ขอนแก่น/ 19 ธันวาคม 2559 บ้านมั่นคงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดการประชุมวิชาการ “การพัฒนาเมืองทุกมิติอย่างมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน” ณ สำงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โดยมีตัวแทนองค์กรชุมชน ภาคีภาควิชาการจากมหาวิทยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ พอช. เข้าร่วมประมาณ 50 คน เพื่อหารือถึงแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาเมืองระหว่างภาคีการพัฒนาจากภาคส่วนต่างๆ

นายสุพัฒนา จันทนา ผู้อำนวยการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (พอช.) กล่าวว่า เวทีวันนี้เป็นการหารือแนวทางการพัฒนาระบบจังหวัด ระบบของเมือง ที่จะเป็นระบบของการปฏิรูปของประเทศ ปัจจุบัน พอช.ได้กระจายอำนาจมาสู่ระบบภูมิภาค ถ่ายสู่จังหวัดเพื่อความเข้มแข็งของการจัดการตนเอง ในการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน ซึ่งพื้นที่ปฏิบัติการของ พอช.มีทั้งภาคเมืองและชนบท วันนี้มาจึงได้ชวนกันมาช่วยกันออกแบบงาน บนฐานของการใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ให้เห็นภาพบริบท และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
วันนี้เรามีสถาบันการศึกษาหลายสถาบันที่จะมาช่วยเชื่อมโยงออกแบบระบบในส่วนของ พอช.นั้นมีบทบาทในการหนุนเสริมความเข้มแข็งของชุมชนทั้งภาคเมือง และชนบท ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ผ่านโครงการบ้านมั่นคง เพื่อให้ชุมชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง โดยทำงานบนฐานของเครือข่ายที่ก่อตัวร่วมกันทำงาน ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งใน 20 จังหวัดภาคอีสานก็มีต้นทุนของทั้งเครือข่ายเมืองและชนบท ที่จะมาเชื่อมโยง ก่อให้เกิดจังหวัดจัดการตนเองที่อาศัยทุกภาคส่วนที่จะมาช่วยกันกำหนดเป้าหมาย ทิศทาง แนวทาง กระบวนการทำงานร่วมกัน เป็นเค้าโครงของความร่วมมือ ในการเคลื่อนตัวให้เกิดรูปธรรมต่อไป
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา กรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน พอช. กล่าวว่า ในยุคของการเปลี่ยนแปลง ที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนที่สำคัญ พอช.ได้มีการกระจายอำนาจมาที่ภาค ที่จะไปส่งเสริมขบวนการจัดการตนเองของพื้นที่ จากนี้ไประบบที่ส่วนกลางจะมีบทบาทลดลง แต่ยังมีการเชื่อมโยงและทำเรื่องการเชื่อมโยงที่สำคัญ โดยแต่ละภาคจะจัดการตนเองให้เกิดความเข้มแข็งในระดับจังหวัด ให้น้ำหนักต่อกลไกร่วมในระดับพื้นที่ โดยเริ่มจากการจัดโครงสร้างของ พอช.เป็นเบื้องต้น
การกระจายอำนาจคือการกระจายอำนาจให้ภาคี และสำนักงาน เพื่อให้เกิดกระบวนการพัฒนาโดยพื้นที่ ทำให้รูปแบบการพัฒนาโดยคนในพื้นที่ ไม่ลำพังแค่ พอช.กับชาวบ้าน แต่ต้องมีภาคีต่างเข้ามาร่วม เพื่อให้เกิดกำลังต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่ให้มากที่สุดมหาวิทยาลัยผู้มีความรู้ จะเข้ามาสู่การเชื่อมโยงการเปลี่ยนในลักษณะไหนเรื่องเมืองและชนบท เราทำเรื่องบ้านมั่นคง ที่เป็นการคิดค้นของ พอช. ที่สั่งสมความรู้มาตลอด 30-40 ปี เป็นการสกัดความรู้ที่สำคัญ เป็นยาที่มีองค์ประกอบหลายอย่าง ที่เริ่มเมื่อปี 2535 และจัดตั้งเป็นสถาบันเมื่อปี 2543 เป็นองค์กรแห่งสหสวรรษ 
เป็นหน่วยที่นำเสนอการแก้ปัญหาสลัมต่อรัฐบาล ที่ต้องแก้ทั้งเมืองไม่ทำบางจุด โดยให้ประชาชนเป็นผู้แก้เอง เพราะคนที่อยากมีบ้านที่ถูกต้องไม่ผิดกฏหมาย เป็นพลังที่เอามาจัดเพื่อหาทางออกให้ตนเอง ปี 2543 ทำทั้งเมือง เริ่มต้น 5 เมือง อย่างชุมแพ แต่ช่วงหลังทำทีละโปรแจค โครงการบ้านมั่นคงมาถึงจุดที่ต้องทำใหม่โดยมีแนวคิดเปลี่ยนทุกเรื่องไม่ทำแค่บ้าน เปลี่ยนระบบ เปลี่ยนความสัมพันธ์ วันนี้ต้องเปลี่ยนโครงสร้างบ้านมั่นคงใหม่ที่ต้องทำทั้งเมือง เพราะเมืองในไทยเกิดขึ้นตามยะถากรรม ทำให้รูปร่างการพัฒนาเมืองสะแปะสะปะ เป็นประชาธิปไตยของการสร้างเมืองร่วมกัน ช่วยกันออกแบบแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนจน ทำเรื่องเมือง เชื่อมโยงจะเกิดน้ำหนักและความยั่งยืนกว่า ถ้าเรามาช่วยกันคิดจะตอบคำถามผู้มีรายได้น้องไปพร้อมๆ กัน ที่ต้องคุยกับภาคี
อย่างไรก็ตาม นางสาวสมสุข ได้กล่าวถึงวาระของโลกใหม่ SDGs หรือการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาคนจนให้หมดไป ลดความเหลื่อมล้ำ มีความเท่าเทียม มีเป้าหมาย 17 ข้อ เป็นวาระโลกเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับที่เราทำ รวมถึงการพัฒนาที่อยู่อาศัยโลก สิ่งที่เราคิดจะเป็นส่วนหนึ่งของการคิดวาระใหม่ของโลกที่มีความทันสมัย เราจะแสดงให้เห็น และมีผลต่อการปฏิบัติ นำไปสู่การเปลี่ยนบริบทของการพัฒนาเมืองที่ส่งผลได้เป็นความจำเป็นของการปฏิรูประเทศไทยถ้าเรารอแต่ค้านนั้นคงไม่ได้ เพราะยังมีการรวมศูนย์มาก ชุมชนเป็นผู้รอรับ ถ้าโมเดลนี้จะทำให้เกิดการปรับเปลี่ยน ถ้าเราไม่ทำเรื่องนี้อย่างมีน้ำหนัก ชนบทในภาคอีสาน เมืองต่างๆ จะเป็นอย่างไร ถ้าเราไม่ตั้งหลัก โจทย์การพัฒนาประเทศ การปฏิรูปท้องถิ่นเป็นโจทย์ของเราที่การคุยน่าจะให้น้ำหนักตรงนี้ได้
ในส่วนของมหาวิทยาลัยนั้นจะเป็นเครื่องช่วย เป็นสมองให้กับประชาชน ท้องถิ่นยอมรับ ความรู้ใหม่ๆ จะเป็นความรู้ของมหาวิทยาลัย พื้นที่การศึกษาเปิดได้ กระบวนการศึกษาให้คำตอบใหม่ๆ สร้างพื้นที่ทางการเมืองให้เกิดการเข้าหากัน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มหาวิทยาลัยไม่สอนเพียงอย่างเดียว เชื่อมโยงความรู้จากอดีต สมัยใหม่ เอื้อำนวยการหาทิศทางคำตอบที่เป็นรูปธรรมไปสู่การปฏิบัติได้จริง จะจัดอย่างไรแบบไหน ให้บทบาทของมหาวิทยาลัยเชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญ
นับเป็นความท้าทาย ในการร่วมกันจัดการแบบไหน พอช.พร้อมร่วมมืออย่างเต็มกำลัง คิดค้นใหม่ คิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงจริง ค่อยๆ สร้างความรู้ จากยาหลายขนาน เรื่องบ้านมั้นคงเป็นเรื่องที่อยู่ การจัดการตนเอง ภาคการเงิน การวางผังอย่างมีส่วนร่วม เรื่องการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ เรื่องระบบข้อมมูล การจัดระบบเมือง แนวทางเมือง แนวทางจังหวัดแบบใหม่ที่น่าจะเป็นควรเป็นอย่างไร ต้องใช้ความรู้หลายขนาน และทุกภาคต้องมาร่วมกันคิดค้น หาคำตอบให้กับประเทศ
กรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวต่อว่า การเปลี่ยนมุมมองใหม่ ทำอย่างไรให้ประชาชนเป็นตัวตั้ง คนเป็นแกนหลัก เราจะคิดโมเดลของเมืองจากประชาชน มีส่วนร่วมในการจัดการมากขึ้นระบบที่ดีควรจะเป็นแบบไหน โดยคิดจากคนที่เป็นอยู่ ชุมชนที่เป็นอยู่ เพื่อให้คนมีสุขภาวะที่ดี มีการงาน มีรายได้ ระบบที่เป็นอยู่ไม่มีโมเดลสังคม มีแต่เรื่องทางกายภาพ สาธารณูปโภค ศูนย์การค้า ชุมชนประชาชนเล็กๆ ที่จะมาร่วมกันคิดร่วมกันทำจากจุดเล็กสู่จุดใหญ่

ส่วนโครงการบ้านมั่นคงนั้น มีแนวคิดเรื่องชุมชนเป็นหลัก คนเป็นหลัก มองจากคนขึ้นไป โครงการบ้านมั่นคงถือว่าเป็นการปฏิวัติการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนในประเทศไทย เป็นระบบที่คนจนรวมกลุ่มแก้ปัญหาเอง มาร่วมคิดร่วมทำ เปลี่ยนสลัมเป็นชุมชนที่มั่นคง เป็นเรื่องบ้านที่มากกว่าบ้าน เป็นการสร้างชุมชน สร้างระบบวิถีชีวิตที่อยู่ร่วมกัน ใช้ระบบการเงินที่ไม่เป็นทางการเชื่อมกับระบบทางการ ใช้ระบบการเงินแบบยืดหยุ่น ทำเรื่องสวัสดิการ และอาชีพไปพร้อมกัน ที่สำคัญต้องแก้ปัญหาทั้งเมือง สร้างแรงกระเพื่อม ให้เกิดการร่วมกันเป็นระบบร่วมแก้ปัญหาอย่างเป็นขบวนการและสร้างความร่วมมือกับท้องถิ่น ชุมชน ประชาสังคม และมหาวิทยาลัยนางสาวสมสุข กล่าว
ต้องสนใจคน คนมาก่อน เอาทุนคนเป็นหลัก ทำระบบให้อยู่ร่วมกัน สร้างระบบการก่อสร้างการจัดการ ทำให้ทุกคนเท่าเทียม ทุกครอบครัวเข้มแข็งมีการรวมตัวเป็นกลุ่มองค์กร สร้างรระบการเงินของชุมชน มีระบบข้อมูล มีการวางผังอย่างมีส่วนร่วมและหลากหลาย สร้างสถานภาพของชุมชนในการทำงาน ใช้การทำจริงโยงคนในแนวราบ เป็นมหาวิทยาลัยของชาวบ้านในทุกกระบวนการ ทั้งการออกแบบ ไม่ใช่คน ชุมชนถูกออกแบบ เป็นการเรียนรู้ของคนออกแบบและผู้ถูกออกแบบ สร้างระบบของคนในชุมชน สร้างระบบสังคม สวัสดิการ การจัดการตนเองใหม่ เจตนาเริ่มจากเมืองทั้งเมือง มีชุมชนแออัดเท่าไหร่ มีคนจนเมืองจำนวนเท่าไหร่ เริ่มคิดจากทั้งเมือง แต่ปัจจุบันเริ่มเลือนไป
การแก้ปัญหาทั้งเมือง จะเป็นการผสมผสานทุกรูปแบบ จะปรับปรุงที่เดิม ใช้โครงสร้างชุมชนเดิมเป็นส่วนใหญ่ คงโครงสร้างภายในรื้อย้ายปรับผังใหม่ หรือก่อสร้างใหม่ทั้งชุมชนในที่เดิมจัดผังใหม่ รื้อย้ายไปที่ใกล้ๆ ชุมชนเดียวรื้อย้ายไปที่อื่นไกลออกไป หลายชุมชนรวมตัวกันซื้อที่ดินใหม่ไปอยู่ร่วมกัน แบ่งปันที่ดิน ปรับพื้นที่เมืองใหม่
ดร.ยอดยิ่ง จันทนพิมพ์ นายกเทศมนตรีเมืองศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เทศบาลเมืองศิลา เป็นเมืองที่อยู่ในชนบท เป็นเมืองพูดง่าย คนเข้าใจดี ฐานะความเป็นอยู่ค่อนข้างมีฐานะ อยู่แบบพอเพียง การมีส่วนร่วมของประชาชนมีมาก เรื่องที่อยู่อาศัยของผู้ด้อยโอกาสนั้นเราให้ความสำคัญ ผนวกกับการพัฒนาเมืองของเราจะไปอย่างไร ลำพังคนเดียวทำไม่ได้ ที่ผ่านมามีทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น พอช. เข้ามาร่วมกันขับเคลื่อน และใช้การทำงานที่คนข้างล่างมาร่วมกันคิด เป็นการสะท้อนจากข้างล่าง ถือว่าเป็นเมืองต้นแบบ ของการพัฒนาเมืองและชนบท และเป็นส่วนหนึ่งของเมืองขอนแก่น ที่มีความพร้อม มีความร่วมมือที่จะพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้ด้อยโอกาส ส่วนแนวทางการพัฒนาเมืองศิลาอย่างมีส่วนร่วม
รศ.ดร.รวี หาญเผชิญ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรม มข.กล่าวว่า ต้องลองคิดค้นโมเดล ที่ไม่ใช่งานโปรแจค ต้องทำเวทีกลาง เริ่มทำกระบวนการกับท้องถิ่น ฝ่ายวิชาการ อยากทำงานท้าทายการเปลี่ยนแปลง ฝ่ายวิชาการมีความฝัน พอช.อยากสร้างลีลาใหม่ โครงการบ้านมั่นคงถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้ได้พอสมควร แต่เรื่องเมืองยังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอีกหลายส่วนต้องขยายให้มากขึ้น แต่โครงสร้างเก่าไม่เอื้อ องค์กรพัฒนาเมืองตรงๆ ยังไม่มี ต้องมีโครงสร้างบางอย่างที่ทุกคนร่วมได้ ใช้จังหวะนี้ข้ามการพัฒนาภายในเขต โครงสร้างพลเมืองที่แท้จริง ควรออกแบบร่วมกัน เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับเมืองในระดับต่างๆ การเคลื่อนเมือง ต้องมีหัวขบวนของการเคลื่อนที่เป็นเวทีกลาง เป็นองค์กรอสระ เป็นกลาง ชัดเจน มีการออกแบบอย่างปราณีต สร้างร่วมกันจนเป็นฉันทามติ
นายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ มูลนิธิชุมชนขอนแก่นทศวรรษหน้า กล่าวว่า ภาคเอกชนที่นี่ก้าวหน้า ไม่รอรัฐ แต่ยังมีข้อติดขัดที่จะเคลื่อนเรื่องเมือง การพัฒนาโดยรวม เป็นการจัดความสัมพันธ์ของคน มองภาพใหญ่ ความต้องการระหว่างเมืองกับชนบททีความขัดแย้งกัน คนเมืองต้องการอะไร รถไฟฟ้า คนชนบทต้องการถนน การพัฒนาคือการจัดความสัมพันธ์ของความต้องการคนกลุ่มต่างๆ ได้อย่างไรรัฐ เอกชน ประชาชน วิชาการ ที่ผ่านมารัฐจัดการ รองลงมาเอกชน ประชาชนเป็นแค่ตัวประกอบ เรามีความหวังที่ภาควิชาการ สร้างดุลความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนอย่างไร การพัฒนามิติใหม่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำจะจัดอย่างไร มีการทำวิสัยทัศน์ เป็นภาพฝัน แปลงสู่การปฏิบัติ แต่หน่วยงานก็มีแผนยุทธศาสตร์ที่จะต้องปฏิบัติตามนโยบาย องค์กรท้องถิ่น ก็ไม่สามารถเดินต่อได้เพราะถูกจำกัดจากจังหวัด ในส่วนขอนแก่นมีภาคเอกชนที่ก้าวหน้า เอกชนรวมตัวกันไม่รอรัฐ ทิศทางขอนแก่นจะพัฒนาไปอย่างไร เป็นไปตามที่ภาคเอกชนคิด แต่ความเหลื่อมล้ำขอนแก่นติดอันดับต้นๆของประเทศต้องมีภาคีความร่วมมือ มาคุยกันโดยใช้วิชาการเป็นหลัก
นางสนอง รวยสูงเนิน ประธานเครือข่ายบ้านมั่นคง เมืองชุมแพ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ที่ชุมแพได้อาจาย์ สถาปนิกมาช่วยออกแบบ คนไม่มีบ้านอยู่ก็คิดอยากจะได้บ้านไม่สนใจเรื่องอื่นๆ เมื่อมีบ้านแล้วก็มีเรื่องอื่นๆ มีคนก็มีปัญหาอื่นๆ ตามมา มีขยะ มีผู้สูงอายุ มีเด็ก มีครอบครัวหย่าร้าง มีปัญหามากมาย แต่ก็แก้ได้เมื่อเรารวมตัวกัน แก้ปัญหาหนี้สิน รายได้ เมื่อเข้ามาอยู่ก็มีการปรับตัว ของคนหลายระดับในชุมชน การแก้ปัญหาต้องมีการรวมตัวของผู้เดือดร้อนถึงจะไปได้ ค่อยแก้ปัญหา รวมตัวหารือ มีคนอื่นๆเข้ามาช่วยเหลือ ทั้งท้องถิ่น สถาบันวิชาการ มีการพูดคุยซ้ำๆ ว่าปัยหาคนจนเราต้องเป็นคนแก้ ปัจจุบันมีเครื่อข่ายบ้านมั่นคง 1,052 ครัวเรือน สมาชิกกว่า 5 พันคน ชาวบ้านก็ทำให้ท้องถิ่นเห็น มีการเข้าหาท้องถิ่นของบประมาณมาทำสาธารณูปโภคต่างๆ ทั้งถนน ท่อระบายน้ำ
ที่ชุมแพทั้งทำเรื่องอาชีพ หลังมีบ้านแล้ว ต้องมีรายจ่ายที่ลดลง จึงได้รวมกันซื้อที่ทำนารวม 20 ไร่ เผื่ออนาคตลูกหลาน มีสมาชิกเด็กเยาวชน 500 กว่าคน ทำโรงน้ำดื่ม ทำอาหารปลอดภัย ทำเรื่องผู้สูงอายุ ทำเรื่องเด็ก เมื่อทำบ้านจะมีปัญหาอื่นๆตามมาซึ่งเราต้องคิดแก้ปัญหาด้วย ชุมแพตัวอย่างของการเปลี่ยนสถานะ เปลี่ยนจากคนไม่มีตัวตนเป็นคนที่มีตัวตน เป็นเมืองที่มีกำลังในการต่อรองกับทางการเมืองท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการออกแบบ ต่อรองให้ได้มาถึงสาธารณูปโภคต่างๆ เรื่องการพัฒนาเป็นการสร้างไปได้เรื่อยๆ มีความเป็นไปได้ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงและโยงกำลังเหล่านี้มาเป็นกำลังในการพัฒนา ปัจจุบันมีอยู่แต่เป็นส่วนๆ ไม่เชื่อมโยงกัน
อย่างไรก็ตาม เวทีหารือวันนี้ได้มีข้อสรุปเบื้องต้นว่า น่าจะมีเวที มีวงที่คุยเรื่องการพัฒนาเมือง เป็นการตั้งลูกที่เมืองต่างๆ ที่ช่วยกันคิดภาพรวม เป็นโครงการร่วม งบอาจจะมาจากทั้ง พอช. หรือท้องถิ่น ทำเวทีกลางให้เป็นกลไกร่วม ใช้กระบวนการศึกษาเชื่อมโยง จัดส่วนผสมผสาน นักศึกษา อาจารย์ ชาวบ้าน ประชาสังคม ท้องถิ่น มาทำร่วมกัน สร้างการเรียนรู้ และค้นหาอะไรใหม่ๆ สร้างศาสตร์การจัดการพัฒนาพื้นที่ ที่ไม่มีสูตรสำเร็จ แต่ต้องมาคิดร่วมกัน





