เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 59 ที่ศาลาประชาคมบ้านละเอาะ หมู่ 7 ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายสมัย มาให้พร้อม ผู้ใหญ่บ้านละเอาะ พร้อมด้วยนายกัณฑ์ รัตนสกุลชาติ ผอ.สำนักงาน ธ.ก.ส.สุรินทร์ ได้เรียกประชุมชาวบ้านละเอาะหมู่ที่ 7 เพื่อระดมความคิดเห็นและวางแผนการจำหน่ายข้าวหอมมะลิที่กำลังเก็บเกี่ยวในขณะนี้ และข้าวหอมมะลิเก่าที่ชาวบ้านเก็บไว้ในยุ้งฉาง เนื่องจากปัญหาราคาข้าวหอมมะลิ พันธุ์ กข 15 ที่เกี่ยวแล้วนำออกขายในขณะนี้ราคาตกต่ำเหลือแค่กิโลกรัมละ 6 บาท ทำให้ชาวนาได้รับความเดือดร้อน เพราะไม่คุ้มกับราคาต้นทุนที่ทำไป
ทั้งนี้ หลังหารือร่วมกัน ได้ข้อสรุปว่าจะนำข้าวเปลือกหอมมะลิ ทั้งข้าวเก่า และข้าวใหม่ ของชาวบ้านละเอาะ นำมาสีแปรรูปเป็นข้าวสาร และนำบรรจุขวดพลาสติก ซึ่งเป็นขวดน้ำดื่มที่ทำความสะอาดแล้วมาบรรจุข้าวสาร ชั่งได้1 กิโลกรัมครึ่ง ขายราคา 33 บาท และหากสั่งชื้อเป็นกิโลกรัม ก็จะขายกิโลกรัมละ 22 บาท และนำภาพขวดพลาสติกบรรจุข้าวสาร ประกาศขายข้าวสารหอมมะลิผ่านโซเชียล ผ่านไปเพียง 1 วัน มียอดสั่งชื้อข้าวสารหอมมะลิของชาวบ้านละเอาะ มาถึง 2,000 กิโลกรัม หรือ 2 ตัน ทำให้ชาวบ้านละเอาะพากันดีใจมาก ที่สามารถขายข้าวสารของตนได้ โดยผ่านคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์
นายสมัย มาให้พร้อม กล่าวว่า ชาวบ้านละเอาะได้ทำประชาคมกันแล้วที่จะใช้โรงสีข้าวชุมชนของหมู่บ้านสำหรับสีข้าวเปลือกหอมมะลิออกขายเอง ซึ่งขณะนี้ขายในราคากิโลกรัมละ 22 บาท และบรรจุขวดพลาสติกขนาดกิโลกรัมครึ่ง ขายขวดละ 33 บาท ราคาข้าวสารของเราจะถูกกว่าที่อื่น ไม่ใช่การขายตัดราคากัน แต่เป็นเพราะโรงสีของเรายังเป็นโรงสีเล็ก ไม่ได้คัดข้าวเป็นการสีรวม และการบรรจุขวดออกจำหน่ายก็ใช้ขวดพลาสติกที่ใช้แล้วทำให้สะอาด ทำให้ข้าวสารบ้านละเอาะขายถูกไม่แพงมาก แต่หากมีการปรับปรุงทำหีบห่อบรรจุสวยงาม ราคาอาจเพิ่มบ้างเล็กน้อย แต่ที่สำคัญคือ เราภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือชาวบ้านด้วย
นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งแต่ละวันได้ออกติดตามการชื้อขายข้าวเปลือกหอมมะลิตามโรงสีข้าว สหกรณ์การเกษตร และชุมชนต่างๆ หลังได้รับแจ้งถึงความสำเร็จของการขายข้าวสารผ่านโซเซียลเน็ตเวิร์ก จึงได้เดินทางมาให้กำลังใจชาวบ้านที่รวมกลุ่มเดินหน้าขายข้าวสารหอมมะลิลักษณะขายตรงระหว่างชาวนากับผู้บริโภค ชื่นชมความสามัคคี ร่วมแรงเป็นหนึ่งเดียว สามารถดูแลกันเองได้ ไม่ต้องขายข้าวเปลือกในราคากิโลกรัมละ 6 บาท
นายอรรถพร สิงหวิชัยผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวต่อสื่อมวลชนว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้จัดตลาดนัดข้าวสารในทุกอำเภอ ทุกตำบล และศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ ก็จะจัดตลาดนัดข้าวสารในวันที่ 9-10-11 พ.ย.นี้ ตามห้างร้านต่างๆ ก็จะมีการขายตรงข้าวสารเป็นการช่วยชาวนา เราจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องนำข้าวเปลือกมารวมกันมากๆ แล้วขายพร้อมกันจะทำให้ราคาตกต่ำ ขณะนี้ทางรัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรี ในการประกันยุ้งฉางข้าวรวมแล้วจะตกตันละ 13,000 บาท ปีนี้ทาง จ.สุรินทร์ ทาง ธ.ก.ส.สุรินทร์ จะสามารถรับจำนำข้าวเปลือกในยุ้งฉางได้ถึง 1 ถึง 2 แสนตัน และพื้นที่ จ.สุรินทร์ มีสหกรณ์การเกษตรจำนวนมาก ที่รับซื้อข้าวเปลือกแล้วสีขายข้าวสารเองประมาณ 2 แสนตัน ก็จะช่วยเหลือชาวนาได้อีกทางหนึ่ง สำหรับข้าวสารของบ้านละเอาะจะปรับปรุงเรื่องหีบห่อให้ดึงดูดลูกค้ามากขึ้น และจะดำเนินการแบบนี้ทุกปี ให้ชาวบ้านทยอยขายข้าวมีรายได้ตลอดทั้งปี ไม่ใช่ขายทีเดียว นายอรรถพร สิงหวิชัย กล่าว
ธนากร มณีศรี ผู้สื่อข่าวชุมชน จ.สุรินทร์





