playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 

13907190_1159404307415487_651400004606748694_n.jpg

ปรับทัศนคติเปลี่ยนแนวคิดไปพร้อมกันการใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือเพื่อการสื่อสารงานในขบวนองค์กรชุมชน  กับคำว่า “จัดการความรู้ชุมชน”  มีความหมายที่เข้าใจตรงกันว่าคือ “งานวิชาการ” ที่ไม่ใช่บทบาทของชุมชนที่ต้องทำ “มาถึงบางอ้อ” ณ เวลานี้  กับกระบวนการนำไปสู่การจรดปากกาเขียนชุดความรู้ตำบล แรงบันดาลใจเริ่มต้นจากการกำหนดแผนการพัฒนาพื้นที่ตำบลรูปธรรม  181 ตำบลในพื้นที่ภาคกลาง 9 จังหวัด กับคำว่า “ถาดร่วม” ทำให้เกิดความมั่นอกมั่นใจกับทุนเดิมและการเติมฐานกำลังเต็มพื้นที่ จะทำให้เรามีข้อมูลที่คลอบคลุมกว่า 40 ตำบล สามารถเชื่อมโยงและใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือในการสื่อสารงานระดับตำบล/เมือง จังหวัด และภาคได้อย่างทั่วถึง  จึงได้ร่วมกันออกแบบวิธีการจัดการความรู้ตำบลเน้น “ทำเอง ทำร่วม ทำจริง”

14359209_1193407774015140_5373063341836988232_n.jpg
          มาดูความหมายของการจัดการความรู้ หรือ KM ซึ่งที่ย่อมาจากคำว่า “Knowledge Management” คือ การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในส่วนราชการซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสาร มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพอันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด (อ้างอิงจาก สำนักงาน ก.พ.ร.)   การจัดการความรู้ ไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นเครื่องมือ ที่จะช่วยให้มีการสร้าง รวบรวม จัดระบบ เผยแพร่ ถ่ายโอนความรู้ที่เป็นประโยชน์เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ใน สถานการณ์ต่างๆ ได้ทันเวลา และทันเหตุการณ์ ซึ่งขบวนองค์กรชุมชนได้ให้ความหมายไว้ในการจัดทำแผนงานปฏิบัติการร่วมจัดการความรู้ชุมชน
          ที่ผ่านมา ขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก 16 จังหวัด มีกลไกสำคัญที่รวมตัวกันขับเคลื่อนงานพัฒนา คือ คณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชน ( คปอ.)  และกองเลขาจังหวัดที่ทำหน้าที่สื่อสารงานในขบวน โดยมีบทบาทสำคัญในการวางแนวทาง ออกแบบวิธีการ  กระบวนการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย   ทีมงานก็ยัง “ปักธง”  วางเป้าหมายให้ชัดเจนในแนวทางสำคัญนี้จึงมีแนวคิดให้ตำบลสามารถจัดการความรู้ด้วยตนเอง  และเกิดการรวมกลุ่มกันในนาม “นักสื่อสารจัดการความรู้ชุมชน”

13935021_1160390613983523_7540826775780128829_n.jpg

เกิดการกำหนดแผนการปฏิบัติการร่วม “การจัดการความรู้”  ด้วยวิธีการสร้างทีมพี่เลี้ยงระดับจังหวัดเพื่อเตรียมการ ค้นหาแนวร่วมทีมชวนคุย/ รู้จักเครื่องมือ และวิธีการตั้งคำถาม รูปแบบการถอดความรู้เพื่อไปดำเนินการขยายผลให้ครอบคลุม 181 ตำบลในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคกลาง ผลสำเร็จในครั้งนี้ได้คู่มือการทำงานฉบับเติมเทคนิค ทำจริงที่สามารถนำไปเล่าสู่กันฟังในระดับตำบล/เมืองได้อย่างต่อเนื่อง และมีพื้นที่ปฏิบัติการเรียนรู้การทำงานร่วม ดังเช่น

          กรณีตัวอย่างเรียนรู้พื้นที่ปฏิบัติการร่วม  ได้แก่ ตำบลคลองวัว อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ชื่อเรื่อง “เศรษฐกิจและทุนชุมชนสู่กองทุนสวัสดิการชุมชน”  จุดเริ่มจาก กลุ่มจักสาน ถัก ผักตบชวา สู่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล โดย การสร้างความเข้าใจของผู้นำคนเก่ง หญิงแกร่ง ป้าปราณี จันทวร อดีตผู้ใหญ่บ้าน มองการไกล ขยายเพิ่มพูนสมาชิก ด้วยการบอกต่อ และในทุกๆวงประชุมของกลุ่มอื่นๆในตำบล จะนำเรื่องสวัสดิการชุมชนตำบลไปสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง

          แม้วันนี้การดูแลกันเองในตำบล เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทุนการศึกษา ภัยพิบัติ จะยังมีเม็ดเงินไม่มาก หากแต่นำความภาคภูมิใจ ความปลื้มใจ ที่ชุมชนได้ช่วยเหลือกันเองด้วยใจอันเป็นกุศล " เงินกองทุนสวัสดิการที่มากพอ กับการดูแลกันให้ดีขึ้นกว่าเดิม อย่างยั่งยืน "  คือเป้าหมายที่คนคลองวัวได้ตั้งไว้ 

13907190_11594043_n.jpg


                    โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ตัวตนและผลงานของขบวนองค์กรชุมชน เราพบปัจจัยปัญหาหลัก คือ ทีมทำงานน้อย การจัดบทบาทส่วนใหญ่จะให้กองเลขาทำทุกเรื่อง พอมีการแบ่งบทบาทในเรื่องการถอดชุดความรู้ตำบล “ทุกคนมองเป็นเรื่องใหม่” ทำให้ไม่มีใครอยากทำเพราะเป็นภาระ อีกทั้งยังไม่มีความเข้าใจในเรื่องการถอดความรู้วิธีการจัดทำและไม่สามารถทำเองได้ซึ่งส่วนใหญ่จะจัดจ้างบุคคลภายนอกหรือนักวิชาการช่วยหนุนเสริม ทั้งนี้อาจมองเป็นโอกาสแต่ก็เป็นอุปสรรคที่การเขียนชุดความรู้ที่ผ่านมาไม่มีการเขียนผลงานเป็นของชุมชน แต่เนื้อหาจะออกมาในเชิงธุรกิจ เนื่องด้วยไม่เข้าใจบริบทของชุมชนโดยแท้จริง การสื่อสารเผยแพร่ชุดความรู้ที่ผ่านมาไม่มีความต่อเนื่องทำแล้วเกิดการหยุดนิ่งตามปัจจัยหลักของทีมทำงานและศักยภาพการพัฒนาเนื้อหาให้เป็นองค์ความรู้ของตำบลก็เป็นได้

IMG_3565_resize.JPG

          ส่องเคล็ดลับทำงานให้เกิดผลสำเร็จ  ต้องมีทัศนคติที่ดีต่อเรื่องที่กำลังจะทำ อย่าเพิ่งปฏิเสธ อย่าทำเพื่อตอบโจทย์คนอื่น และอย่าคิดว่าทำไม่ได้ หลายคนสงสัยว่าเริ่มต้นทำชุดความรู้ทำได้เมื่อไร คำตอบทีได้ คือ  

          1. “ทำได้ทันที” เลือกเรื่องที่อยากเล่า ประเด็นงานที่ทำร่วมกันแล้วเกิดผลงานภาพรวมของตำบล หรือพบเจอผู้นำที่มีแนวคิดงานพัฒนาสร้างแรงบันดาลใจสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ และชุมชนเกิดความตื่นตัวเกิดการทำร่วมเพื่อสื่อสารให้รู้ผลงาน หรือ อาจ “ทำตามกระบวนการ” คือ การถอดกระบวนการจากรายกิจกรรม ทำจากโครงการที่รับการสนับสนุนต่างๆ ปิดโครงการ

          2. เริ่มทำอย่างไรเขียนจากเรื่องเล่า หรือที่เราคุ้นเคยกับ “การเรียงความ” จากต้นน้ำกลางน้ำสู่ปลายน้ำ ใครไม่ถนัดก็สามารถใช้หัวข้อหลักในการช่วยดึงเนื้อหา สามารถอำนวยความสะดวกในการจัดการความรู้ และเป็นประโยชน์เพื่อการสังเคราะห์ข้อมูลในอนาคต

          3. สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมก่อนการเขียนชุดความรู้ คือต้องหาว่า “ใครเป็นคนทำ หาแนวร่วม” แมวมองหาทีมร่วม ได้แก่ คนชวนคุยชวนตั้งคำถาม ขี้สงสัยชอบหาคำตอบ ชอบจดบันทึก และชอบถ่ายภาพ  ทุกคนที่รับรู้ข้อมูล สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของตำบล ตั้งแต่อดีต (ผู้เฒ่า/ผู้แก่)  ปัจจุบัน (คณะทำงาน)   อนาคต (เชื่อมโยงแผนงาน/หน่วยงาน)  รวมถึงการ“หาต้นเรื่องให้เจอ” ชื่อเรื่องที่เราจะนำเสนอ ตามด้วย “หาทุนเดิม/ข้อมูลเพื่อใช้ในการอ้างอิง” และการันตีผลงาน ทั้งหมดนี้รับรองจบสวย

          วิธีการสำคัญเริ่มจาก

1)หาต้นเรื่องให้เจอ ตั้งชื่อเรื่องให้พบ แก่นหลักของเนื้อหาชุดความรู้

2)เตรียมข้อมูลที่มีในตำบล ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐานตำบล ประวัติสำคัญของชื่อตำบลมีที่มาที่ไปอย่างไร พื้นที่เขตการปกครอง จำนวนประชากรทั้งหมด

3)ดึงความโดดเด่นของพื้นที่ในเรื่องวัฒนธรรม ประเพณี ลักษณะพื้นที่ หรือผลการวิเคราะห์ตำบล (SWOT)  

4)ค้นหาTimelineซึ่งจุดเริ่มต้น ใช้ปี พ.ศ.นำทาง

5) กิจกรรมในการแก้ไขปัญหาพัฒนาชุมชน แนะนำฟันเฟื่องในการทำงาน รวมถึงวิธีการทำงานให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลง ถ้าเราหาต้นเรื่องเจอส่วนนี้ก็ไม่ยากเกินความพยายาม

6)      รูปธรรมความสำเร็จการแก้ไขปัญหาพัฒนาชุมชน อธิบายสิ่งที่จับต้องได้ ปัจจัยที่ส่งผลสำเร็จในเรื่องที่ทำ และการวางเป้าหมายในอนาคต

7)      บทสรุปให้จบสวยด้วยถ้อยคำให้น่าติดตามต่อเนื่องเสมือนได้ดูภาพยนตร์ภาค 2 ที่น่าติดตามอย่างต่อเนื่อง


          ทั้งหมดนี้คือกระบวนการที่เริ่มต้นในการปรับแนวคิดเปลี่ยนมุมมองในเรื่องการจัดการความรู้ชุมชน ให้เกิดความเชื่อมั่นในการเริ่มต้นเขียนชุดความรู้  สิ่งที่ได้นอกจากเราจะบรรลุเป้าตามแนวทางที่วางไว้คือ ทีมทำงานที่มีคุณภาพ ได้เรียนรู้ท่ามกลางการปฏิบัติ รูปแบบนี้สามารถนำไปขยายผลกับพี่น้องจังหวัดภาคกลางและตะวันตกที่ปรับเปลี่ยนวิธีการจัดทำชุดความรู้ร่วมกัน เช่น จังหวัดชัยนาท จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสระบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่สำคัญเลยคือ ได้ปูฐานความคิดว่าชุดความรู้ทำได้ไม่ยาก ซึ่งจะง่ายต่อการเชื่อมโยงงานพัฒนาของพื้นที่ต่อไปในอนาค

1470051_1056996017656317_282495820960520638_n.jpg

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter