playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

economic_foundations_resize.JPG

กรุงเทพฯ/ ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชน  5 ภาคสรุปแผนปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่รูปธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและชุมชนท้องถิ่นปี 2560  ภาคใต้เสนอแผนการเชื่อมโยงเครือข่ายเศรษฐกิจฯ  “เกษตรอินทรีย์  วิถีปักษ์ใต้”  อีสานเน้นเน้นเรื่อง “ข้าว  ยา  ผ้า  บ้าน”  กรุงเทพฯ และปริมณฑลเสนอผลักดันให้เกิดกองทุนเศรษฐกิจและทุนชุมชน  ให้รัฐส่งเสริม “BOI” ภาคประชาชน  ฯลฯ  ขณะที่ “ดร.อนุรักษ์  เรืองรอบ” ผจก.สำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสัมมาชีพชุมชนชี้แจงบทบาทการส่งเสริมขบวนชุมชน  แนะขบวนชุมชนต้องทบทวนการทำงาน  เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปเศรษฐกิจและทุนชุมชนได้จริง 
 economic_foundations1_resize.JPG


                วันที่ 10 -11  พฤศจิกายน  ที่โรงแรมทาวน์  อิน  ทาวน์  กรุงเทพฯ  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดงานสัมมนาทบทวนแผนยุทธศาสตร์   และจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่รูปธรรมเศรษฐกิจฐานรากประจำปีงบประมาณ 2560  เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี  (พ.ศ.2561-2565)  โดยในวันนี้ (11 พ.ย.) เป็นการสัมมนาวันสุดท้าย  มีการนำเสนอแผนงานการขับเคลื่อนงาน 1 ปีของขบวนองค์กรชุมชน 5 ภาค  มีผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน  ตัวแทนพื้นที่รูปธรรม 5 ภาค  เจ้าหน้าที่ พอช.  และคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์เศรษฐกิจฐานรากเข้าร่วมประมาณ  70  คน  ทั้งนี้ในปี 2560  พอช.ได้รับงบสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทุนชุมชนทั่วประเทศจำนวน  37.5 ล้านบาท

 economic_foundations2_resize.JPGeconomic_foundations3_resize.JPGeconomic_foundations4_resize.JPG


                ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนจากภาคเหนือ  กล่าวสรุปการจัดทำแผนว่า  ขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือได้ยึดหลัก 8 ขั้นบรรได (คุณลักษณะ  8 ประการของชุมชนท้องถิ่น) ของ พอช.ในการขับเคลื่อนงานเศรษฐกิจและทุนชุมชน  แต่พื้นที่แต่ละแห่งมีลักษณะไม่เหมือนกัน  ดังนั้นจึงต้องขับเคลื่อนไปตามบริบทของพื้นที่  โดยการเชื่อมโยงประเด็นต่างๆ ในพื้นที่  เช่น  สภาองค์กรชุมชน, ที่ดิน  ฯลฯ  มาทำงานร่วมกัน  ทั้งเรื่องเกษตรอินทรีย์  การแปรรูป  การท่องเที่ยวโดยชุมชน  โดยชุมชนจะต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดการทำงาน  แล้วประสานเชื่อมโยงภาคีทุกภาคส่วน  ใช้พื้นที่รูปธรรมเป็นพี่เลี้ยง  เพื่อขยายการทำงานไปยังพื้นที่อื่นๆ  และระบบจัดการข้อมูลจะต้องเน้นจากระดับพื้นฐานขึ้นมา  มีการ Mapping กับพื้นที่ระดับตำบล-จังหวัด-ภาค

                ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนภาคใต้  กล่าวสรุปว่า  ขบวนองค์กรชุมชนภาคใต้มีวิสัยทัศน์   คือ  ทำเศรษฐกิจและทุนชุมชนให้มั่นคงและยั่งยืน  มียุทธศาสตร์  คือ  ต้องทำแผนเศรษฐกิจและทุนชุมชนทุกระดับ  เชื่อมโยงภาคีเครือข่าย  พัฒนาพื้นที่รูปธรรม  ขยายไปสู่พื้นที่อื่นๆ  มีเป้าหมาย  คือ  ดึงภาคีทุกภาคส่วน  ทั้งรัฐและเอกชนมาบูรณาการการทำงานตามแผนงานของชุมชน 

                แผนการขับเคลื่อนในปี 2560  1.จัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนในพื้นที่ใหม่จำนวน 200 ตำบล  และขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้ง 14 จังหวัด  2.การเชื่อมโยงเครือข่ายเศรษฐกิจฯ  “เกษตรอินทรีย์  วิถีปักษ์ใต้”  3.พัฒนาพื้นที่รูปธรรมที่มีแผนพัฒนาแล้วจำนวน 133 ตำบล  และ 4. พัฒนาขบวนเศรษฐกิจฯ และกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทุนชุมชนภาคใต้

economic_foundations5_resize.JPG

                ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  กล่าวสรุปว่า   แผนปฏิบัติการในปี 2560  1.จะมีการวิเคราะห์พื้นที่ตำบล  และวิเคราะห์คลัสเตอร์  เพื่อให้เห็นตัวตน  เห็นศักยภาพของตัวเอง  เชื่อมโยงการทำงานระหว่างกลุ่มเก่าและกลุ่มใหม่ที่มีอยู่  โดยเน้นเรื่อง “ข้าว  ยา  ผ้า  บ้าน”  3.จะเปิดเวทีอีกหลายเวทีทั้งภาค  เพื่อให้แต่ละคลัสเตอร์มานั่งคุยกัน  4.จัดกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ชัดเจน  สามารถอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจ  5.จะพัฒนาพื้นที่ 300 ตำบลให้เป็นพื้นที่รูปธรรมเศรษฐกิจและทุนชุมชน  โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกขับเคลื่อน  6.พัฒนาเรื่องท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นเครือข่าย  เช่น  เส้นทางสายไหมโคราช-สุรินทร์

                ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและภาคตะวันตก  กล่าวสรุปแผนการดำเนินงานปี 2560 ว่า  1.จะพัฒนาพื้นที่รูปธรรมเศรษฐกิจและทุนชุมชนจาก 83  ตำบลเป็น 100 ตำบล  โดยจะมีการวิเคราะห์ข้อมูลการผลิต  การตลาด  พื้นที่  หนุนเสริม  และเชื่อมโยงเครือข่ายในพื้นที่ให้เป็นระบบ  พัฒนาสินค้าให้มีมาตรฐานและคุณภาพ  2.เชื่อมโยงขบวนทำงานระดับภาค  เชื่อมโยงเครือข่าย  โดยใช้ฐานข้อมูลการผลิต-การบริโภคระดับภาค  สร้างกลไกร่วม  ออกแบบการกระจายสินค้าทั้งภาค  ประสานการผลิตสินค้า  และสำรวจความต้องการของตลาดภายนอก  3.ประสานความร่วมมือภาคีท้องถิ่น  เชื่อมโยงไปสู่การตลาด  4.เชื่อมโยงคลัสเตอร์และวางแผนงานร่วมกัน

economic_foundations6_resize.JPG

                ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก  กล่าวสรุปแผนว่า 1.จะจัดเวทีขับเคลื่อนเน้นจังหวัดและภาค  เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนทางยุทธศาสตร์  2.พัฒนาทีมทำงานในระดับตำบล  พัฒนาวิธีคิด  เชื่อมโยงภาคีภาครัฐ  นำไปสู่การจัดการความรู้และทุนชุมชน  3.สนับสนุนการจัดทำฐานข้อมูลเศรษฐกิจและทุนชุมชนเพื่อนำมาวิเคราะห์  4.สนับสนุนพื้นที่เศรษฐกิจฯ ในระดับคลัสเตอร์  อาชีพ  ภูมิศาสตร์  ภูมินิเวศน์  5.สนับสนุนขยายพื้นที่รูปธรรมจำนวน 250 พื้นที่

                ขณะที่คณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์เศรษฐกิจฐานราก พอช. ได้นำข้อมูลการดำเนินงานจากพื้นที่ปฏิบัติการ  และข้อคิดเห็นจากขบวนองค์กรชุมชน  ภาคีพัฒนา  และเจ้าหน้าที่ พอช.  มาประมวลรวม  เพื่อพัฒนาเป็นแผนสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจและทุนชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง  ระยะเวลา 3 ปี  (พ.ศ.2559-2561)  โดยมีเป้าหมาย “สังคมเข้มแข็ง  ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข”  ภายใต้วิสัยทัศน์  “ชุมชนท้องถิ่นมีระบบและกลไกที่มีความสามารถในการจัดการเศรษฐกิจและทุนชุมชน  ที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคง  นำไปสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง”  โดยมีประเด็นยุทธศาสตร์ ดังนี้

                1.สนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชนในพื้นที่ (เป้าหมายเชิงปริมาณ ระยะเวลา 3 ปี รวม 77 จังหวัด 750 ตำบล)  2.การเชื่อมโยงเครือข่าย  และเชื่อมประสานภาคี (เป้าหมายเชิงปริมาณ ระยะเวลา 3 ปี  รวม  400 ตำบล  231  พื้นที่)  3.การพัฒนาระบบข้อมูล  จัดการความรู้  และงานวิจัย (เป้าหมายเชิงปริมาณ  ระยะเวลา 3 ปี  รวมชุดความรู้/งานวิจัย 12 ชุด)  4. การพัฒนาระบบสนับสนุนของ พอช. (เป้าหมายเชิงปริมาณ  ระดับ 3)

economic_foundations7_resize.JPG

                อย่างไรก็ตาม  ในการสัมมนาครั้งนี้ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนทั้ง 5 ภาค  ได้เสนอความเห็นเพิ่มเติมเพื่อให้ พอช.นำไปบรรจุเป็นแผนสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจและทุนชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ระยะ 3 ปี  เช่น  พอช.ควรสนับสนุนให้ขบวนองค์กรชุมชนจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล  เพื่อให้ขบวนองค์กรชุมชนที่จดทะเบียนแล้วมีความน่าเชื่อถือ  สามารถขอสินเชื่อ  หรือรับการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐและเอกชนได้

                 พอช.ควรสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชน  คลัสเตอร์  และแผนพัฒนาตำบลเชิงคุณภาพ,    ให้ พอช.สนับสนุนการประชาสัมพันธ์การพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนของขบวนองค์กรชุมชน, ให้ พอช.ผลักดันนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนอย่างต่อเนื่อง, ส่งเสริมการวิจัยเชิงปฏิบัติการของชุมชน  เช่น  การวิจัยสินค้าชุมชน  ฯลฯ

                นอกจากนี้ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนทั้ง 5 ภาคยังมีข้อเสนอต่อสำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสัมมาชีพชุมชน  พอช. เช่น  ให้สนับสนุนการสร้างตลาดกลางระดับตำบล, ให้เป็นตัวกลางประสาน  เชื่อมโยงภาคีมาร่วมทำงาน, อบรมผู้ประกอบการชาวบ้านในพื้นที่เพื่อก้าวสู่การเป็นนักธุรกิจชุมชน, ส่งเสริมด้านเทคนิค  ความรู้ต่างๆ , พัฒนาศักยภาพผู้นำ และคลัสเตอร์ต่างๆ ,  เชื่อมโยงการตลาด  บริษัท  ในพื้นที่และนอกพื้นที่  เช่น  แม็คโคร  โลตัส  บิ๊กซี,  ผลักดันให้เกิดกองทุนเศรษฐกิจและทุนชุมชน, ผลักดันให้มีการส่งเสริมเศรษฐกิจและทุนชุมชนแบบ BOI. (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่รัฐส่งเสริมนักลงทุนด้านการลดหย่อนภาษีรายได้  ภาษีเครื่องจักร  ฯลฯ) หรือเป็น BOI.ภาคประชาชน  หรือผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.ออกมารองรับ  ฯลฯ

economic_foundations8_resize.JPG

            ดร.อนุรักษ์  เรืองรอบ  ผู้จัดการสำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสัมมาชีพชุมชน พอช. กล่าวว่า  สำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสัมมาชีพฯ เป็นหน่วยงานที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่  มีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้พี่น้องในพื้นที่ต่างๆ ลงไปขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนในพื้นที่ของตนเองได้  ส่วนอีกบทบาทหนึ่งก็คือ  สำนักฯ จะต้องเชื่อมโยงนโยบายของภาครัฐลงมาสนับสนุนชุมชน  เช่น  จะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดกองทุนเศรษฐกิจและชุมชนตามข้อเสนอของขบวนชุมชน  หรือจะทำอย่างไรเพื่อให้บริษัทประชารัฐทั้ง 77 จังหวัดมาทำงานหนุนเสริมชุมชน

                “ขณะเดียวกันขบวนชุมชนก็จะต้องทบทวนการทำงานของตัวเอง  เพื่อให้เกิดกระบวนการทำงานแบบใหม่  เกิดการจัดการแบบใหม่  เช่น  ขบวนชุมชนจะต้องเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมโยงภาคีเครือข่าย โดยสำนักพัฒนาเศรษฐกิจฯ จะเป็นเหมือนแหล่งรวบรวมสรรพกำลัง  และเป็นฐานข้อมูล   เชื่อมโยงไปสู่การปฏิบัติการในพื้นที่ให้เกิดพลัง  นำไปสู่การปฏิรูปเศรษฐกิจและทุนชุมชนได้จริง”  นายอนุรักษ์กล่าวในตอนท้าย

 

สุวัฒน์ กิขุนทด รายงาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter