ริมคลองลาดพร้าว/ พอช.เตรียมปรับแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ขณะที่กระทรวง พม.ตั้งกองอำนวยการร่วมฯ ดูแลงานที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองและแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนชุมชนริมคลองต่างๆ ร่วมกันจัดกิจกรรมพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างคึกคัก และเตรียมสร้างบ้านใหม่หลายชุมชนหลังปีใหม่นี้
นายสมชาติ ภาระสุวรรณ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองจะมีการปรับแผนงานใหม่ในเร็วๆ นี้ จากเดิมที่ พอช.ตั้งเป้าหมายในปี 2559 จำนวน 3,782 ครัวเรือน และปี 2560 จำนวน 4,696 ครัวเรือน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความพร้อมของแต่ละชุมชน ส่วนเป้าหมายจะเป็นจำนวนเท่าไหร่นั้น จะต้องมีการประชุมร่วมกันของคณะทำงานชุดใหม่ที่มีนายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุเป็นประธานคณะทำงาน “กองอำนวยการร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองและริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา” เพื่อให้ได้ข้อสรุปจำนวนเป้าหมายที่ชัดเจนก่อน
“นอกจากนี้ก็จะต้องมีการเสริมทีมปฏิบัติการในพื้นที่ โดยจะดึงเอาเจ้าหน้าที่ของ พอช.ที่มีประสบการณ์ในการทำโครงการบ้านมั่นคงทั้ง 5 ภาค รวมทั้งผู้นำชุมชนที่เคยทำงานเรื่องที่อยู่อาศัยมาช่วยสนับสนุนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง และหากทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติประกาศใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ไขข้อติดขัดต่างๆ ที่ทำให้โครงการล่าช้าแล้ว เช่น กฎระเบียบการควบคุมการก่อสร้างอาคารริมคลอง การจัดทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว เชื่อว่าการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองจะดำเนินการไปได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้” นายสมชาติกล่าว
ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ทำหนังสือถึงพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ เพื่อเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะทำงาน “กองอำนวยการร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองและริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา” หรือ กอร.ชค. โดยมีนายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง พม. เป็นผู้อำนวยการ กองอำนวยการร่วมฯ โดยมีคณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากกองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร กรมธนารักษ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ฯลฯ มีผู้อำนวยการ พอช.เป็นเลขานุการ โดยพลเอกประวิตรได้ลงนามเห็นชอบไปแล้วเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา
สำหรับความเคลื่อนไหวในการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวนั้น ในวันที่ 17 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ ซอยพหลโยธิน 54 เขตสายไหม ซึ่งก่อสร้างบ้านเกือบจะแล้วเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ได้มีการจัดกิจกรรม “แต้มฝัน ปันสี” โดยการระดมพี่น้องในชุมชน รวมทั้งสมาชิกเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง (คพสค.) เจ้าหน้าที่ พอช. เจ้าหน้าที่ทหาร และภาคีเครือข่ายอื่นๆ เข้าร่วมงานประมาณ 200 คน โดยมีนายสมชาติ ภาระสุวรรณ รักษาการ ผอ.พอช. และพลตรีชนาธิป บุนนาค เสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารบกเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ช่วยกันทาสีรองพื้นบ้านด้านนอก ก่อนที่จะทาสีบ้านในวันต่อมา
ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญถือเป็นชุมชนนำร่องในการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว ได้รับสัญญาเช่าระยะเวลา 30 ปีจากกรมธนารักษ์ในอัตราผ่อนปรน ตารางวาละ 1.50 บาทต่อเดือน มีพิธียกเสาเอกสร้างบ้านใหม่ในวันที่ 7 เมษายน 2559 โดยมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธานในพิธี มีบ้านที่ก่อสร้างทั้งหมด 65 หลัง (1 หลังเป็นบ้านกลางสำหรับให้ผู้ด้อยโอกาสหรือคนชราที่ไม่มีครอบครัวอยู่อาศัย)
ส่วนแบบบ้านมี 2 แบบ คือ บ้านชั้นเดียว และบ้าน 2 ชั้น ขนาด 4X6 ตารางเมตร ราคาตั้งแต่ 190,000 - 330,000 บาท โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณูปโภค รวม 3.2 ล้านบาท งบอุดหนุนการก่อสร้างบ้าน รวม 1.6 ล้านบาท งบช่วยเหลือ รวม 4.6 ล้านบาท และสินเชื่อก่อสร้างบ้าน รวม 13.9 ล้านบาท ทั้งนี้ชาวบ้านจะต้องผ่อนชำระสินเชื่อ รวมดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อเดือน ประมาณครัวเรือนละ 1,300-2,800 บาท ระยะเวลา 15 ปี
นายอวยชัย สุขประเสริฐ ประธานศาลเจ้าพ่อสมบุญ กล่าวว่า ขณะนี้การก่อสร้างบ้านทั้งชุมชนเกือบจะแล้วเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ คงเหลือเพียงการเก็บรายละเอียดภายในบ้าน การเทพื้นถนนและทางเดินในชุมชน รวมทั้งการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียรวม เพื่อไม่ให้น้ำทิ้งจากครัวเรือนไหลลงคลอง นอกจากนี้ชาวชุมชนก็จะร่วมกันสร้างสวนหย่อม สร้างพื้นที่เขียว มีการปลูกต้นไม้ ไม้ผล ผักสวนครัว รวมทั้งจะมีท่าเรือรองรับการเดินเรือในอนาคตด้วย ส่วนการก่อสร้างเขื่อนตลอดแนวชุมชนระยะทางประมาณ 250 เมตร บริษัทรับเหมาได้สร้างเสร็จแล้ว เหลือเพียงการนำรั้วเหล็กกันตกมาติดตั้งเท่านั้น
“จากสภาพเดิมของชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญที่เคยแออัด ไม่มีที่ให้ลูกหลานได้วิ่งเล่น เมื่อมีการจัดผังชุมชนใหม่ ทำให้ชุมชนเหลือพื้นที่ว่างมากกว่าเดิม มีถนนและทางเดินหรือขี่จักรยานเลียบคลอง มีสวนหย่อม มีท่าเรือที่จะรองรับการเดินเรือในคลองลาดพร้าว และยังมีรถไฟฟ้าที่กำลังจะก่อสร้างเส้นทางจากคูคตผ่านสะพานใหม่ที่อยู่ใกล้ชุมชนไปยังหมอชิต ทำให้ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญเป็นทำเลที่ดี ซึ่งเรามีแผนงานที่จะทำเรื่องเศรษฐกิจชุมชน เช่น เรื่องข้าวสาร รวมทั้งทำเรื่องท่องเที่ยวด้วย เพื่อให้ชาวชุมชนมีรายได้ ไม่เป็นภาระในการผ่อนส่งบ้าน” นายอวยชัยกล่าว
ขณะที่ชุมชนหลังสมาคมโรงเรียนไทย-ญี่ปุ่น เขตห้วยขวาง ในวันที่ 18 ธันวาคม ได้มีการจัดงาน “พิธีลงเสาเอก บ้านประชารัฐริมคลอง” จำนวน 3 หลัง จากบ้านที่จะสร้างใหม่ทั้งชุมชนจำนวน 74 หลัง จำนวนประชากร 488 คน โดยมีชาวชุมชนและพี่น้องจากเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลองเข้าร่วมงานประมาณ 300 คน มีนายสมชาติ ภาระสุวรรณ รักษาการ ผอ.พอช.เป็นประธานในพิธี ภายในงานนอกจากพิธียกเสาเอกแล้ว ยังมีการจัดนิทรรศการ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 4 ฐาน เช่นกระบวนการบ้านมั่นคง การเชื่อมโยงเครือข่าย คพสค. รูปแบบการบริหารงานก่อสร้างบ้านมั่นคง การเรียนรู้เศรษฐกิจฐานราก ฯลฯ

ส่วนการก่อสร้างบ้านในชุมชนหลังสมาคมฯ นั้น ลักษณะเป็นบ้านแถว 2 ชั้น ขนาด 4X7 ตารางเมตร ราคาค่าก่อสร้างรวมประมาณ 320,000 บาทต่อหลัง คาดว่าการก่อสร้างบ้านเฟสแรกจะแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤษภาคม 2560 ส่วนที่เหลือจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปีเดียวกัน
ส่วนความคืบหน้าในการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อนั้น ส่วนใหญ่จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในช่วงเดือนมกราคม 2560 เป็นต้นไป เช่น เขตสายไหม ชุมชนเลียบคลอง 2 โซน 3 จัดซื้อที่ดินใหม่ประมาณ 4 ไร่เศษ ถมดินแล้ว กำลังจะยกเสาเอกเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่จำนวน 112 ครัวเรือน, เพิ่มสินร่วมใจ จะเริ่มสร้างเฟสแรก 6 หลัง จากทั้งหมด 66 หลัง, เขตบางเขน ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา กำลังก่อสร้าง 72 หลัง จากทั้งหมด 192 หลัง, เขตหลักสี่ ชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนา สร้างเสร็จแล้ว 54 หลัง กำลังก่อสร้างอีก 93 หลัง จากจำนวนทั้งหมด 206 หลัง, เขตจตุจักร ชุมชนวังหิน กำลังก่อสร้าง 15 หลัง จากทั้งหมด 82 หลัง ฯลฯ





