playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

IMG 0204

กาฬสินธุ์/ ระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายน 2559 สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช. จัดเวทีสรุปบทเรียนขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เพื่อทบทวนผลการดำเนินการ สรุปบทเรียนการทำงานที่ผ่านมานำเสนอบทเรียนการพัฒนาของจังหวัดอำนาจเจริญและเลย และกำหนดแผนการขับเคลื่อนงานปี 2560 ณ ห้องประชุมศาลาร่มโพธิ์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว (เขื่อนลำปาว) ตำบลคลองลำ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนจาก 8 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และเจ้าหน้าที่ พอช. เข้าร่วมประมาณ 50 คน

นายคำจันทร์ จันทน์จำปา ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า วัตถุประสงค์ที่เรามาในวันนี้ เพื่อร่วมกันทบทวนการดำเนินงานที่ผ่านมา แล้ววางแผนงานไปข้างหน้า ค้นหาสาเหตุของการทำงานเรื่องที่ประสบความสำเร็จ หรือเรื่องที่ล้มลุกคลุกคลาน จะได้มาช่วยกันคิดหาทางแก้ไข หาแนวทางแก้ปัญหาให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างมีพลัง และเป็นการสรุปงานแลกเปลี่ยนเล่าสู่กันฟังระหว่างพี่น้อง 8 จังหวัด เพื่อเห็นอดีต รู้ปัจจุบัน และมองแนวทางปี 2560 ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาศักยภาพแกนนำ ทบทวนเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ สรุปผลการขับเคลื่อนงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกัน

อาจารย์วิเชียร แสงโชติ สถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยขอแก่น วิทยากรดำเนินกระบวนการแลกเปลี่ยน ชวนคิดทบทวนความเข้าใจเป้าหมายของขบวนจังหวัดชวนสรุปบทเรียน ทบทวนแผนการดำเนินการ ใช้กระบวนการ เครื่องมือ กลไกอะไร แล้วผลที่เกิดขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายของจังหวัด โดยกล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพผู้นำนั้นผู้นำคือใคร สำคัญอย่างไร ผู้นำใช่คนที่นำพาหมู่สมาชิกไปบรรลุเป้าหมาย เพราะศักยภาพคือสิ่งที่มีอยู่ในตัวเรา มนุษย์มีศักดิ์ศรีไม่ชอบการดูถูกและเหยียดหยาม มีพลังความคิดสร้างสรรค์ สามารถเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงได้

อาจารย์วิเชียร เริ่มจากการชวนคิดถึงนิยาม/ความหมาย ของคำว่า “ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” นั้นคืออะไร ใช่คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา แก้ปัญหา เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ โดยรู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง ตามเป้าหมายที่กำหนดร่วมกัน เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี มีสุขภาวะที่ดี มีความมั่นคงทางอาหาร บนพื้นฐานวัฒนธรรมเดียวกันหรือไม่ หรือเป็นการบริหารจัดการโดยชุมชนและภาคี ในทุกด้าน ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ งบประมาณ การสร้างชุมชน มีสภาพลเมืองเพื่อไปสู่เป้าหมาย หรือคนในชุมชนมีความพร้อมเพรียง สามารถร่วมบริหารจัดการทุกปัญหา ภายใต้กติกาของชุมชน ให้เกิดความพอเพียง อยู่ดีมีสุข มั่นคงยั่งยืน หรือปัจจุบันมีแต่ชุมชนจัดการกันเอง

โดยเป้าหมายขององค์กรชุมชน ความสำเร็จจะเกิดจากการมีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยภายใน คนในชุมชนเห็นร่วมกับเราหรือไม่ ปัจจัยภายนอก ที่เกี่ยวกับนโยบายของรัฐ หน่วยงานภาคี เราไม่สามารถควบคุมได้ บางครั้งอาจเป็นประโยชน์บางอย่างให้โทษ ถ้าชุมชนเข้มแข็งจะสามารถต้านทานแรงบีบคั้นจากภายนอกได้

เมื่อมีกำหนดเป้าหมายแล้ว เราต้องมียุทธศาสตร์ ที่มาจากจากวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส อุปสรรค แล้วแปลงไปสู่แผน จะทำให้เห็นภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เมื่อมีแผนแล้วต้องไปสู่การปฏิบัติที่ต้องมีความรู้ทักษะในการบริหารจัดการ ใช้ข้อมูล มีธรรมาภิบาล และการติดตามประเมินผล เมื่อสามารถจัดการตนเองได้ ก็จะไปบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ แต่สิ่งที่เราทำนั้นเป็นการใช้เงินงบประมาณจากภาษีประชาชน จึงต้องทำงานในรายกิจกรรมที่ได้รับงบสนับสนุน เช่นแผนพัฒนา ชุดความรู้ การจดแจ้งสภาใหม่ ทบทวนสภาครบวาระ จัดตั้งสวัสดิการชุมชน มีรายงานประจำปี ซึ่งได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ เป็นเรื่องแผนงานตามปกติ ซึ่งต่างจากแผนตามยุทธศาสตร์ที่ชุมชนต้องการเปลี่ยนแปลง อาจาย์วิเชียร กล่าว

และหลังจากนั้นที่ประชุม ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนตามโจทย์ ที่เป็นการสรุปทบทวน เพื่อให้รู้จักตนเอง ทั้งเป้าหมาย วัตถุประสงค์การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของจังหวัดเครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน

จังหวะก้าวกลไกขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุยุทธศาสตร์ภาคีหุ้นส่วนในการหนุนเสริมงานขบวนทุกระดับ ผลที่เกิดขึ้นเชิงประจักษ์ (บรรลุ/ไม่บรรลุ)การเปรียบเทียบผลงานกับเป้าหมายการขับเคลื่อนวัตถุประสงค์โครงการจังหวัด

และโจทย์ที่ร่วมกันคิดถึง ข้อค้นพบสำคัญบทเรียนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน กลไกระบบการบริหารขบวนองค์กรภาคประชาชนถ้าจะทำให้ดีกว่าเดิม จะมีข้อเสนอหรือจะทำเรื่องอะไรบ้าง

IMG 0214

ต่อจากนั้นได้มีการประเมินในระดับจังหวัด และในระดับตำบล ด้วยการใช้ “สไปเดอร์ไดอะแกรม” เครื่องมือในการวิเคราะห์ ประเมินศักยภาพแบบใยแมงมุมเพื่อให้องค์กรชุมชนใน 8 จังหวัดได้เห็นสถานะตนเองในปัจจุบัน โดยมีการประเมินในระดับจังหวัด และการประเมินในระดับตำบล หัวข้อละ 8 ด้าน ที่ใช้การให้คะแนนจาก 0-3 คะแนน แล้วโยงเชื่อมจุดต่างๆ ทำให้องค์กรชุมชนใน 8 จังหวัด ได้เห็นบริบทของตนเองซึ่งอาจารย์วิเชียร ได้ขมวดสรุปเป็นรายจังหวัด ดังนี้

จังหวัดเลย “เป็นจังหวัดยุทธศาสตร์จัดการตนเองภายใต้ธรรมนูญจังหวัดภายในปี 2561”ข้อค้นพบ มีการเชื่อมโยงภาคี มีกระบวนการมีส่วนร่วม สร้างการยอมรับสร้างความเชื่อมั่น ขาดศักยภาพด้านฐานข้อมูล ไม่มีการบูรณาการขับเคลื่อนประเด็น

จังหวัดมุกดาหาร “เมืองการค้าการเกษตรการท่องเที่ยวชายโขงเชื่อมโยงอาเซียน”ข้อค้นพบ คณะทำงานมีระดับการเรียนรู้ในแต่ละกิจกรรมไม่เท่ากัน ท้องถิ่นท้องที่ยังไมเห็นความสำคัญของสภาองค์กรชุมชน ใช้เวทีแลกเปลี่ยนในการติดตามงาน

จังหวัดบึงกาฬ “ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่หนุนเสริมเศรษฐกิจฐานราก” เมืองธรรมะท่องเที่ยว ทีมมีจิตสาธารณะและคิดแบบสร้างสรรค์ มีภาคีหนุนเสริมองค์ความรู้กระบวนการเผยแพร่ความรู้ ประสบปัญหาประเด็นร่วมทั้งที่มาจากนโยบายทั้งระดับชาติและระหว่างประเทศ

จังหวัดหนองบัวลำภู “ข้าวเต้มเล้า ปลาแดกเต็มไห หน่อไม้เต็มสวน” การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนข้อค้นพบ ขบวนทำงานที่มีประสิทธิภาพระดับจังหวัดและพื้นที่ มีเครื่องมือ แผนและข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน 

จังหวัดนครพนม“สร้างรูปธรรมการจัดการตนเองระดับพื้นที่เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย ครอบครัวอยู่ดีมีสุข มั่นคง องค์กรชุมชนเข้มแข็ง พัฒนาประชาธิปไตยชุมชน ประชาชนมีสวัสดิการ สุขสำราญด้านวัฒนธรรม เลิศล้ำค่าทรัพยากร เอื้ออาทรโดยสภาองค์กรชุมชน” ข้อค้นพบ เข้าใจกลไกเป้าหมายและวัตถุประสงค์ร่วมกัน มีความร่วมมือกับภาคีทุกภาคส่วน มีฐานข้อมูล นำไปสู่การปฏิบัติแบบบูรณาการและมีส่วนร่วม

จังหวัดหนองคาย“เศรษฐกิจฐานรากองค์กรชุมชนจังหวัดหนองคายเข้มแข็งภายใต้สถานการณ์เขตเศรษฐกิจพิเศษและ AEC” ข้อค้นพบ ผู้นำสภาไม่เข้าใจบทบาท ขบวนจังหวัดมีทัศนคติไม่ตรงกัน การติดตามประเมินผลไม่ต่อเนื่อง ไม่มีการสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับแผนพัฒนาจังหวัด การสนับสนุนงบประมาณไม่ต่อเนื่อง

จังหวัดสกลนคร“สกลนครเข้มแข็ง ร่วมแรงพัฒนา ฮักแพงแบ่งปันสร้างสรรค์พลเมือง” ข้อค้นพบจำเป็นต้องพัฒนาแกนนำให้มีทักษะ เทคนิคกระบวนการ การติดตามประเมินผลปรับแบบฟอร์มเอกสารใหม่ การกระจายอำนาจเกิดความแตกแยก เกิดเอ็มโอยูร่วมกับหน่วยงานจังหวัด

จังหวัดอุดรธานี “อุดรธานีนครแห่งความสุข เมืองเกษตรอินทรีย์ กินดี นอนอุ่น ทุมมี หนี้ลด”จังหวัดนี้แกนนำยังไม่ได้คุยในรายละเอียด

IMG 0278

นอกจากนี้ยังมีวงเสวนาเพื่อยกระดับขบวนองค์กรชุมชนสู่การจัดการตนเอง นำเสนอประสบการณ์การขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเองของจังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดเลย รูปแบบการใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเครื่องมือในการดำเนินงาน วิธีกระบวนการเชื่อมโยงงานประเด็นสู่การสร้างความเป็นเอกภาพ การประสานภาคีเพื่อสนับสนุนขบวน ประสบการณ์จากทั้ง 2 จังหวัดนี้ได้ทำอย่างไร

นายชาติวัฒน์ ร่วมสุขแกนนำขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ เล่าให้ฟังว่า จังหวัดอำนาจเจริญมีการทำงานพัฒนามากว่า 20 ปี การทำเรื่องจังหวัดจัดการตนเองเป็นเรื่องยาก เป็นของแสลงของฝ่ายราชการ ที่มองในมิติของการปกครอง ที่คิดว่าจะแยกพื้นที่การปกครอง เป็นคนละเรื่องที่พี่น้องอยากลุกขึ้นมาจัดการตนเองแก้ปัญหาของตนเอง ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองเป็นทางรอดของประเทศไทยทางเดียว

สมัยก่อนเราอยู่ในยุคสมัยพ่อปกครองลูก แต่เมื่อมีการรุกรานจากต่างชาติ เราจำเป็นต้องจัดการปกครอง ขีดเขตแดน จัดตั้ง เวียง วัง คลัง นา เป็นการรวมศูนย์อำนาจครั้งแรกของประเทศ เรื่อยมาจนถึง 2475 ที่เปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย แต่ก็เป็นการเปลี่ยนโดยชนชั้นนำ ชาวบ้านยังขาดความเข้าใจอยู่มาก และก็ยังคงยึดการปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจอยู่ส่วนกลาง ทำให้การเมืองระบอบประชาธิปไตยยังคงห่างไกลจากประชาชนซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดทั้งหมดทั้งมวลมาจากโครงสร้างการเมือง โครงสร้างอำนาจ ทำให้พี่น้องได้ทุกข์ยาก

พี่น้องได้เรียนรู้ประชาธิปไตยน้อย รอแต่การช่วยเหลือจากนักการเมือง จนคิดว่าเรื่องการแก้ปัญหาต่างๆ เป็นเรื่องที่การเมืองต้องเข้ามาแก้ไขให้ ความคิดของประชาชนเป็นเรื่องที่ยังคงถูกครอบงำ เราเริ่มทำจากการเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนสำนึกของคนอำนาจเจริญ จึงนำไปสู่การคิดออกแบบการพัฒนา ที่ประชาชนพึ่งตนเองให้ได้ แล้วพี่น้องจะลุกขึ้นมาแก้ปัญหาด้วยตนเองได้อย่างไร ต้องเลิกคิดได้จากคนอื่นโดยที่ไม่ได้สร้างจากตัวเอง ที่อำนาจเจริญใช้การตั้งโจทย์ชวนให้พี่น้องช่วยกันคิด ใช้โจทย์ปัญหาความยากจนที่เป็นปัญหาร่วม ทำไมเราถึงทุกข์ยาก ทำไมเราถึงยากจน ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่พี่น้องจะตอบสิ่งที่เกิดจากตัวเจ้าของ อย่างเล่นการพนัน กินเหล้า ซื้อหวย แต่ยังไม่สามารถวิเคราะห์ถึงปัจจัยภายนอกที่เข้ามามีส่วนทำให้พี่น้องได้ทุกข์ยาก โดยเฉพาะนโยบายจากฝ่ายการเมือง ที่เข้ามาตักตวงผลประโยชน์ แล้วทางออกจะเป็นอย่างไรถึงจะหายทุกข์หายยาก มีทางเดียวคือการลุกขึ้นมาพึ่งตนเอง

การทำสวัสดิการดีๆ มีที่ใด จะทำให้เต็มพื้นที่ได้อย่างไร มีภูมิปัญญาอยู่ที่ไหนบ้าง และพัฒนาความคิดกับทีมทำงาน พากันไปเรียนรู้พากันไปดู การทำงานแรกๆ มีปัญหามาก คนมีปัญหาไม่ถูกกัน อยู่กันกลุ่มใครกลุ่มมัน แต่แก้ได้ด้วยการชวนให้มาคิดเรื่องร่วมที่ใหญ่ขึ้น มาชวนคิดวิสัยทัศน์ของภาคประชาชน วิ่งเข้าหาพี่น้องในเรื่องงานร่วม เอางานเดิมวางไว้ เอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง สร้างวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ เปลี่ยนวิธีทำงาน การบริหารจัดการต่างๆ โดยเอาเนื้องานเป็นตัวตั้ง เป็นงานที่ขับเคลื่อนอำนาจเจริญทั้งจังหวัด ต้องลงไปพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ ไปรับฟัง เดินเข้าไปหาเสนอความคิด หยิบเอาส่วนที่ดีมาร่วมกัน เป็นการร่วมกันทำงานใหม่ร่วมกัน และคุยเรื่องการจัดการร่วม เรื่องเงินต้องคุยให้ชัด ตกลงกันให้ชัด ไม่ควรครอบงำ

อำนาจเจริญสร้างกระบวนการทำงานขึ้นมาใหม่ เป็นการเอาความทุกข์ยากของพี่น้องเป็นตัวตั้ง ทำจากสิ่งที่มี มาร้อยเรียงเป็นธรรมนูญคนอำนาจเจริญ มีการกำหนดเป้าหมายจังหวัด นำสู่การบูรณาการวิสัยทัศน์จังหวัด เป็นการสร้างสำนึกใหม่ของประชาชน และข้างหน้าจะพาชาวบ้านเขียนกฏหมายมาคุ้มครอง รองรับชีวิตของตนเอง

นายชาติวัฒน์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาอำนาจเจริญเปลี่ยนความสัมพันธ์คนในจังหวัด จากการใช้สภากลางที่หลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนในการกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกัน สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับพี่น้องสร้างรูปธรรมการจัดการตนเอง ที่ชาวบ้านมีอำนาจในการบริหารจัดการ ปฏิบัติการต้องเป็นของพี่น้องประชาชนด้วย อำนาจของประชาชนเกิดจากเวทีประชาคมทั้งระดับหมู่บ้าน ตำบล จนถึงระดับจังหวัด และคิดต่อว่าเราจะไปเชื่อมกับกลไกรัฐอย่างไร เชื่อมผู้ว่า แผนยุทธศาสตร์ วิธีงบประมาณ ซีอีโอ งบท้องถิ่น งบฟังชั่นที่อยู่กับหัวหน้าส่วน และราชการแต่ไม่เอื้อกับประชาชนเข้าไปจัดการอย่างไร

ที่อำนาจเจริญใช้แผนยุทธศาสตร์เป็นตัวเชื่อม เพื่อที่จะทลายทั้งแนว จึงเข้าไปสามารถเข้าไปเชื่อมวิสัยทัศน์ได้ บูรณาการยุทธศาสตร์ มีแผนการทำร่วมกัน ตอนนี้จังหวัดมีแผนเดียวร่วมกัน และสร้างกลไกร่วมที่เรียกว่า สภากลาง เกิดจากการทำงาน ตั้งผ่านธรรมนูญประชาชนคนอำนาจ ประกาศแผน แล้วสร้างกลไกร่วม และผนวกแผนเข้ากับจังหวัด และในระดับพื้นที่ ก็สร้างกลไกสภากลางระดับตำบล และค่อยผลักดันให้เกิดการทำงานร่วม ทั้งเชิงประเด็น และทำทั้งพื้นที่ตำบล เมื่อหัวส่ายหางกระดิกแน่นอน และจึงขยับไปทำเรื่องกฏหมายต่อไป

กำนันเชิด สิงห์คำป้องแกนนำขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดเลย กล่าวว่า การทำงานเราจะพบกับคน 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นพวกที่คิดว่าทำไม่ได้หรอก กลุ่มที่สองทำเลยจะรอดู และกลุ่มที่สามรอสมน้ำหน้า การทำงานที่จังหวัดเลย ผมเริ่มจากการต่อสู้เรื่องที่ดินทำกิน จากการเห็นความทุกข์ยากของคนที่ถูกจับกุมดำเนินคดี เรื่องคืนผืนป่า และการพิสูจน์สิทธิ์ และเมื่อเข้ามาอยู่ในกลไกจังหวัดที่ทำงาน พอช. ก็ขอรับการสนับสนุนงบประมาณมาทำเรื่องเกษตรอินทรีย์ มีการไปศึกษาดูงานในที่ต่างๆ  และมีการก่อตั้งตลาดนัดสีเขียวไทเลย ผักปลอดสาร อาหารปลอดภัย

และเมื่อมี พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนตำบลเกิดขึ้น ก็ชวนกันจดแจ้งจัดตั้ง และใช้เป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงหน่วยงานภาคีต่างๆ มาแก้ปัญหาและพัฒนาเรื่องราวต่างๆอย่างปัญหาที่ดิน 1,500 กว่าแปลง 3 หมื่นกว่าไร่ ที่อยู่ในโซนต้นน้ำ สามารถแก้ปัญหาและคืนผืนป่าให้กับรัฐ 255 ไร่ ปลูกป่าเพิ่ม 5000 ไร่ และก็ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมทำเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชนกับ อพท. ในช่วงหลังมานี้ สิ่งที่อยากบอกพี่น้องคือ ต้องลงมือทำก่อน แล้วพลังความร่วมมือจะตามมา ถ้าเราไม่ตั้งหลักแก้ปัญหา หน่วยงานภาครัฐก็ตั้งธงอยู่แล้วที่จะเอาคนออกจากป่า เมื่อชาวบ้านเริ่มแก้ปัญหา หน่วยงานรัฐก็พร้อมจะรับฟังและสนับสนุน

นายวิเชียร พลสยม ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ปฏิบัติการพื้นที่) พอช. กล่าวว่า การจัดการตนเองพี่น้องหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องยาก นโยบายการพัฒนาที่ผ่านมาเป็นการทำตามที่ส่วนกลางเป็นผู้กำหนด หากเราลองดูการเมืองที่เข้มแข็งของญี่ปุ่นมีมูลเหตุมาจากการปกครองของนายพลแม็คอาเทอร์ กว่า 100 ปี ที่วางรากฐานการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นเขาบริหารจัดการตนเอง  ถึงเวลาที่เราต้องทำเรื่องการจัดการตนเองมานานแล้ว สมัยกองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม กว่า 10 ปีแล้ว ที่มีการวางฐาน รวบรวมคน พี่น้องมีประสบการณ์มาพอสมควร พื้นที่รูปธรรมก็มีหลากหลาย แนวโน้มองค์กรสนับสนุน พอช. สสส. สพม. มุ่งสร้างให้ชาวบ้านจัดการให้เกิดองค์ความรู้ ให้ชาวบ้านมีโอกาสนำเสนอกฏหมาย นโยบายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตตนเอง กำหนดกฏหมายเพื่อคุ้มครองตนเอง และเรามีเครื่องมืออย่างสภาองค์กรชุมชนตำบล เป็นเครื่องมือรองรับ รับรองเวทีของพี่น้องได้ปรึกษาหารืออย่างชอบธรรมมากขึ้น

ยุทธศาสตร์ของภาคอีสาน แนวทางสำคัญก็คือต้องสร้างพื้นที่จัดการตนเอง ที่พี่น้องอยากเห็นความอยู่ดีมีสุขของพี่น้อง ลองพิจารณาจากจังหวัดอำนาจเจริญที่สามารถรวมคนกำหนดอนาคตของตนเองได้ ถ้าจะพาพี่น้อง ต้องกระตุ้นความคิด เดินไปหาหมู่ ชวนเพื่อนคิด กระบวนการทำมีเป้าหมายเพื่อการเปลี่ยนแปลง ทำทั้งประเด็นเล็กๆ หรือทำระดับพื้นที่ทั้งจังหวัด เพื่อให้ประชาชนมีส่วนกำหนดตนเอง ให้เกิดการเปลี่ยนนโยบายระดับจังหวัดที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน และจะไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนได้อย่างไร ด้านหนึ่งเราทำงานพื้นฐานที่ตอบโจทย์งบประมาณ อีกด้านหนึ่งงานการเปลี่ยนแปลงในเชิงยุทธศาสตร์ในหัวใจ 

ทั้งนี้สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช.ได้ชี้แจงแนวทางสำคัญในการพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสาน กรอบทิศทางงบประมาณ ปี 2560 กระบวนการพัฒนาโครงการ การสนับสนุนการขับเคลื่อนงานของกลุ่มจังหวัด แนวทางสำคัญสู่การสร้างพื้นที่จัดการตนเอง เพื่อไปสู่เป้าหมายที่แต่ละจังหวัดมุ่งหวังต่อไป


IMG 0149IMG 0152IMG 0160IMG 0162IMG 0187IMG 0192IMG 0207IMG 0210


 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter