึงเป็นหน้าที่ที่จะต้องสร้างการรับรู้ในเรื่องยุทธศาสตร์ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ให้กับคนร้อยเอ็ด ๑.๓ ล้านคน
นายอุบล อยู่หว้า เปิดเผยว่า ต้นทุนการผลิต ปลูกข้าว ของชาวนาคนไทยบ้านเรา มีอัตราสูงกว่าประเทศเวียดนาม ทั้งที่ ทางประเทศเวียดนามต้นทุนอยู่ที่ ๓,๐๐๐ บาท ถึง ๔,๐๐๐ บาท แต่ประเทศไทยบ้านเรา ต้นทุนอยู่ที่ ๘,๐๐๐ บาท เพราะว่าชาวนา บ้านเรา ใช้โทรศัพท์ สั่งการในการทำนาอยู่ประจำ ตั้งแต่แรกไถนาโทรศัพท์ สั่งให้รถไถนา ใส่ปุ๋ย หว่านข้าว เกี่ยวข้าว แม้แต่แรงงานคนในชุมชน วันล่ะ ๓๐๐ บาท ก็ใช้โทรศัพท์สั่งการเป็นค่าใช้จ่ายทั้งนั้น ราคาขายข้าวที่จะพอเหมาะพอดีกับชาวนาควรจะอยู่ที่ราคา ๑,๕๐๐๐ บาทต่อตัน เมื่อมาถึงปัจจุบัน สถานการณ์ การ ผู้รับซื้อข้าวต้นปีนี้ จากโรงสีข้าวใหญ่ กิโลกรัมละ ๘ บาท ๖ บาท ซึ่งเทียบเท่ากับราคาของมาม่าห่อหนึ่ง ๘ บาท ขายข้าวกิโลคนหนึ่งซื้อมาม่ากินยังไม่ได้เลย มาถึงตอนนี้ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่โชคดีสำหรับชาวนา ที่พ่อค้าคนกลางโรงสีข้าวรับซื้อข้าวเปลือกราคาถูก ชาวนาจะได้เรียนรู้ วิธีการกลไกการตลาด จะได้ปรับเปลี่ยนตัวเอง รู้จักวิธีการ แปรรูป ข้าว นวัตกรรมจากข้าวชาวนาจะคิด การรวมกลุ่ม ในเชิงระบบ ซึ่งที่จังหวัดอุบล ราชธานี ก็มีการรวมกลุ่มการทำนวัตกรรมจากข้าว การแปรรูปจากข้าว การอนุรักษ์ข้าวพันธุ์พื้นบ้าน การนำข้าวไปเป็นเส้นหมี่อาหารแบบญี่ปุ่น การลดต้นทุน การผลิต จากครอบครัวภายในชุมชนการขยาย เมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งมี สถาบันองค์กรพัฒนาชุมชนมาฟื้นฟูวิถีชีวิตชุมชนการแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่ม การวางแผนตลาด ถามผลิตภัณฑ์ชุมชน จะต้องทำด้วยตนเอง การสร้างกลุ่มชาวบ้าน สร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ สิ่งเหล่านี้ พอช.มาหนุน มาส่งเสริม เชื่อมโยงหน่วยงานราชการ ตามนโยบายประชารัฐ
กำนันประเสริฐ แสนตลาด เปิดเผยว่า เมื่อก่อนไม่กล้าที่จะเลือกแผนยุทธศาสตร์ชุมชน พูดคุยกับชาวบ้าน หรือแม้แต่นำไปเสนอกับหน่วยงานภาครัฐ ในระดับจังหวัด วันนี้ขอขอบคุณทางสถาบันองค์กรพัฒนาชุมชนที่มาชวนคิดชวนแลกเปลี่ยนในการพัฒนาขับเคลื่อน ทางตำบลหนองแคน จึง ริเริ่ม สร้างสภาผู้นำในชุมชนสภาองค์กรชุมชน พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน จะทำอย่างไรภายในตำบลจะมีการพัฒนาชุมชนการพัฒนาอาชีพการเปลี่ยนแปลง ภายในตำบลการปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์ แปรรูปจำหน่ายสร้างมูลค่าเพิ่ม นำไปสู่ ตลาด
คุณพ่อช่วย สาสุข เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาทำนา การอนุรักษ์พันธุ์กรรมข้าว เปิดเผยว่า ตนเองได้ริเริ่มทำการเพาะปลูกข้าวขยายสายพันธุ์ข้าว อนุรักษ์พันธุกรรมข้าว มาตั้งแต่ พ. ศ. ๒๕๔๘ทำมา เป็นเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ที่ได้รับใบรับรองมีมาตรฐาน พัฒนาสายข้าว มาถึงวันนี้ ได้ ๑๒๐ สายพันธุ์ เป็นความสุขที่ได้ทำงานอนุรักษ์สายพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน วิธีทำ จนถึงวันนี้ไม่ได้หวังเพื่อความร่ำรวย แต่ทำเป็นเพื่อบอกตนเองเป็นลูกชาวนา เปิดโอกาส ให้ บุคคลทั่วไป คนที่สนใจ เรื่องการทำนาการอนุรักษ์ข้าวพื้นบ้านไปเรียนรู้ ศึกษาได้ที่ไร่นา ของตนเอง
มานะ เหนือโท ศูนย์ข่าวทุ่งกุลา รายงาน









