พอช.พร้อมขับเคลื่อนแผนงานปี 2560 ชูการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการส่งเสริมประชารัฐเป็นนโยบายเร่งด่วน เป้าหมายบ้านมั่นคง 5,000 ครัวเรือน ชุมชนริมคลอง 8,478 ครัวเรือน บ้านพอเพียง 9,000 ครัวเรือน คนไร้บ้าน 547 ครัวเรือน ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนต้นแบบ 500 ตำบล ส่วนนโยบายตามพันธกิจจะสนับสนุนสวัสดิการชุมชน 500 ตำบล และสภาองค์กรชุมชนอีก 2,055 ตำบล ผอ.พอช.ชี้เป้าหมายการทำงานของพอช.สอดคล้องกับรัฐบาลคือ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”
นายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได้นำเสนอแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ประจำปีงบประมาณ 2560 ต่อที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม.เป็นประธาน ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา และได้รับความเห็นชอบให้ปฏิบัติตามแผนงาน โดยมีนโยบายเร่งด่วน คือ การพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย และการส่งเสริมพลังประชารัฐ
สำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ประกอบด้วย 1.แก้ไขปัญหาชุมชนแออัด ภายใต้โครงการ “บ้านมั่นคง” 5,000 ครัวเรือน (ครอบคลุมปทุมธานีโมเดล และชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา) 2. การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองต่อเนื่องจากปี 2559 จำนวน 3,782 ครัวเรือน และปี 2560 ดำเนินการอีก 4,696 ครัวเรือน รวม 8,478 ครัวเรือน 3. โครงการ “บ้านพอเพียงชนบท” 9,000 ครัวเรือน 4. สร้างศูนย์คนไร้บ้าน และพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มคนไร้บ้าน 547 ครัวเรือน (สร้างศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน กรุงเทพฯ ขอนแก่น และเชียงใหม่) และ 5.พัฒนาที่อยู่อาศัยชั่วคราวกรณีไฟไหม้ไล่รื้อ 1,082 ครัวเรือน
“กระบวนการสำคัญของการพัฒนาที่อยู่อาศัย หัวใจสำคัญคือ ต้องใช้ระบบสหกรณ์เข้ามาจัดการ ตั้งแต่เรื่องที่ดิน สินเชื่อ และจะต้องมีการสำรวจข้อมูลชุมชน ข้อมูลครัวเรือน โดยชุมชนจะต้องร่วมกันสำรวจ เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนพัฒนาชุมชนในทุกๆ เรื่อง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องบ้านเท่านั้น เช่น นำไปสู่การส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการจัดสวัสดิการให้คนทุกกลุ่มในชุมชน” นายพลากรยกตัวอย่าง
ส่วนการส่งเสริมพลังประชารัฐ จะสนับสนุนการยกระดับพื้นที่ต้นแบบสัมมาชีพชุมชน โดยในปี 2560 จะพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน 500 ตำบล โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นกลไกขับเคลื่อนและเชื่อมโยง มีเป้าหมายให้ชุมชนท้องถิ่นมีระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชนที่มั่นคง สามารถพึ่งตนเอง และจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยมีตัวอย่างพื้นที่รูปธรรม ระดับตำบล เช่น เมืองชุมแพ จ.ขอนแก่น ซึ่งมีการทำนารวม ปลูกผัก เลี้ยงปลา และธุรกิจน้ำดื่มชุมชน, ระดับจังหวัด เช่น จังหวัดน่าน ยโสธร มีการทำเกษตรอินทรีย์
นายพลากร กล่าวต่อไปว่า ส่วนนโยบายตามพันธกิจในปี 2560 จะสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนตำบลที่จัดตั้งแล้ว 500 ตำบล สมาชิกจำนวน 339,962 คน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐบาล ให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกวัย ได้รับการบริการทางสังคมที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
“เรามีเป้าหมายเพื่อให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเกิดการขยายฐานสมาชิก ชุมชนเกิดความเชื่อมั่น เงินกองทุนเพิ่มขึ้น นำไปสู่การจัดสวัสดิการที่หลากหลาย ครอบคลุมคนด้อยโอกาสในชุมชน นำไปสู่ความยั่งยืน และลดภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐ” ผอ.พอช.กล่าว และขยายความว่า ปัจจุบันเกิดกองทุนสวัสดิการชุมชนฯ ทั่วประเทศ 6,081 กองทุน เงินกองทุนรวม 11,663 ล้านบาท สมาชิกกองทุนรวมทั้งหมด 5,234,178 ราย สมาชิกได้รับการสมทบงบประมาณครบ 3 รอบแล้ว 3,144 กองทุน รวม 2,881,355 คน
ส่วนการสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนากิจการของสภาองค์กรชุมชน ในปี 2560 พอช.จะสนับสนุนการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนใหม่ 200 ตำบล และพัฒนากิจการของสภาองค์กรชุมชนที่จัดตั้งแล้ว 1,855 ตำบล โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ชุมชนสามารถพัฒนาและจัดการตนเองได้ สามารถกำหนดทิศทางการพัฒนาตามความหลากหลายของวิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของท้องถิ่น รวมทั้งยังเป็นการสร้างระบอบประชาธิปไตยชุมชนจากฐานรากในการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
“แผนงานของ พอช.ในปี 2560 ทั้งแผนงานตามนโยบายเร่งด่วนและแผนงานตามภารกิจนี้ จะสอดคล้องกับเป้าหมายการทำงานของรัฐบาลคือ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างการเติบโตจากภายใน นำไปสู่เป้าหมายสุดท้ายคือ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” นายพลากรกล่าวทิ้งท้าย
สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน





