ปู๊นนนนนน ๆๆๆๆๆ เสียงหวูดรถไฟสายเหนือ (กรุงเทพฯ-เชียงใหม่) มาจอดส่งผู้โดยสาร ณ สถานีชุมแสง ผู้คนเดินขวักไขว่ลงจากขบวนรถ ตามมาด้วยเสียงทักทาย จ๊อกแจ๊กจอแจ เสียงรถรับจ้างร้องเรียกผู้โดยสารกันอื้ออึง นี่เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองชุมแสง เมืองที่เป็นจุดพักสถานีรถไฟสายเหนือที่มุ่งสู่เมืองเชียงใหม่ มาตั้งแต่ปี 2450 คนชุมแสงเองก็รู้สึกคุ้นเคยดีกับบรรยากาศเช่นนี้ เมืองชุมแสงเป็นหัวเมืองด้านทิศตะวันออกของจังหวัดนครสวรรค์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 39 กม. มีเนื้อที่ 2.4 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำน่านไหลผ่านและชุมชนใช้เป็นเส้นทางสัญจรหลักมาแต่อดีต เป็นแหล่งย่านตลาดเก่า ที่นี่จึงเป็นชุมทางการค้าที่สำคัญในการขนถ่ายสินค้าระหว่างภาคเหนือและภาคกลาง มีสินค้าหลักที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ตลาดแห่งนี้ก็คือ “ข้าว” โดยพ่อค้าและเกษตรกรจาก อ.หนองบัว อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ และจากจังหวัดใกล้เคียง จะนำข้าวเปลือกมาขายที่ตลาดชุมแสง จะเห็นหลักฐานได้จากที่ตลาดชุมแสงนี้มีโรงสีข้าวเก่าถึง 6 โรง (ปัจจุบันเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง) มีชาวจีนอพยพมาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินค้าขายเป็นจำนวนมากทำให้มีประเพณี วัฒนธรรมจีนคงอยู่ให้เห็น เช่น การแสดงเองกอล, การแสดงหล่อโก๊ว มีศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ชุมแสงที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพของผู้คน
ปัจจุบัน เมืองชุมแสงมีสถานะเป็นเทศบาล มี 10 ชุมชน แต่ละชุมชนมีสัญญลักษณ์ชื่อขึ้นต้นด้วยแสง เช่น แสงสวรรค์รักพัฒนา แสงเจียรนัย แสงร่วมใจ แสงราษฎรรังสรรค์ แสงราษฎ์ร่วมใจ แสงจันทร์ฉาย แสงมุกดา แสงโชติช่วงฯ แสงชัชวาล์ฯ แสงบัณฑิตฯ บ่งบอกสะท้อนถึงชื่อเมืองที่ชื่อ “ชุมแสง”สภาพบ้านเรือนที่เป็นอยู่ค่อนข้างแออัด มีย่านตลาดเก่า ร้านค้า ตึกราบ้านเรือนที่อาศัยอยู่รอบบริเวณตลาดและรางรถไฟ มีความเป็นอยู่กึ่งสังคมเมือง
เริ่มต้นการพัฒนาชุมชนของ “คนชุมแสง” จากการเห็นปัญหาร่วมของคนจนที่มีความเดือดร้อนที่อยู่อาศัยทรุดโทรม , ไม่มั่นคง บ้างไม่มีสัญญาเช่า บ้างก็สัญญาเช่าระยะสั้นอยู่กันอย่างหวาดหวั่นไม่รู้จะโดนไล่เมื่อไร บ้านบางส่วนไม่มีบ้านเลขที่ ปัญหาด้านเศรษฐกิจชุมชนมีรายได้น้อย ถนนหนทางที่ใช้สัญจรไปมาคับแคบชำรุด รถเข้าออกไม่ได้ ผู้เดือดร้อนและแกนนำชุมชนที่ต่างต้องอยู่กับสภาพเบื้องต้นเหมือน ๆ กันจึงรวมตัวกันจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน เพื่อเป็นตัวเชื่อมต่อในการโยง คน กลุ่มองค์กร และภาคีในท้องที่ ก่อนจะเดินเข้าสู่กระบวนการพัฒนาแก้ไขปัญหาเรื่องบ้าน โดยกลุ่มผู้เดือดร้อนลุกขึ้นมาขับเคลื่อนงานภายใต้การหนุนเสริมของเครือข่าย สอช.เมืองนครสวรรค์ และเดินหน้าคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเข้าใจแนวทาง เป้าหมาย และร่วมเป็นคณะทำงาน เช่น เทศบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมถึงผลักดันให้เกิดการจัดตั้งคณะกรรมการเมืองชุมแสงเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยทั้งระบบ
เมื่อตกผลึกร่วมชุมชนเดินหน้าสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนทั้งเมือง พบผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยฯ ถึง 432 ครัวเรือน โดยปัญหาที่พบคือ ผู้เดือดร้อนอาศัยอยู่ในที่ราชพัสดุ ที่เอกชน ที่รถไฟ สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม ผุพัง ผู้เดือนร้อนเหล่านี้ต่างมีเป้าหมายต้องการที่จะสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย โดยยังต้องการอาศัยในที่ดินเดิมและผลักดันให้เกิดการจัดทำสัญญาเช่าระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับลูกหลานต่อไป หลังจากนั้นได้กำหนดแผนในการแก้ไขโดยเชื่อมโยงผ่านกระบวนการแก้ไขตามโครงการบ้านมั่นคง ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน ) ในปี 2557 จำนวน 216 ครัวเรือน ส่วนที่เหลือได้จัดทำเป็นแผนในการแก้ไขปีต่อไป จำนวน 60 ครัวเรือน และอีกจำนวน 71 ครัวเรือน เป็นผู้เดือนร้อนที่สามารถดูแลตนเองได้
แนวคิดของการพัฒนา “เมืองชุมแสงทุกมิติ” คนชุมแสงต้องการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ด้านการทำงานของชุมชนและหน่วยงานภาคีต่าง ๆ ให้ร่วมพัฒนาและขับเคลื่อนงาน ร่วมช่วยกันแก้ไข ร่วมช่วยกันคิดร่วมช่วยกันทำ ร่วมค้นหาปัญหา และต้นทุนที่แท้จริงโดย ร่วมช่วยกันทำให้เกิดแผนการพัฒนาเมืองโดยทุกคนในเมืองมีส่วนร่วม ตัวตนของเจ้าของปัญหาลุกมาจัดการปัญหาด้วยตนเอง คนในเมืองเกิดความตระหนักรู้ เกิดจิตสำนึกในการสร้างความยั่งยืนของเมืองชุมแสงร่วมกัน
กระบวนการพัฒนาเมืองชุมแสง จะเห็นว่าไม่ได้เกิดจากจุดเริ่มของการพัฒนาพื้นที่ใหม่ แต่เป็นการต่อยอดการทำงานในเมืองที่ขยายการทำงานเดิมให้มากกว่าการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย โดยมีภาคีความร่วมมือ อาทิเช่น ภาคีท้องถิ่น/ท้องที่ เข้ามาร่วมขับเคลื่อน รวมถึงมีแรงผลักดันจากความต้องการในการเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ของประชาชนในเมือง ACHR CAN และสถาปนิกจากประเทศต่าง ๆ 15 ประเทศ ภายใต้กรอบแนวคิด CAN CO-CREATION หรือ “ การร่วมสร้าง เพื่อทำความเข้าใจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการสร้างกระบวนการออกแบบชุมชน และเมืองที่มีความยั่งยืนอยู่บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของผู้คน ” นอกจากนี้การพัฒนาที่ต้องการขับเคลื่อนโดยการ “ระเบิดจากข้างใน” เป็นแนวคิดจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ท่านได้ทรงให้แนวทางไว้ โดยชุมชนกำหนดเป็นเส้นทางการพัฒนาเมือง เนื่องจากเล็งเห็นแล้วว่า ปัญหาเป็นของพวกเขา การมองเห็น การรับรู้ การคิดค้นวิธีการ การกำหนดเส้นทางในอนาคต เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องลุกขึ้นมาทำเอง ไม่ใช่ให้คนนอกมากำหนดชะตาชีวิตพวกเขา ซึ่งมันหมายถึงการพัฒนาที่จะนำมาซึ่งความยั่งยืนอย่างแท้จริง
กระบวนการพัฒนาเมืองชุมแสง จากการพูดคุยของทีมทำงานชุดเล็ก ที่มีองค์ประกอบมาจาก กลุ่มผู้เดือนร้อน ผู้แทนภาคีท้องถิ่น ท้องที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ได้กำหนดและวางกระบวนการในการพัฒนาร่วม ดังนี้
1.การสร้างความเข้าใจร่วม ถึงเป้าหมาย แนวทางการขับเคลื่อนงานในทุกระดับ เช่น ท้องถิ่น หน่วยงานต่างๆ ในเมืองชุมแสงที่มีความสัมพันธ์กัน กลุ่มองค์กร หน่วยงานภาคีพัฒนา รวมถึงภาคเอกชน และคนในเมือง “ทุกคน”
2.จัดตั้งกลไก คณะทำงานทุกระดับ เช่น ระดับชุมชน ระดับเมือง ทำให้เกิดคณะทำงานพัฒนาเมืองที่มีองค์ประกอบจากกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ในเมือง มีบทบาทสำคัญประกอบด้วย การประสานงานเชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดวางแผนจังหวะก้าวของการทำงาน ร่วมหนุนเสริมการขับเคลื่อนงาน และการรายงานสถานการณ์ ความก้าวหน้า ติดตามผลการทำงาน กระจายข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ
3.รวบรวมและสำรวจข้อมูล เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมข้อมูลเดิมที่มีอยู่ทุกด้าน เช่น ข้อมูลคน สถานที่ ปัญหาสุขภาพคนในเมือง จุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุด พื้นที่รับน้ำภายในเมือง ประเพณีเก่าแก่ต่างๆ ฯลฯ
- การรวบรวมข้อมูลเดิมจากเนื้องานที่ทำอยู่ และจากหน่วยงาน แกนนำ
- การสำรวจข้อมูลโดยใช้แบบฟอร์มร่วมลงสำรวจรายครัวเรือน,การจับพิกัด GPS
4.วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล การนำข้อมูลที่ได้มาร่วมวิเคราะห์เมือง ค้นหาประเด็นร่วม ค้นหาทุนของเมือง วิเคราะห์สาเหตุ ปัจจัยด้านต่างๆ ที่ก่อให้เกิดประเด็นของเมือง เช่น นโยบายรัฐ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ หรือวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของเมือง ค้นหาประเด็นการพัฒนาเมืองใหม่ๆ โดยการทำงานร่วมกันของคนในเมืองและท้องถิ่น แนวทางที่อยากแก้ไขของคนในเมืองชุมแสง
5. จัดทำแผนพัฒนา โดยนำผลจากกระบวนการวิเคราะห์มาจัดทำแผนเพื่อพัฒนาเมืองประกอบด้วยแผนงานหลายด้าน แต่มีแผนสำคัญที่กำหนดเป็นแผนร่วมที่ต้องผลักดันและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
แผนงานที่ 1 พัฒนาตลาดเก่า จากฐานทุนเดิมของชุมชนที่เป็นแหล่งย่านการค้า ตลาดเก่าชุมแสง เป็นแหล่งสัญจรทางรถไฟ มีสถานที่สำคัญเหมาะแก่การท่องเที่ยวหลายที่ จึงถูกพูดคุยและตั้งเป้าหมายในการที่จะฟื้นฟูเอกลักษณะ สถานที่สำคัญ เพื่อรักษาประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ของความเป็นตลาดเก่า รักษาวัฒนธรรมจีน โดยการจัดทำประวัติเมือง ประวัติเองกอลเพื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ สืบสานการแสดงหล่อโก๊ว และยังส่งเสริมการท่องเที่ยว ฝึกหัดมัคคุเทศน์น้อยเพื่อแนะนำสถานที่สำคัญต่อนักท่องเที่ยวพร้อมจัดพัฒนาฟื้นฟูระบบสามล้อเพื่อนำพานักท่องเที่ยว “ ช็อป ชม ชิม ” ของดีในเมืองชุมแสง ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ และพัฒนาระบบเศรษฐกิจในเมืองชุมแสง
แผนงานที่ 2 พัฒนาพื้นที่สีเขียว พื้นที่สาธารณะ แผนนี้เป็นผลจากสภาพสังคมเมืองที่รุกคืบทำให้พื้นที่สีเขียวในเมืองเริ่มหมดไป คนชุมแสงจึงมีความต้องการที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปรับปรุงภูมิทัศน์ เพิ่มทัศนียภาพ พัฒนาสถานที่พักผ่อนให้คนในชุมชน และผู้สัญจรได้ผ่อนคลายกับธรรมชาติ และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในเมือง รวมถึงได้ประชาสัมพันธ์เมืองให้เป็นที่รู้จักมีสถานที่ไว้ออกำลังกายพักผ่อนหย่อนใจยามเช้าเย็น สิ่งที่จะดำเนินการคือ การร่วมกันปลูกต้นไม้ในสวนสาธารณะ จัดทำรั้วที่ปลูกด้วยต้นไม้ จัดทำบอร์ดแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่สาธารณะ รณรงค์ให้ชุมชนรักษาความสะอาดในบริเวณบ้านและสวนสาธารณะ ทาสีสันเขื่อนและเขียนเล่าถึงพระราชกรณียกิจของในหลวง ประวัติเรื่องราวของดีของคนชุมแสง จัดกิจกรรมร่วมสร้างรายได้ เช่น การจัดทำเสื้อที่เป็นสัญญลักณ์ของคนชุมแสงออกจำหน่าย
แผนงานที่ 3 พัฒนาด้านสุขภาพ แผนนี้คนชุมแสงต้องการให้คนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาว ปัญหาสุขภาพทุกวันนี้เป็นปัญหาใหญ่ โดยเล็งเห็นว่าน้ำดื่มเป็นสิ่งแรกที่ส่งผลต่อสุขภาพจึงมีการพัฒนาด้านน้ำดื่มเพื่อสุขภาพจัดตั้งตามจุดต่าง ๆ รณรงค์ให้ปลูกผักปลอดสารพิษไว้รับประทานเอง มีการจัดวางผังบริเวณบ้านเพื่อปลูกผัก ผลไม้ ฝีกอบรมด้านอาชีพเกษตรกรรมโดยเชื่อมโยงกับสำนักงานเกษตรในพื้นที่ เช่น การปลูกเห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เชื่อมโยงกับสาธารณสุขในการส่งเสริมกิจกรรมการออกกำลังกาย เช่น การเต้นลีลาส เต้นแอโรบิค การร้องเพลง
แผนงานที่ 4 พัฒนาเส้นทางจักรยาน มีเป้าหมายสำคัญในแผนงานนี้คือต้องการให้คนมีสุขภาพดี สร้างความสัมพันธ์ ลดมลภาวะทางอากาศ และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างความปลอดภัย สร้างจิตสำนึก ในการใช้รถใช้ถนน
การจัดตั้งกองทุนพัฒนาเมือง มีเป้าหมายในการมีกองทุนเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับการพัฒนาเมืองชุมแสง มีการจัดทีมบริหารจัดการ จัดตั้งกติกาข้อตกลงร่วม มีแผนพัฒนาต่อยอดกองทุน
กระบวนการสุดท้ายของการพัฒนาเมืองชุมแสงทุกมิติ คือ คืนข้อมูลสู่เมือง / นำเสนอต่อคนในเมืองและผลักดันแผนพัฒนาเข้าเชื่อมโยงกับท้องถิ่น ผลักดันให้แผนถูกบรรจุเข้าในแผนของท้องถิ่น และหาทางในการเชื่อมโยงกับภาคีพัฒนาอื่น ๆ
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในทุกขั้นตอนกระบวนการพัฒนาเมืองจะต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของคนในเมืองให้มากที่สุดต้องสร้างการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน การทำความเข้าใจมีความสำคัญและส่งผลต่อการมีส่วนร่วมของคนในเมือง ต้องทำให้เกิดเป้าหมายร่วมให้โอกาส และสร้างบทบาทความสำคัญกับทุกคนในเมือง การตื่นตัวของคนในเมือง รวมถึงพื้นฐานความเข้าใจของคนในเมืองเรื่องการมีส่วนร่วมและบทบาทการมีส่วนในการพัฒนาเมือง
นางสาวหทัยวรรณ เรืองยศ เจ้าหน้าที่สถาปนิค สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยฯ ว่า “การขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมืองในพื้นที่ชุมชน/เมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 เป็นต้นมา และมีแนวคิดด้านการทำงานที่ขยายผลมากกว่าการทำงานเรื่องบ้าน ไปสู่การทำงาน กองทุนสวัสดิการ การสร้างเครือข่ายเมือง ตลอดจนการทำงานส่งเสริมเศรษฐกิจทุนชุมชน สภาองค์กรชุมชน เป็นต้น โดยทำงานผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน สนับสนุนการทำงานเป็นกลุ่มองค์กรเป็นขบวน เพื่อสร้างงานพัฒนาที่มาจากความต้องการของประชาชน สร้างความเข้มแข็งของคนในสังคมจากฐานราก รวมถึงมีการพัฒนาพื้นที่เมืองให้คลองคลุมโดยเน้นการพัฒนาเมืองแบบทุกมิติ นับเป็นอีกแนวทางหนึ่งของการพัฒนาเมืองซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง นอกจากเมืองชุมแสง จ.นครสวรรค์แล้วยังมีพื้นที่รูปธรรมที่อยู่ระหว่างดำเนินการผลักดันอีก 6 พื้นที่ ประกอบด้วย ” จ.เพชรบูรณ์ ที่เน้นการแก้ไขปัญหาเมือง โดยเน้นที่ดินรัฐ, ต.ศิลา จ.ขอนแก่น เป็นเมืองที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐรถไฟความเร็วสูงและรถไฟรางคู่ เชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาและภาคีท้องถิ่น ,เกาะสีชัง จ.ชลบุรี เน้นการพัฒนาพื้นที่โดยการจัดระบบด้านสาธารณูปโภค และออกแบบ การพัฒนาที่อยู่อาศัยและท่องเที่ยวทั้งเกาะโดยภาคีท้องถิ่นมีส่วนร่วม, ต.แม่รำพึง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นพื้นที่พัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดินเดิมบนป่าชายเลนเชื่อมโยงกับระบบสิ่งแวดล้อมป่า, ภุมเรียง จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเทศบาลนครขนาดใหญ่ พื้นที่ส่วนกลางในการคมนาคมและศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมของภาคใต้ตอนบน การสำรวจและแก้ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยโดยใช้เมืองเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงานตามกลไก”
เสียงหวูดจางหายไปแล้วเมื่อท้ายรถไฟขบวนสุดท้ายลับหายไปจากสายตา สรรพสิ่งรอบกายเริ่มหยุดนิ่งสู่ความสงบ ยังคงไว้ซึ่งเสียงพูดคุยของคนในพื้นที่ที่ยังคงสัญจร ร้านค้าที่ยังคงตั้งตารอลูกค้ามาถามไถ่สินค้า มันคือชีวิต มันคือวิถีที่ดำเนินต่อไปตามปกติ ในวันพรุ่งนี้คนชุมแสงก็ยังคงจะได้ยินเสียงของมันอีกรวมถึงในวันต่อๆ ไป แต่สิ่งดี ๆ มากมายที่บรรพบุรุษทิ้งไว้เป็นมรดก เป็นต้นทุนที่มีในพื้นที่ถ้าไม่รักษาไว้ ลูกหลานจะมีโอกาสได้ยิน ได้เห็น เหมือนอย่างเช่นเสียงรถไฟที่จะกลับมาในวันพรุ่งนี้หรือไม่ถ้าไม่เริ่มคิดเริ่มลงมือทำในวันนี้ เป้าหมายของคนชุมแสงตั้งใจที่จะเดินหน้าร่วมกันรักษา พัฒนา อนุรักษ์สิ่งดีงามเหล่านี้ไว้ให้ลูกๆหลานๆ ได้เห็นได้ภาคภูมิใจในวันหน้า มันเป็นเพียงก้าวแรกของพวกเขา ย่างก้าวของการพัฒนาเมืองชุมแสงทุกมิติ
ข้อมูลโดย : ชุมชนเมืองชุมแสง จ.นครสวรรค์, คุณหทัยวรรณ เรืองยศ
เรียบเรียงโดย : สดิ้งทิพย์





