ร้อยเอ็ด/ วันนี้ (2 ธันวาคม 2559) ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พร้อมด้วย ผู้อำนวยการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ปฏิบัติการพื้นที่) ตัวแทนเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง สมาชิกสภากรุงเทพมหานครเขตจตุจักร หัวหน้า ศปก.ทชค. เข้าหารือความร่วมมือในการซื้อขายข้าวหอมมะลิ ระหว่างเครือข่ายชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้ และเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง กับนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด สหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ด และรักษาการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด
จากการที่ผู้แทนเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง ได้ร่วมทำสัญญาซื้อขายข้าวหอมมะลิ กับผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และเครือข่ายชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้ ในงานข้าวหอมมะลิโลกเมื่อวันที่ 26-28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานั้น ครั้งนี้จึงมีการหารือเพิ่มเติมเพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการระบายข้าวแก้ปัญหาราคาตกต่ำ และสนับสนุนเครือข่ายชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้ ทำให้ชุมชนคลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร และคลองบางซื่อ ได้ซื้อข้าวในราคาไม่แพงโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง
นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ร้อยเอ็ดเรามีข้าวที่เป็นแบนด์คุณภาพ นอกจากจะซื้อขายข้าวแล้ว ยังต้องคิดถึงเรื่องการสร้างอาชีพ การทำมาค้าขาย แก้ปัญหาของชุมชนริมคลองอีกด้วย ในเรื่องข้าวหอมมะลิของร้อยเอ็ดนั้น “เรียว ขาว หอม และนุ่ม” แต่ตลาดก็เป็นของผู้ซื้อ ต้องหามูลค่าเพิ่ม เรามีคนเข้ามาซื้อข้าวเยอะเพราะมีมาตรฐานปลอดภัย ผ่านเกณฑ์ GI ซึ่งเราเป็นต้นทางต้องพัฒนาให้ได้ตามความต้องการของตลาดพร้อมกับพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไปพร้อมกัน
นโยบายของจังหวัดร้อยเอ็ดในเรื่องข้าว ต่อไปจะมีการทำแผนโรดโชว์ วิถีข้าวทุ่งกุลา ที่นำเสนอข้าวไปพร้อมกับวัฒนธรรม เพื่อเพิ่มความต้องการข้าว ให้เกิดการตกลงซื้อขาย และน่าจะมีการแลกเปลี่ยนผลผลิตระหว่างกันเช่น ข้าวแลกกับกาแฟ หรืออาหารทะเล เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้แลกเปลี่ยนในเชิงวัฒนธรรม
ความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้น่าจะเป็นต้นแบบความร่วมมือ ที่ขยายไปสู่ความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับกระทรววงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในเมื่อมีดีมาน ซับพลายต้องเจ๋ง เกษตรกรต้องพัฒนา มีระบบการจัดการ และมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดแผนธุรกิจของชาวนา เราต้องช่วยกันจับคู่ หากติดขัดอะไรเราจะลงไปช่วยกัน บริษัทประชารัฐรักสามัคคีจะเข้ามาช่วยในเรื่องเชิงคุณภาพ ส่งเสริมมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
หลังจากนี้ภายใน 2 สัปดาห์ เราต้องมีโรดแมปที่ชัดเจน จะมีการลงนามบันทึกความร่วมมืออย่างเป็นทางการ แต่ละภาคส่วนจะร่วมกันทำอะไรบ้าง ใครมีบทบาทอย่างไร หลังจากการคุยวันนี้เราต้องลงรายละเอียดให้มีความชัดเจน
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง กล่าวว่า ช่องทางทำเรื่องข้าวจากชาวนาสู่ประชาคนคลอง ที่ชาวบ้านรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์กว่า 20 แห่ง มีสมาชิกกว่า 4,000 ครัวเรือน มีระบบการออมทรัพย์ มีระบบการจัดการในแต่ละแห่งอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง และค้าขายทั่วไป ซึ่งทุกคนก็ต้องซื้อข้าวกิน น่าจะมีเรื่องข้าวไปช่วยหนุนเสริมพี่น้องที่อยู่ในชุมชน จึงมีความต้องการที่จะเชื่อมโยงแหล่งผลิตข้าวจังหวัดร้อยเอ็ดไปให้คนที่อยู่ในชุมชนริมคลอง ซึ่ง รมว.พม.ก็เห็นด้วย และอยากให้เกิดการลงนามบันทึกความร่วมมือ ซึ่งหากจะจัดที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็นับเป็นเรื่องน่ายินดี
นายสยามกล่าวต่อ ถึงกรอบคิด “โครงการข้าวชาวนาสู่ประชาคนคลอง” ความสำคัญ รูปแบบวิธีการ กลุ่มเป้าหมาย/ปริมาณงาน กิมมิก (Gimmick) กลไกการดำเนินการ กรอบระยะเวลา และงบประมาณ ซึ่งเริ่มต้นจากชุมชนริมคลอง ในอนาคตอาจจะมีการขยายไปสู่เครือข่ายอื่นๆ ให้กว้างขวางขึ้น อย่างเครือข่ายบ้านมั่นคง ซึ่งในช่วงเริ่มต้นจากสมาชิกชุมชนริมคลอง ในแต่ละเดือนน่าจะสร้างตลาดได้นับสิบตัน และได้มีการประสานความร่วมมือกับทหาร ช่วยในการขนส่งกระจายสู่ชุมชนต่างๆ
ทั้งนี้ทาง พอช. จะกลับไปดำเนินการพัฒนาแผนความร่วมมือในรายละเอียด ให้เกิดการลงนามความร่วมมือพร้อมส่งมอบข้าวล็อตแรกจากเครือข่ายชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้ สู่ชุมชนริมคลองต่อไป





