playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

โรงแรมเอบิน่าเฮ้าส์-กรุงเทพฯ / พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รมว.พม.เป็นประธานเปิดประชุมระดับชาติสภาองค์กรชุมชนตำบลครั้งที่1/2559  โดยมีตัวแทนสภาองค์กรชุมชนและภาคีเครือข่ายเข้าร่วมประชุมอย่างคับคั่ง  ชูประเด็นการขับเคลื่อนงาน “เปิดพื้นที่กลาง  สร้างนโยบายสาธารณะ” ขณะที่ประชุมมีข้อเสนอหลายด้าน  เช่น  แก้ไข พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนให้สภาฯ มีฐานะเป็นนิติบุคคล, ยื่นข้อเสนอต่อ พอช.เพื่อสนับสนุนให้สภาองค์กรเกิดความเข้มแข็ง ฯลฯ  รวมทั้งใช้เวทีสภาฯเชื่อมโยงเรื่องข้าวระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคโดยตรง


federation1_resize.JPG วันนี้ (1 ธันวาคม 2559) มีการประชุมระดับชาติสภาองค์กรชุมชนตำบล  ครั้งที่ 1/2559  ที่โรงแรมเอบิน่าเฮ้าส์  ซอยวิภาวดีรังสิต 64  เขตหลักสี่  กรุงเทพฯ  โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เดินทางมาเป็นประธานเปิดการประชุม  มีผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศ  หน่วยงานภาคีเครือข่าย  เจ้าหน้าที่และผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเข้าร่วมงานประมาณ 300 คน

นายจินดา  บุญจันทร์  ประธานในการประชุมกล่าวว่า  นับจากพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชนตำบลมีผลบังคับใช้ในปี 2551 จนถึงปัจจุบันย่างเข้าสู่ปีที่ 9   มีการจัดตั้งสภาชุมชนตำบลทั่วประเทศ  จำนวน 5,651 แห่ง  มีองค์กรสมาชิก 127,380  องค์กร  จำนวนสมาชิก 190,341  คน  ซึ่งหลักการสำคัญของสภาองค์กรชุมชนฯ คือ  ให้คนในชุมชนรวมตัวกันเป็นองค์กรชุมชน  เพื่อปรึกษาหารือ  นำเสนอปัญหา  หาทางแก้ไข  และร่วมกันพัฒนาชุมชน  โดยมีการประสานความร่วมมือกับภาคีท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับขับเคลื่อนงานพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆ  เช่น  ที่ดินทำกิน  ที่อยู่อาศัย  การจัดการภัยพิบัติ  การจัดสวัสดิการชุมชน  การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ฯลฯ

federation5_resize.jpg นอกจากการจัดประชุมระดับชาติในครั้งนี้แล้ว  เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนได้จัดเวทีสมัชชาองค์กรชุมชน “9 ปีสภาองค์กรชุมชน : เปิดพื้นที่กลาง  สร้างนโยบายสาธารณะ” ในงานเดียวกันนี้ด้วย  โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1.เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้  สถานการณ์ปฏิรูปภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่  การทบทวนการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนในระยะที่ผ่านมา  2.เพื่อจัดทำแผนการขับเคลื่อนงาน “สภาองค์กรชุมชน : เปิดพื้นที่กลางสร้างนโยบายสาธารณะ”  และ 3.เพื่อผนึกกำลังระหว่างสภาองค์กรชุมชน ขบวนองค์กรชุมชน  และภาคีที่เกี่ยวข้อง  ร่วมกันออกแบบและจัดทำแผนงานขับเคลื่อนงานต่อไป

“ที่ผ่านมาการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนตำบลพบปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญๆ หลายด้าน  เช่น  ปัญหาการรายงานผลการดำเนินงานของพื้นที่ขาดความสมบูรณ์ของเนื้อหา  ทำให้ข้อมูลผลการดำเนินงานของสภาฯ ไม่ต่อเนื่องเป็นปัจจุบัน   ผู้นำสภาฯ ขาดความเข้าใจเจตนารมณ์ของสภาองค์กรชุมชน  แกนนำสภาฯ ขาดความมั่นใจในศักยภาพของตัวเอง  พื้นที่จดแจ้งจัดตั้งสภาฯ มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น  แต่งบประมาณสนับสนุนไม่เพียงพอ  ฯลฯ  ดังนั้นผลจากการประชุมในครั้งนี้จะนำไปสู่การขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนฯ ให้มีประสิทธิภาพต่อไป”  นายจินดากล่าว

federation3_resize.jpg
พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รมว.พม. กล่าวเปิดการประชุมและมอบนโยบายว่า  สภาองค์กรชุมชนมีบทบาทการทำงานที่หนุนเสริมการทำงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น  ทุนชุมชน  พลังในชุมชน  ทั้งกลุ่มสตรี  เยาวชน  ผู้สูงอายุ  ฯลฯ มาร่วมกันขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน  โดยน้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางในการพัฒนา  รวมทั้งเชื่อมโยงการทำงานกับภาคีเครือข่ายต่างๆ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนฐานรากทั่วประเทศ

“ขณะเดียวกันพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  ก็ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลพี่น้องประชาชนฐานราก  โดยได้วางยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี  เพื่อพัฒนาประเทศชาติไปสู่ความมั่นคง  มั่งคั่ง  และยั่งยืน  ดังนั้นกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้การสนับสนุนการทำงานของสภาองค์กรชุมชน  โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นพื้นที่กลาง  นำปัญหาของพี่น้องชุมชนมาแก้ไข  และเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาชุมชนร่วมกัน  เพื่อให้เกิดการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป”  พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

สำหรับผลการประชุมกลุ่มย่อยทั้ง 5 ภาคเพื่อนำไปสู่แผนการขับเคลื่อนงานในปี 2560 ได้ข้อสรุป  เช่น 1.จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนแบบปูพรม  เน้นเชิงปริมาณและพัฒนาคุณภาพควบคู่กัน  โดยใช้สภาฯ เชื่อมโยงงานประเด็นและหน่วยงานภาคีพัฒนาในระดับตำบล/จังหวัด  2.ตั้งเป้าหมาย  เปิดพื้นที่กลาง  สู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง  โดยใช้ประเด็นงานพัฒนาในพื้นที่เป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนงาน  เพื่อผลักดันแผนระดับตำบลสู่ระดับจังหวัด  และผลักดันให้เป็นประเด็นสาธารณะ (การจัดการทรัพยากร ดิน  น้ำ  ป่า  ชายฝั่ง  ความมั่นคงด้านอาหาร  ที่อยู่อาศัย  ที่ดินทำกิน  เศรษฐกิจและทุนชุมชน  ฯลฯ)

federation2_resize.jpg
3.พัฒนานโยบายสาธารณะที่เป็นประเด็นร่วม  และติดตามนโยบายภาครัฐทีส่งผลกระทบต่อชุมชน  4.พัฒนาประเด็นยุทธศาสตร์ร่วมในระดับภาค  เช่น  การเชื่อมโยงเครือข่ายสินค้า-ตลาดกลางข้าว  5.พัฒนาแกนนำสภาองค์กรชุมชนให้เป็นนักยุทธศาสตร์  นักจัดทำแผนยุทธศาสตร์  มีความรู้เนื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชุมชน  6.เชื่อมโยงการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีอย่างต่อเนื่อง  เช่น  กระทรวงมหาดไทย  ผู้ว่าราชการจังหวัด  7.พัฒนาระบบข้อมูลด้านทุนในชุมชนและด้านต่างๆ ให้เป็นปัจจุบัน  8.ผลักดันการกระจายอำนาจ  จัดทำแผนยุทธศาสตร์ภาคประชาชนร่วม  และบูรณาการคน  งาน  เงิน  ไปสู่จังหวัดจัดการตนเอง

ส่วนการประชุมตามระเบียบวาระ  มีประเด็นที่สำคัญ  เช่น  การแก้ไขพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 เนื่องจากที่ผ่านมา  พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่มีหมวดว่าด้วยงบประมาณ ทำให้ไม่สามารถเสนอแผนงานและงบประมาณสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนตามยุทธศาสตร์ต่อรัฐบาลได้  รวมทั้งการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนต้องพึ่งพา พอช. ในการจัดทำแผนงาน งบประมาณ และจัดหาบุคลากร  ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ นโยบายของสถาบันฯด้วย แทนที่การจะเป็นไปตามยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน 

ดังนั้นที่ประชุมสภาฯ จึงมีข้อเสนอแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนในสาระสำคัญ  เช่น กำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 4)  กำหนดสภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นนิติบุคคล และมีหน้าที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการจัดทำแผนแม่บทชุมชนในเขตพื้นที่ตำบลในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น  กำหนดให้มีสำนักงานสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนแห่งชาติเพื่อสนับสนุนการดำเนินภารกิจตามหน้าที่ของสภาองค์กรชุมชนตำบล สภาองค์กรชุมชนจังหวัด และสภาองค์กรชุมชนแห่งชาติ (แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 4)

อย่างไรก็ตาม  ที่ประชุมมีความเห็นว่า  ให้ขบวนองค์กรชุมชนแต่ละภาคนำประเด็นการแก้ไข พ.ร.บ.กลับไปทบทวน

รวมทั้งให้ศึกษารัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์  และนำข้อมูลกลับมาให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อจะได้นำไปจัดทำรายละเอียดการแก้ไขต่อไป

federation6_resize.jpg ประเด็นข้อเสนอต่อสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  เพื่อให้ พอช. นำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการสนับสนุนและส่งเสริมสภาองค์กรชุมชน  เช่น  การจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน ต้องเน้นเชิงคุณภาพ ไม่ใช่เน้นปริมาณ พอช.ต้องพัฒนากลุ่มองค์กรชุมชน ชุมชน ที่จดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน เชื่อมโยงการพัฒนาระหว่างกลุ่มองค์กรที่จดแจ้งด้วย เช่น กลุ่มประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม, เครือข่ายเยาวชน ฯลฯ และสนับสนุนการพัฒนาสภาองค์กรชุมชนให้เข้มแข็งปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจได้

พอช.ต้องส่งเสริมและสนับสนุน เป็นพี่เลี้ยงสภาองค์กรชุมชนที่ยังไม่เข้มแข็ง  ให้เกิดความเข้มแข็งมีศักยภาพ ปฏิบัติตามภารกิจได้  และจำแนกประเภทของสภาองค์กรชุมชน เช่น สภาฯ ที่เข้มแข็ง สภาฯที่พึ่งตนเองได้ สภาฯที่ต้องการพี่เลี้ยง สภาฯที่จดแจ้งจัดตั้งใหม่เพื่อออกแบบการสนับสนุนให้มีความแตกต่างกัน

ให้ พอช.มีแผนงานงบประมาณสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน แยกหมวดกับงานประเด็นอื่นของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน โดยยึดหลักการกระจายอำนาจของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มีการบริหารงบประมาณสอดคล้องกับหลักการชุมชนท้องถิ่นจังหวัดจัดการตนเอง ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ ตำบลพื้นที่เป็นตัวตั้ง ประชาชนเป็นเป้าหมาย และสนับสนุนไปที่สภาองค์กรชุมชนตำบลโดยตรงเนื่องจากสภาฯ มีภารกิจที่ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติ

federation8_resize.jpg
ให้ พอช.ประสานความร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งและพัฒนาสภาองค์กรชุมชน เช่น ประสานงานกับกรมการปกครองเพื่อส่งเสริมการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนให้เต็มพื้นที่ ประสานงานกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเรื่องการกำหนดแนวทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนค่าใชจ่ายในการดำเนินการของสภาองค์กรชุมชนตำบล การประสานแผนชุมชนกับแผนพัฒนาท้องถิ่น  ฯลฯ

ในตอนท้ายของการประชุม  นายจินดา  บุญจันทร์  ประธานในที่ประชุมกล่าวว่า  ที่ประชุมมีมติให้สมาชิกสภาฯในแต่ละภาค  โดยเฉพาะภาคใต้  ภาคตะวันออก  และกรุงเทพฯ กลับไปสำรวจข้อมูลปริมาณความต้องการการบริโภคข้าวสารในแต่ละเดือนเพื่อนำข้อมูลมารวบรวม  นำไปสู่การวางแผนเชื่อมโยงผู้ผลิตข้าว  คือชาวนากับผู้บริโภค  เพื่อเป็นการวางแผนในระยะยาวและเป็นระบบ  ทั้งเรื่องราคาข้าวเปลือกและราคาข้าวสาร  โดยในเบื้องต้นจะนำข้าวสารจากจังหวัดยโสธรเข้ามาจำหน่ายที่ พอช.จำนวน 70 กระสอบ  เน้นข้าวอินทรีย์  เพื่อให้ผู้บริโภคได้กินข้าวที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย

“สำหรับประเด็นปัญหาต่างๆ ที่สภาชิกสภาฯ แต่ละภาคนำเสนอนั้น  ที่ผ่านมาเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว  ที่สภาองค์กรชุมชนระดับชาติได้นำเสนอปัญหาไปตามลำดับชั้นแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข  เช่น  ปัญหาเรื่องที่ดิน  เรื่องประมงพื้นบ้าน  ดังนั้นในการประชุมคราวนี้  เราจะรวบรวมประเด็นปัญหาต่างๆ นำเสนอไปยังกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  รวมทั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง  เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหา  และเราจะต้องติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาต่อไปด้วย”  นายจินดากล่าวในตอนท้าย

federation7_resize.JPG

 

สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter