playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

Figure_1.JPG

 ปู๊นนนนนน ๆๆๆๆๆ  เสียงหวูดรถไฟสายเหนือ  (กรุงเทพฯ-เชียงใหม่) มาจอดส่งผู้โดยสาร ณ สถานีชุมแสง ผู้คนเดินขวักไขว่ลงจากขบวนรถ ตามมาด้วยเสียงทักทาย จ๊อกแจ๊กจอแจ เสียงรถรับจ้างร้องเรียกผู้โดยสารกันอื้ออึง  นี่เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองชุมแสง เมืองที่เป็นจุดพักสถานีรถไฟสายเหนือที่มุ่งสู่เมืองเชียงใหม่ มาตั้งแต่ปี 2450  คนชุมแสงเองก็รู้สึกคุ้นเคยดีกับบรรยากาศเช่นนี้  เมืองชุมแสงเป็นหัวเมืองด้านทิศตะวันออกของจังหวัดนครสวรรค์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 39 กม. มีเนื้อที่ 2.4 ตารางกิโลเมตร   พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำน่านไหลผ่านและชุมชนใช้เป็นเส้นทางสัญจรหลักมาแต่อดีต เป็นแหล่งย่านตลาดเก่า  ที่นี่จึงเป็นชุมทางการค้าที่สำคัญในการขนถ่ายสินค้าระหว่างภาคเหนือและภาคกลาง มีสินค้าหลักที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ตลาดแห่งนี้ก็คือ “ข้าว” โดยพ่อค้าและเกษตรกรจาก อ.หนองบัว อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ และจากจังหวัดใกล้เคียง จะนำข้าวเปลือกมาขายที่ตลาดชุมแสง จะเห็นหลักฐานได้จากที่ตลาดชุมแสงนี้มีโรงสีข้าวเก่าถึง 6 โรง (ปัจจุบันเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง)  มีชาวจีนอพยพมาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินค้าขายเป็นจำนวนมากทำให้มีประเพณี วัฒนธรรมจีนคงอยู่ให้เห็น เช่น การแสดงเองกอล, การแสดงหล่อโก๊ว  มีศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ชุมแสงที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพของผู้คน 

Figure_3.JPG ปัจจุบัน เมืองชุมแสงมีสถานะเป็นเทศบาล มี 10 ชุมชน  แต่ละชุมชนมีสัญญลักษณ์ชื่อขึ้นต้นด้วยแสง เช่น แสงสวรรค์รักพัฒนา แสงเจียรนัย แสงร่วมใจ แสงราษฎรรังสรรค์ แสงราษฎ์ร่วมใจ แสงจันทร์ฉาย แสงมุกดา แสงโชติช่วงฯ  แสงชัชวาล์ฯ แสงบัณฑิตฯ บ่งบอกสะท้อนถึงชื่อเมืองที่ชื่อ “ชุมแสง”สภาพบ้านเรือนที่เป็นอยู่ค่อนข้างแออัด มีย่านตลาดเก่า  ร้านค้า  ตึกราบ้านเรือนที่อาศัยอยู่รอบบริเวณตลาดและรางรถไฟ มีความเป็นอยู่กึ่งสังคมเมือง

เริ่มต้นการพัฒนาชุมชนของ “คนชุมแสง” จากการเห็นปัญหาร่วมของคนจนที่มีความเดือดร้อนที่อยู่อาศัยทรุดโทรม , ไม่มั่นคง บ้างไม่มีสัญญาเช่า  บ้างก็สัญญาเช่าระยะสั้นอยู่กันอย่างหวาดหวั่นไม่รู้จะโดนไล่เมื่อไร บ้านบางส่วนไม่มีบ้านเลขที่   ปัญหาด้านเศรษฐกิจชุมชนมีรายได้น้อย  ถนนหนทางที่ใช้สัญจรไปมาคับแคบชำรุด รถเข้าออกไม่ได้   ผู้เดือดร้อนและแกนนำชุมชนที่ต่างต้องอยู่กับสภาพเบื้องต้นเหมือน ๆ กันจึงรวมตัวกันจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน เพื่อเป็นตัวเชื่อมต่อในการโยง คน กลุ่มองค์กร และภาคีในท้องที่ ก่อนจะเดินเข้าสู่กระบวนการพัฒนาแก้ไขปัญหาเรื่องบ้าน  โดยกลุ่มผู้เดือดร้อนลุกขึ้นมาขับเคลื่อนงานภายใต้การหนุนเสริมของเครือข่าย สอช.เมืองนครสวรรค์ และเดินหน้าคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเข้าใจแนวทาง เป้าหมาย และร่วมเป็นคณะทำงาน เช่น เทศบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมถึงผลักดันให้เกิดการจัดตั้งคณะกรรมการเมืองชุมแสงเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยทั้งระบบ 

Figure_2.JPG
เมื่อตกผลึกร่วมชุมชนเดินหน้าสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนทั้งเมือง  พบผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยฯ  ถึง 432  ครัวเรือน   โดยปัญหาที่พบคือ ผู้เดือดร้อนอาศัยอยู่ในที่ราชพัสดุ ที่เอกชน ที่รถไฟ  สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม ผุพัง ผู้เดือนร้อนเหล่านี้ต่างมีเป้าหมายต้องการที่จะสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย โดยยังต้องการอาศัยในที่ดินเดิมและผลักดันให้เกิดการจัดทำสัญญาเช่าระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับลูกหลานต่อไป  หลังจากนั้นได้กำหนดแผนในการแก้ไขโดยเชื่อมโยงผ่านกระบวนการแก้ไขตามโครงการบ้านมั่นคง ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน )  ในปี 2557  จำนวน 216  ครัวเรือน  ส่วนที่เหลือได้จัดทำเป็นแผนในการแก้ไขปีต่อไป  จำนวน  60  ครัวเรือน  และอีกจำนวน 71 ครัวเรือน เป็นผู้เดือนร้อนที่สามารถดูแลตนเองได้

แนวคิดของการพัฒนา “เมืองชุมแสงทุกมิติ”  คนชุมแสงต้องการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ด้านการทำงานของชุมชนและหน่วยงานภาคีต่าง ๆ  ให้ร่วมพัฒนาและขับเคลื่อนงาน  ร่วมช่วยกันแก้ไข ร่วมช่วยกันคิดร่วมช่วยกันทำ ร่วมค้นหาปัญหา และต้นทุนที่แท้จริงโดย  ร่วมช่วยกันทำให้เกิดแผนการพัฒนาเมืองโดยทุกคนในเมืองมีส่วนร่วม ตัวตนของเจ้าของปัญหาลุกมาจัดการปัญหาด้วยตนเอง  คนในเมืองเกิดความตระหนักรู้  เกิดจิตสำนึกในการสร้างความยั่งยืนของเมืองชุมแสงร่วมกัน

กระบวนการพัฒนาเมืองชุมแสง  จะเห็นว่าไม่ได้เกิดจากจุดเริ่มของการพัฒนาพื้นที่ใหม่ แต่เป็นการต่อยอดการทำงานในเมืองที่ขยายการทำงานเดิมให้มากกว่าการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย โดยมีภาคีความร่วมมือ อาทิเช่น ภาคีท้องถิ่น/ท้องที่ เข้ามาร่วมขับเคลื่อน รวมถึงมีแรงผลักดันจากความต้องการในการเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ของประชาชนในเมือง ACHR  CAN และสถาปนิกจากประเทศต่าง ๆ 15 ประเทศ ภายใต้กรอบแนวคิด CAN  CO-CREATION  หรือ “ การร่วมสร้าง  เพื่อทำความเข้าใจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการสร้างกระบวนการออกแบบชุมชน  และเมืองที่มีความยั่งยืนอยู่บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของผู้คน ” นอกจากนี้การพัฒนาที่ต้องการขับเคลื่อนโดยการ “ระเบิดจากข้างใน” เป็นแนวคิดจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  รัชกาลที่ 9  ท่านได้ทรงให้แนวทางไว้  โดยชุมชนกำหนดเป็นเส้นทางการพัฒนาเมือง เนื่องจากเล็งเห็นแล้วว่า ปัญหาเป็นของพวกเขา การมองเห็น  การรับรู้  การคิดค้นวิธีการ  การกำหนดเส้นทางในอนาคต เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องลุกขึ้นมาทำเอง ไม่ใช่ให้คนนอกมากำหนดชะตาชีวิตพวกเขา ซึ่งมันหมายถึงการพัฒนาที่จะนำมาซึ่งความยั่งยืนอย่างแท้จริง   

กระบวนการพัฒนาเมืองชุมแสง  จากการพูดคุยของทีมทำงานชุดเล็ก  ที่มีองค์ประกอบมาจาก กลุ่มผู้เดือนร้อน  ผู้แทนภาคีท้องถิ่น ท้องที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ได้กำหนดและวางกระบวนการในการพัฒนาร่วม ดังนี้

1.การสร้างความเข้าใจร่วม ถึงเป้าหมาย แนวทางการขับเคลื่อนงานในทุกระดับ  เช่น   ท้องถิ่น หน่วยงานต่างๆ ในเมืองชุมแสงที่มีความสัมพันธ์กัน  กลุ่มองค์กร หน่วยงานภาคีพัฒนา รวมถึงภาคเอกชน  และคนในเมือง “ทุกคน”

2.จัดตั้งกลไก คณะทำงานทุกระดับ  เช่น ระดับชุมชน ระดับเมือง  ทำให้เกิดคณะทำงานพัฒนาเมืองที่มีองค์ประกอบจากกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ในเมือง  มีบทบาทสำคัญประกอบด้วย การประสานงานเชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดวางแผนจังหวะก้าวของการทำงาน  ร่วมหนุนเสริมการขับเคลื่อนงาน  และการรายงานสถานการณ์  ความก้าวหน้า  ติดตามผลการทำงาน กระจายข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ  

3.รวบรวมและสำรวจข้อมูล เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้อง  รวมข้อมูลเดิมที่มีอยู่ทุกด้าน   เช่น ข้อมูลคน  สถานที่  ปัญหาสุขภาพคนในเมือง จุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุด พื้นที่รับน้ำภายในเมือง ประเพณีเก่าแก่ต่างๆ ฯลฯ

- การรวบรวมข้อมูลเดิมจากเนื้องานที่ทำอยู่ และจากหน่วยงาน  แกนนำ

- การสำรวจข้อมูลโดยใช้แบบฟอร์มร่วมลงสำรวจรายครัวเรือน,การจับพิกัด GPS

4.วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล   การนำข้อมูลที่ได้มาร่วมวิเคราะห์เมือง  ค้นหาประเด็นร่วม  ค้นหาทุนของเมือง   วิเคราะห์สาเหตุ  ปัจจัยด้านต่างๆ ที่ก่อให้เกิดประเด็นของเมือง เช่น นโยบายรัฐ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ หรือวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของเมือง  ค้นหาประเด็นการพัฒนาเมืองใหม่ๆ โดยการทำงานร่วมกันของคนในเมืองและท้องถิ่น  แนวทางที่อยากแก้ไขของคนในเมืองชุมแสง 

5. จัดทำแผนพัฒนา โดยนำผลจากกระบวนการวิเคราะห์มาจัดทำแผนเพื่อพัฒนาเมืองประกอบด้วยแผนงานหลายด้าน  แต่มีแผนสำคัญที่กำหนดเป็นแผนร่วมที่ต้องผลักดันและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

แผนงานที่ 1  พัฒนาตลาดเก่า  จากฐานทุนเดิมของชุมชนที่เป็นแหล่งย่านการค้า ตลาดเก่าชุมแสง เป็นแหล่งสัญจรทางรถไฟ  มีสถานที่สำคัญเหมาะแก่การท่องเที่ยวหลายที่ จึงถูกพูดคุยและตั้งเป้าหมายในการที่จะฟื้นฟูเอกลักษณะ สถานที่สำคัญ เพื่อรักษาประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ของความเป็นตลาดเก่า  รักษาวัฒนธรรมจีน โดยการจัดทำประวัติเมือง ประวัติเองกอลเพื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์  สืบสานการแสดงหล่อโก๊ว และยังส่งเสริมการท่องเที่ยว ฝึกหัดมัคคุเทศน์น้อยเพื่อแนะนำสถานที่สำคัญต่อนักท่องเที่ยวพร้อมจัดพัฒนาฟื้นฟูระบบสามล้อเพื่อนำพานักท่องเที่ยว “ ช็อป ชม ชิม ”  ของดีในเมืองชุมแสง ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ และพัฒนาระบบเศรษฐกิจในเมืองชุมแสง

แผนงานที่ 2  พัฒนาพื้นที่สีเขียว พื้นที่สาธารณะ   แผนนี้เป็นผลจากสภาพสังคมเมืองที่รุกคืบทำให้พื้นที่สีเขียวในเมืองเริ่มหมดไป  คนชุมแสงจึงมีความต้องการที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียว  ปรับปรุงภูมิทัศน์ เพิ่มทัศนียภาพ  พัฒนาสถานที่พักผ่อนให้คนในชุมชน และผู้สัญจรได้ผ่อนคลายกับธรรมชาติ และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในเมือง รวมถึงได้ประชาสัมพันธ์เมืองให้เป็นที่รู้จักมีสถานที่ไว้ออกำลังกายพักผ่อนหย่อนใจยามเช้าเย็น  สิ่งที่จะดำเนินการคือ การร่วมกันปลูกต้นไม้ในสวนสาธารณะ จัดทำรั้วที่ปลูกด้วยต้นไม้  จัดทำบอร์ดแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่สาธารณะ รณรงค์ให้ชุมชนรักษาความสะอาดในบริเวณบ้านและสวนสาธารณะ  ทาสีสันเขื่อนและเขียนเล่าถึงพระราชกรณียกิจของในหลวง ประวัติเรื่องราวของดีของคนชุมแสง  จัดกิจกรรมร่วมสร้างรายได้ เช่น การจัดทำเสื้อที่เป็นสัญญลักณ์ของคนชุมแสงออกจำหน่าย

          แผนงานที่ 3 พัฒนาด้านสุขภาพ  แผนนี้คนชุมแสงต้องการให้คนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาว ปัญหาสุขภาพทุกวันนี้เป็นปัญหาใหญ่ โดยเล็งเห็นว่าน้ำดื่มเป็นสิ่งแรกที่ส่งผลต่อสุขภาพจึงมีการพัฒนาด้านน้ำดื่มเพื่อสุขภาพจัดตั้งตามจุดต่าง ๆ รณรงค์ให้ปลูกผักปลอดสารพิษไว้รับประทานเอง มีการจัดวางผังบริเวณบ้านเพื่อปลูกผัก ผลไม้   ฝีกอบรมด้านอาชีพเกษตรกรรมโดยเชื่อมโยงกับสำนักงานเกษตรในพื้นที่  เช่น การปลูกเห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า  เชื่อมโยงกับสาธารณสุขในการส่งเสริมกิจกรรมการออกกำลังกาย เช่น การเต้นลีลาส  เต้นแอโรบิค  การร้องเพลง

          แผนงานที่ 4 พัฒนาเส้นทางจักรยาน  มีเป้าหมายสำคัญในแผนงานนี้คือต้องการให้คนมีสุขภาพดี สร้างความสัมพันธ์ ลดมลภาวะทางอากาศ และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างความปลอดภัย สร้างจิตสำนึก ในการใช้รถใช้ถนน

          การจัดตั้งกองทุนพัฒนาเมือง  มีเป้าหมายในการมีกองทุนเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับการพัฒนาเมืองชุมแสง  มีการจัดทีมบริหารจัดการ จัดตั้งกติกาข้อตกลงร่วม มีแผนพัฒนาต่อยอดกองทุน



กระบวนการสุดท้ายของการพัฒนาเมืองชุมแสงทุกมิติ คือ คืนข้อมูลสู่เมือง / นำเสนอต่อคนในเมืองและผลักดันแผนพัฒนาเข้าเชื่อมโยงกับท้องถิ่น ผลักดันให้แผนถูกบรรจุเข้าในแผนของท้องถิ่น  และหาทางในการเชื่อมโยงกับภาคีพัฒนาอื่น ๆ 


          สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในทุกขั้นตอนกระบวนการพัฒนาเมืองจะต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของคนในเมืองให้มากที่สุดต้องสร้างการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน การทำความเข้าใจมีความสำคัญและส่งผลต่อการมีส่วนร่วมของคนในเมือง ต้องทำให้เกิดเป้าหมายร่วมให้โอกาส และสร้างบทบาทความสำคัญกับทุกคนในเมือง การตื่นตัวของคนในเมือง รวมถึงพื้นฐานความเข้าใจของคนในเมืองเรื่องการมีส่วนร่วมและบทบาทการมีส่วนในการพัฒนาเมือง

นางสาวหทัยวรรณ  เรืองยศ  เจ้าหน้าที่สถาปนิค  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยฯ ว่า “การขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมืองในพื้นที่ชุมชน/เมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ  ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 เป็นต้นมา และมีแนวคิดด้านการทำงานที่ขยายผลมากกว่าการทำงานเรื่องบ้าน ไปสู่การทำงาน กองทุนสวัสดิการ  การสร้างเครือข่ายเมือง ตลอดจนการทำงานส่งเสริมเศรษฐกิจทุนชุมชน  สภาองค์กรชุมชน เป็นต้น โดยทำงานผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน สนับสนุนการทำงานเป็นกลุ่มองค์กรเป็นขบวน  เพื่อสร้างงานพัฒนาที่มาจากความต้องการของประชาชน สร้างความเข้มแข็งของคนในสังคมจากฐานราก  รวมถึงมีการพัฒนาพื้นที่เมืองให้คลองคลุมโดยเน้นการพัฒนาเมืองแบบทุกมิติ  นับเป็นอีกแนวทางหนึ่งของการพัฒนาเมืองซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง นอกจากเมืองชุมแสง จ.นครสวรรค์แล้วยังมีพื้นที่รูปธรรมที่อยู่ระหว่างดำเนินการผลักดันอีก  6 พื้นที่  ประกอบด้วย  ” จ.เพชรบูรณ์ ที่เน้นการแก้ไขปัญหาเมือง โดยเน้นที่ดินรัฐ, ต.ศิลา จ.ขอนแก่น เป็นเมืองที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐรถไฟความเร็วสูงและรถไฟรางคู่  เชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาและภาคีท้องถิ่น ,เกาะสีชัง จ.ชลบุรี เน้นการพัฒนาพื้นที่โดยการจัดระบบด้านสาธารณูปโภค และออกแบบ การพัฒนาที่อยู่อาศัยและท่องเที่ยวทั้งเกาะโดยภาคีท้องถิ่นมีส่วนร่วม, ต.แม่รำพึง จ.ประจวบคีรีขันธ์  เป็นพื้นที่พัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดินเดิมบนป่าชายเลนเชื่อมโยงกับระบบสิ่งแวดล้อมป่า, ภุมเรียง จ.สุราษฎร์ธานี  เป็นเทศบาลนครขนาดใหญ่ พื้นที่ส่วนกลางในการคมนาคมและศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมของภาคใต้ตอนบน การสำรวจและแก้ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยโดยใช้เมืองเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงานตามกลไก”

  เสียงหวูดจางหายไปแล้วเมื่อท้ายรถไฟขบวนสุดท้ายลับหายไปจากสายตา  สรรพสิ่งรอบกายเริ่มหยุดนิ่งสู่ความสงบ ยังคงไว้ซึ่งเสียงพูดคุยของคนในพื้นที่ที่ยังคงสัญจร  ร้านค้าที่ยังคงตั้งตารอลูกค้ามาถามไถ่สินค้า   มันคือชีวิต มันคือวิถีที่ดำเนินต่อไปตามปกติ  ในวันพรุ่งนี้คนชุมแสงก็ยังคงจะได้ยินเสียงของมันอีกรวมถึงในวันต่อๆ ไป   แต่สิ่งดี ๆ มากมายที่บรรพบุรุษทิ้งไว้เป็นมรดก  เป็นต้นทุนที่มีในพื้นที่ถ้าไม่รักษาไว้  ลูกหลานจะมีโอกาสได้ยิน  ได้เห็น  เหมือนอย่างเช่นเสียงรถไฟที่จะกลับมาในวันพรุ่งนี้หรือไม่ถ้าไม่เริ่มคิดเริ่มลงมือทำในวันนี้   เป้าหมายของคนชุมแสงตั้งใจที่จะเดินหน้าร่วมกันรักษา พัฒนา อนุรักษ์สิ่งดีงามเหล่านี้ไว้ให้ลูกๆหลานๆ ได้เห็นได้ภาคภูมิใจในวันหน้า    มันเป็นเพียงก้าวแรกของพวกเขา  ย่างก้าวของการพัฒนาเมืองชุมแสงทุกมิติ 

Figure_6.JPG


ข้อมูลโดย : ชุมชนเมืองชุมแสง จ.นครสวรรค์, คุณหทัยวรรณ  เรืองยศ

เรียบเรียงโดย : สดิ้งทิพย์   

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter