กรุงเทพฯ/ ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชน 5 ภาคสรุปแผนปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่รูปธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและชุมชนท้องถิ่นปี 2560 ภาคใต้เสนอแผนการเชื่อมโยงเครือข่ายเศรษฐกิจฯ “เกษตรอินทรีย์ วิถีปักษ์ใต้” อีสานเน้นเน้นเรื่อง “ข้าว ยา ผ้า บ้าน” กรุงเทพฯ และปริมณฑลเสนอผลักดันให้เกิดกองทุนเศรษฐกิจและทุนชุมชน ให้รัฐส่งเสริม “BOI” ภาคประชาชน ฯลฯ ขณะที่ “ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ” ผจก.สำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสัมมาชีพชุมชนชี้แจงบทบาทการส่งเสริมขบวนชุมชน แนะขบวนชุมชนต้องทบทวนการทำงาน เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปเศรษฐกิจและทุนชุมชนได้จริง
วันที่ 10 -11 พฤศจิกายน ที่โรงแรมทาวน์ อิน ทาวน์ กรุงเทพฯ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดงานสัมมนาทบทวนแผนยุทธศาสตร์ และจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่รูปธรรมเศรษฐกิจฐานรากประจำปีงบประมาณ 2560 เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (พ.ศ.2561-2565) โดยในวันนี้ (11 พ.ย.) เป็นการสัมมนาวันสุดท้าย มีการนำเสนอแผนงานการขับเคลื่อนงาน 1 ปีของขบวนองค์กรชุมชน 5 ภาค มีผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน ตัวแทนพื้นที่รูปธรรม 5 ภาค เจ้าหน้าที่ พอช. และคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์เศรษฐกิจฐานรากเข้าร่วมประมาณ 70 คน ทั้งนี้ในปี 2560 พอช.ได้รับงบสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทุนชุมชนทั่วประเทศจำนวน 37.5 ล้านบาท
ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนจากภาคเหนือ กล่าวสรุปการจัดทำแผนว่า ขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือได้ยึดหลัก 8 ขั้นบรรได (คุณลักษณะ 8 ประการของชุมชนท้องถิ่น) ของ พอช.ในการขับเคลื่อนงานเศรษฐกิจและทุนชุมชน แต่พื้นที่แต่ละแห่งมีลักษณะไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงต้องขับเคลื่อนไปตามบริบทของพื้นที่ โดยการเชื่อมโยงประเด็นต่างๆ ในพื้นที่ เช่น สภาองค์กรชุมชน, ที่ดิน ฯลฯ มาทำงานร่วมกัน ทั้งเรื่องเกษตรอินทรีย์ การแปรรูป การท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยชุมชนจะต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดการทำงาน แล้วประสานเชื่อมโยงภาคีทุกภาคส่วน ใช้พื้นที่รูปธรรมเป็นพี่เลี้ยง เพื่อขยายการทำงานไปยังพื้นที่อื่นๆ และระบบจัดการข้อมูลจะต้องเน้นจากระดับพื้นฐานขึ้นมา มีการ Mapping กับพื้นที่ระดับตำบล-จังหวัด-ภาค
ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนภาคใต้ กล่าวสรุปว่า ขบวนองค์กรชุมชนภาคใต้มีวิสัยทัศน์ คือ ทำเศรษฐกิจและทุนชุมชนให้มั่นคงและยั่งยืน มียุทธศาสตร์ คือ ต้องทำแผนเศรษฐกิจและทุนชุมชนทุกระดับ เชื่อมโยงภาคีเครือข่าย พัฒนาพื้นที่รูปธรรม ขยายไปสู่พื้นที่อื่นๆ มีเป้าหมาย คือ ดึงภาคีทุกภาคส่วน ทั้งรัฐและเอกชนมาบูรณาการการทำงานตามแผนงานของชุมชน
แผนการขับเคลื่อนในปี 2560 1.จัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนในพื้นที่ใหม่จำนวน 200 ตำบล และขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้ง 14 จังหวัด 2.การเชื่อมโยงเครือข่ายเศรษฐกิจฯ “เกษตรอินทรีย์ วิถีปักษ์ใต้” 3.พัฒนาพื้นที่รูปธรรมที่มีแผนพัฒนาแล้วจำนวน 133 ตำบล และ 4. พัฒนาขบวนเศรษฐกิจฯ และกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทุนชุมชนภาคใต้
ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวสรุปว่า แผนปฏิบัติการในปี 2560 1.จะมีการวิเคราะห์พื้นที่ตำบล และวิเคราะห์คลัสเตอร์ เพื่อให้เห็นตัวตน เห็นศักยภาพของตัวเอง เชื่อมโยงการทำงานระหว่างกลุ่มเก่าและกลุ่มใหม่ที่มีอยู่ โดยเน้นเรื่อง “ข้าว ยา ผ้า บ้าน” 3.จะเปิดเวทีอีกหลายเวทีทั้งภาค เพื่อให้แต่ละคลัสเตอร์มานั่งคุยกัน 4.จัดกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ชัดเจน สามารถอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจ 5.จะพัฒนาพื้นที่ 300 ตำบลให้เป็นพื้นที่รูปธรรมเศรษฐกิจและทุนชุมชน โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกขับเคลื่อน 6.พัฒนาเรื่องท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นเครือข่าย เช่น เส้นทางสายไหมโคราช-สุรินทร์
ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและภาคตะวันตก กล่าวสรุปแผนการดำเนินงานปี 2560 ว่า 1.จะพัฒนาพื้นที่รูปธรรมเศรษฐกิจและทุนชุมชนจาก 83 ตำบลเป็น 100 ตำบล โดยจะมีการวิเคราะห์ข้อมูลการผลิต การตลาด พื้นที่ หนุนเสริม และเชื่อมโยงเครือข่ายในพื้นที่ให้เป็นระบบ พัฒนาสินค้าให้มีมาตรฐานและคุณภาพ 2.เชื่อมโยงขบวนทำงานระดับภาค เชื่อมโยงเครือข่าย โดยใช้ฐานข้อมูลการผลิต-การบริโภคระดับภาค สร้างกลไกร่วม ออกแบบการกระจายสินค้าทั้งภาค ประสานการผลิตสินค้า และสำรวจความต้องการของตลาดภายนอก 3.ประสานความร่วมมือภาคีท้องถิ่น เชื่อมโยงไปสู่การตลาด 4.เชื่อมโยงคลัสเตอร์และวางแผนงานร่วมกัน
ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก กล่าวสรุปแผนว่า 1.จะจัดเวทีขับเคลื่อนเน้นจังหวัดและภาค เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนทางยุทธศาสตร์ 2.พัฒนาทีมทำงานในระดับตำบล พัฒนาวิธีคิด เชื่อมโยงภาคีภาครัฐ นำไปสู่การจัดการความรู้และทุนชุมชน 3.สนับสนุนการจัดทำฐานข้อมูลเศรษฐกิจและทุนชุมชนเพื่อนำมาวิเคราะห์ 4.สนับสนุนพื้นที่เศรษฐกิจฯ ในระดับคลัสเตอร์ อาชีพ ภูมิศาสตร์ ภูมินิเวศน์ 5.สนับสนุนขยายพื้นที่รูปธรรมจำนวน 250 พื้นที่
ขณะที่คณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์เศรษฐกิจฐานราก พอช. ได้นำข้อมูลการดำเนินงานจากพื้นที่ปฏิบัติการ และข้อคิดเห็นจากขบวนองค์กรชุมชน ภาคีพัฒนา และเจ้าหน้าที่ พอช. มาประมวลรวม เพื่อพัฒนาเป็นแผนสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจและทุนชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ.2559-2561) โดยมีเป้าหมาย “สังคมเข้มแข็ง ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข” ภายใต้วิสัยทัศน์ “ชุมชนท้องถิ่นมีระบบและกลไกที่มีความสามารถในการจัดการเศรษฐกิจและทุนชุมชน ที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคง นำไปสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” โดยมีประเด็นยุทธศาสตร์ ดังนี้
1.สนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชนในพื้นที่ (เป้าหมายเชิงปริมาณ ระยะเวลา 3 ปี รวม 77 จังหวัด 750 ตำบล) 2.การเชื่อมโยงเครือข่าย และเชื่อมประสานภาคี (เป้าหมายเชิงปริมาณ ระยะเวลา 3 ปี รวม 400 ตำบล 231 พื้นที่) 3.การพัฒนาระบบข้อมูล จัดการความรู้ และงานวิจัย (เป้าหมายเชิงปริมาณ ระยะเวลา 3 ปี รวมชุดความรู้/งานวิจัย 12 ชุด) 4. การพัฒนาระบบสนับสนุนของ พอช. (เป้าหมายเชิงปริมาณ ระดับ 3)
อย่างไรก็ตาม ในการสัมมนาครั้งนี้ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนทั้ง 5 ภาค ได้เสนอความเห็นเพิ่มเติมเพื่อให้ พอช.นำไปบรรจุเป็นแผนสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจและทุนชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ระยะ 3 ปี เช่น พอช.ควรสนับสนุนให้ขบวนองค์กรชุมชนจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพื่อให้ขบวนองค์กรชุมชนที่จดทะเบียนแล้วมีความน่าเชื่อถือ สามารถขอสินเชื่อ หรือรับการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐและเอกชนได้
พอช.ควรสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชน คลัสเตอร์ และแผนพัฒนาตำบลเชิงคุณภาพ, ให้ พอช.สนับสนุนการประชาสัมพันธ์การพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนของขบวนองค์กรชุมชน, ให้ พอช.ผลักดันนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนอย่างต่อเนื่อง, ส่งเสริมการวิจัยเชิงปฏิบัติการของชุมชน เช่น การวิจัยสินค้าชุมชน ฯลฯ
นอกจากนี้ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนทั้ง 5 ภาคยังมีข้อเสนอต่อสำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสัมมาชีพชุมชน พอช. เช่น ให้สนับสนุนการสร้างตลาดกลางระดับตำบล, ให้เป็นตัวกลางประสาน เชื่อมโยงภาคีมาร่วมทำงาน, อบรมผู้ประกอบการชาวบ้านในพื้นที่เพื่อก้าวสู่การเป็นนักธุรกิจชุมชน, ส่งเสริมด้านเทคนิค ความรู้ต่างๆ , พัฒนาศักยภาพผู้นำ และคลัสเตอร์ต่างๆ , เชื่อมโยงการตลาด บริษัท ในพื้นที่และนอกพื้นที่ เช่น แม็คโคร โลตัส บิ๊กซี, ผลักดันให้เกิดกองทุนเศรษฐกิจและทุนชุมชน, ผลักดันให้มีการส่งเสริมเศรษฐกิจและทุนชุมชนแบบ BOI. (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่รัฐส่งเสริมนักลงทุนด้านการลดหย่อนภาษีรายได้ ภาษีเครื่องจักร ฯลฯ) หรือเป็น BOI.ภาคประชาชน หรือผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.ออกมารองรับ ฯลฯ
ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ ผู้จัดการสำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสัมมาชีพชุมชน พอช. กล่าวว่า สำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสัมมาชีพฯ เป็นหน่วยงานที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ มีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้พี่น้องในพื้นที่ต่างๆ ลงไปขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนในพื้นที่ของตนเองได้ ส่วนอีกบทบาทหนึ่งก็คือ สำนักฯ จะต้องเชื่อมโยงนโยบายของภาครัฐลงมาสนับสนุนชุมชน เช่น จะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดกองทุนเศรษฐกิจและชุมชนตามข้อเสนอของขบวนชุมชน หรือจะทำอย่างไรเพื่อให้บริษัทประชารัฐทั้ง 77 จังหวัดมาทำงานหนุนเสริมชุมชน
“ขณะเดียวกันขบวนชุมชนก็จะต้องทบทวนการทำงานของตัวเอง เพื่อให้เกิดกระบวนการทำงานแบบใหม่ เกิดการจัดการแบบใหม่ เช่น ขบวนชุมชนจะต้องเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมโยงภาคีเครือข่าย โดยสำนักพัฒนาเศรษฐกิจฯ จะเป็นเหมือนแหล่งรวบรวมสรรพกำลัง และเป็นฐานข้อมูล เชื่อมโยงไปสู่การปฏิบัติการในพื้นที่ให้เกิดพลัง นำไปสู่การปฏิรูปเศรษฐกิจและทุนชุมชนได้จริง” นายอนุรักษ์กล่าวในตอนท้าย
สุวัฒน์ กิขุนทด รายงาน





