(วันนี้) 1 พฤศจิกายน 2559 เวลา 13.00 น. งานปฏิบัติการที่อยู่อาศัย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดเวทีให้ความรู้หัวข้อเรื่อง “เมือง ขนาดของเมือง ผังเมืองและการสำรวจเมือง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเมือง” โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์มนสิชา เพชรานนท์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้เกียรติมาบรรยายให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ พอช. ที่ปฏิบัติงานที่อยู่อาศัย ณ ห้องประชุม พอช.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เพราะรูปธรรมของการพัฒนาเมือง การแก้ไขปัญหาโดยใช้เครื่องมือโครงการบ้านมั่นคง โยงกับการพัฒนาเมือง และการสร้างความร่วมมือกับภาคีต่างๆ ซึ่งขยายการทำงานแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยสู่ชนบท ใช้เรื่องการซ่อมสร้างเป็นเครื่องมือการพัฒนาความเข้มแข็งของภาคประชาชน การมีส่วนร่วมกับภาคีท้องถิ่น เรื่องความรู้ของเจ้าหน้าที่เป็นสิ่งที่สำคัญในการลงไปเชื่อมโยงหนุนเสริมกระบวนการทำงานร่วมกับชาวบ้าน การพัฒนาศักยภาพของบุคคลากรให้เข้มข้นขึ้นเพื่อสามารถสนับสนุนทิศทางการทำงานระบบเมืองในภาคอีสานในอนาคตข้างหน้า
ผู้ช่วยศาสตราจารย์มนสิชา เพชรานนท์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นกล่าวว่า ต้องเริ่มจากนิยามของคำว่าเมือง ซึ่งตามความหมายเมืองของเทศบาลตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร เรื่องประชากรเป็นปัจจัยเบื้องต้นในจำแนกอย่างเทศบาลเมือง 10,000 คนขึ้นไป เทศบาลนคร 50,000 คนขึ้นไป แต่จำนวนประชากรไม่ใช่เรื่องเดียวที่ต้องพิจารณา ต้องดูรูปแบบการดำเนินชีวิต เป็นเรื่องสำคัญที่กำหนดความเป็นเมือง/ชนบท หรือพิจารณาจากระบบเศรษฐกิจไม่ใช่ภาคเกษตร เป็นการแลกเปลี่ยนซื้อขายมากกว่าเป็นพื้นที่การผลิต หรือดูจากบทบาทหน้าที่พิเศษ เช่นศูนย์กลางการเมืองการปกครอง เมืองท่า และมีบทบาทหน้าที่หลากหลาย
และหากมองไปที่แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเมืองขนาดใหญ่ในโลก ซึ่งเมืองขนาดใหญ่ในอนาคตจะอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา และหากดูสัดส่วนประชากรเมืองในประเทศไทย คน 34 ล้านคนอยู่อาศัยในเมือง และในอนาคตประชากรเมืองจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนความหนาแน่ของประชากร เมืองไทยความหนาแน่นต่ำหากเทียบกับประเทศอื่นๆ กรุงเทพฯ ความหนาแน่นมากที่สุด 3,600 คนต่อตารางกิโลเมตร ที่จังหวัดตาก ความหนาแน่นต่ำสุด 36 คนต่อตารางกิโลเมตร ที่ขอนแก่นประมาณ 160-180 คนต่อตารางกิโลเมตร
ในอนาคตข้างหน้าการพัฒนาเมืองต้องคำนึงถึงเรื่อง สังคมไทยที่จะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย อีกประมาณ 2-3 ปี ผู้สูงวัยจะมีกว่า 20 เปอร์เซ็นต์การเผชิญกับการเปลี่ยนสภาพอากาศ เรื่องภัยพิบัติต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ที่ผ่านมาหากเกิดภัยพิบัติในเมือง คนในเมืองเอาตัวรอดสู้คนในชนบทไม่ได้ ต้องคำนึงถึงการบริหารจัดการความเสี่ยง รวมถึงระบบคมนาคมการเคลื่อนย้ายขนส่งคนในเมือง การขนส่งคนจำนวนมากๆ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงสำหรับผู้มีรายได้น้อย
ส่วนเรื่องความสามารถของเมืองในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ต้องดูเรื่องความมั่นคงทางอาหาร การจัดการน้ำ การประหยัดพลังงาน การคมนาคมขนส่ง การสื่อสาร พฤติกรรมทางสังคม การศึกษา รวมถึงกฏระเบียบทางสังคม และควรออกแบบอย่างคำนึงถึงระบบนิเวศของพื้นที่ การพัฒนาที่อิงกับระบบขนส่งสาธารณะ เป็นการพัฒนาแบบผสมผสาน หลากหลายของที่อยู่อาศัย เน้นการเดิน สภาพแวดล้อมที่ต้องเอื้อกับการเดิน เป็นพื้นที่สร้างความหมายต่อคนที่อยู่อาศัยในบริเวณนั้น ซึ่งระบบขนส่งอยู่ไม่ห่างที่อยู่อาศัยไม่เกิน 800 เมตร
ทั้งนี้ในช่วงท้าย อาจารย์มนสิชาได้ร่วมแลกเปลี่ยน ถึงแนวทางการทำงานบ้านมั่นคงกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้มีการให้ข้อแนะนำในด้านต่างๆเพิ่มเติม





