พหลโยธิน 32 / ผอ.พอช.ร่วมประชุมกับชาวบ้านริมคลองชุมชนพหลโยธิน 32 เรื่องการจัดทำผังชุมชนที่ยังไม่ได้ข้อสรุปตรงความต้องการของทุกกลุ่ม แนะชาวบ้านต้องใช้โอกาสนี้พัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัยให้มั่นคง โดย พอช.จะทำงานร่วมกับทุกกลุ่มอย่างเสมอภาคกัน ขณะที่ชุมชนริมคลองลาดพร้าวเขตจุตจักร 3 ชุมชน กว่า 300 ครัวเรือน คือ หลัง ว.ค.จันทรเกษม, วัดบางบัว และหลังกรมวิทย์จะเริ่มรื้อถอนและสร้างบ้านใหม่ในเดือนมกราคม 2560 นี้
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 เวลา 17.30 น ที่ชุมชนพหลโยธิน 32 คลองลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ได้มีการจัดประชุมชาวบ้านเพื่อหาแนวทางในการจัดทำผังชุมชนเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง โดยมีชาวบ้านเข้าร่วมประมาณ 120 คน มีนายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พลตรีชนาธิป บุนนาค เสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารบก และตัวแทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม เช่น สถาบันการจัดการที่ดินชุมชนแนวใหม่ 5 ภาค กรมธนารักษ์ กรุงเทพมหานคร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ฯลฯ
นายพลากร วงค์กองแก้ว ผอ.พอช. กล่าวว่า รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือเอาเรื่องการพัฒนาชุมชนริมคลองเป็นนโยบายสำคัญ 1 ใน 18 นโยบายของรัฐบาล และชุมชนริมคลองต้องถือเอาโอกาสนี้มาพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัย และหากไม่ทำตอนนี้ เมื่อมีรัฐบาลใหม่ก็ไม่รู้ว่าจะสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองต่อไปหรือไม่ หากจะทำต้องรีบทำตอนนี้ เพื่อให้ลูกหลานได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและยาวนาน
“ต้องลืมเรื่องเก่า ต้องไม่ทะเลาะกัน ต้องมีกติกา และต้องคิดถึงอนาคตของเราที่จะดีขึ้น เพราะต่อไปเมื่อเราสร้างบ้านใหม่แล้วก็จะต้องมีการพัฒนาเรื่องการเดินเรือ การท่องเที่ยว พื้นที่ชุมชนจะกลายเป็นพื้นที่เปิด ทำให้ชุมชนริมคลองกลายเป็นทำเลทอง ต่อไปเมื่อจัดงานลอยกระทงก็จะทำกันทั้งคลองลาดพร้าว ทำให้เป็นงานใหญ่ขึ้นมา ส่วนเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยก็จะทำทุกกลุ่มให้เสมอภาคกัน” นายพลากรกล่าว
ชุมชนพหลโยธิน 32 มีบ้านเรือนทั้งหมด 127 ครัวเรือน ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ริมคลองลาดพร้าวมานานหลายสิบปี เมื่อทางรัฐบาลมีนโยบายจัดระเบียบชุมชนริมคูคลองและก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2558 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช.จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาทำงานร่วมกับชาวบ้านเพื่อแนวทางในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ขณะเดียวกันสถาบันการจัดการที่ดินชุมชนแนวใหม่ 5 ภาค (สกทช.) ก็มีเครือข่ายสมาชิกอยู่ในชุมชนนี้เช่นกัน ดังนั้นในชุมชนพหลโยธิน 32 จึงมีการทำงานคู่ขนานกัน โดยมีชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงกับ พอช.จำนวน 86 ครัวเรือน (รวมครอบครัวขยาย) และเข้าร่วมกับ สกทช. จำนวน 88 ราย (รวมครอบครัวขยาย)
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากชุมชนพหลโยธิน 32 มีพื้นที่คับแคบ ความยาวของชุมชนตลอดแนวคลองยาวประมาณ 1,000 เมตร เมื่อเว้นระยะจากแนวก่อสร้างเขื่อนแล้ว จึงเหลือพื้นที่จำกัด ขณะเดียวกันการจัดทำผังชุมชนและผังแม่บทหรือ Master Plan จะต้องเว้นพื้นที่สำหรับใช้ประโยชน์ร่วมกันหรือเป็นพื้นที่สีเขียว จึงทำให้การออกแบบบ้านยังไม่ตรงกับความต้องการของชาวบ้านทุกกลุ่ม เช่น หากเว้นระยะพื้นที่สีเขียวจากเชิงสะพานข้ามคลองโลตัสวังหินมายังจุดที่จะสร้างบ้านระยะทาง 280 เมตร ก็จะทำให้บ้านเรือนที่จะสร้างใหม่ไปปิดทางเข้า-ออกของบ้านที่ปลูกสร้างในที่ดินเอกชน หรือหากเว้นระยะพื้นที่สีเขียว 378 เมตรก็จะทำให้เหลือพื้นที่สร้างบ้านได้หลังละ 3.75 x 7 เมตร (ขนาด 2 ชั้น) ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการของชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่ง
ด้านตัวแทนจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า การประชุมเรื่องผังชุมชนในวันนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ดังนั้นจะต้องมีการนัดประชุมทุกฝ่ายเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายในกลางเดือนธันวาคมนี้ หลังจากจึงจะมีการลงนามร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่การทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ เพราะหากล่าช้าออกไปถึงปี 2560 ราคาเช่าที่ดินอาจจะสูงขึ้นจากเดิม และทำให้การก่อสร้างบ้านล่าช้าออกไปอีก
รายงานโดย สุวัฒน์ กิขุนทด





