
วันที่ 24 ธันวาคม 2559 ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ กรรมการผู้จัดการบริษัทประชารัฐรักสามัคคีร้อยเอ็ด จำกัด นายอำเภอปทุมรัตต์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ประจำภาคอีสาน และหัวหน้าส่วนราชการ ได้ลงพื้นที่ตำบลหนองแคนเพื่อร่วมเวที โสเหล่ “ฟื้นวิถีข้าว สานเครือข่าย คนทุ่งกุลาฯ” และเรียนรู้ระบบการจัดการพื้นที่รูปธรรมตำบลหนองแคน ร่วมกับเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ภูมินิเวศทุุ่งกุลาร้องไห้ และขบวนองค์การชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด และสมาพันธ์ SME จังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนที่จะเริ่มกิจกรรมโสเหล่ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดและคณะผู้เข้าร่วมได้นั่งรถรางลงพื้นที่เรียนรู้ระบบการจัดการตนเองในพื้นที่ตำบลหนองแคน
ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองแคนได้ขับเคลื่อนงานพัฒนาโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งมาตั้งแต่ ปี 2553 โดยการสร้างกระบวนการเรียนรู้ สำรวจข้อมูล พัฒนาทุนของชุมชน พัฒนาผู้นำและสร้างระบบการจัดการเศรษฐกิจของชุมชนโดยชุมชน สร้างทีมงานการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ประกอบด้วยผู้นำชุมชน องค์กรชุมชน เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยเฉพาะองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.) ในฐานะเป็นเจ้าของพื้นที่ รวมทั้งมหาวิทยาลัยที่มีการวิจัยยกระดับสันค้าชุมชน ร่วมจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของตำบล กำหนดแผนปฏิบัติงาน และดำเนินงานตามแผน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนท้องถิ่น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยมีแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เจริญเติบโต เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจของชาติ
ศูนย์เรียนรู้เฉลิมพระเกียรติตำบลหนองแคนที่ขอใช้พื้นที่สาธารณะให้เกิดประโยชน์ เมื่อปี2555 โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองแคน เป็นแปลงปลูกผัก โดยแบ่งให้สมาชิกคนแปลง มีระบบการจัดการน้ำให้ และเป็นสถนาที่ในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และเป็นศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน
ศูนย์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตำบลหนองแคน บ้านสำราญ หมู่ที่๕ เป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าของฝากของที่ระลึก จากการเชื่อมโยงงบประมาณของรัฐสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานราก
นายธนาทร พานทอง ตัวแทนจากเครือข่ายคนทุ่งกุลาร้องไห้ กล่าวในเวทีว่า จากการขับเคลื่อนงานพัฒนาในช่วงที่ผ่านมาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) พอชได้สนับสนุนงบประมาณผ่านสภาองค์กรชุมชนตำบล ซึ่งเป็นกลไกระดับตำบลภายใต้ พรบ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.๒๕๕๑ ตามประเด็นปัญหาในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดการยอมรับและเชื่อมโยงภาคีเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรมได้เนื่องจากยังขาดโอกาสเข้าถึงหน่วยงานภาคีอื่นๆขาดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขาดการจัดการข้อมูลชุมชน ไม่เน้นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของชุมชน แต่มุ่งเน้นการทำงานเชิงกิจกรรมมากกว่าความเป็นอยู่และปัญหาปากท้อง และขาดการเชื่อมโยงเชิงเครือข่าย เราจึงขยับจากฐานตำบลมาสู่การเป็นเครือข่ายภูมิเวศน์ และจัดการข้อมูลให้ได้ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงระดับตำบล โดยให้มีการจัดการทุนในหมู่บ้านไห้ได้ก่อน เพราะฐานจริงๆคือหมู่บ้าน
นายประจัก อาษาธง ตัวแทนจากขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด พูดถึงการเชื่อมโยงระดับจังหวัดโดยการก่อเกิดสภาสาเกตนคร และจัดการพื้นที่สร้างกลไกระดับอำเภอ และสร้างพื้นที่ต้นแบบให้เป็นแรงเวี่ยงเพื่อการขยายผล สร้างการเรียนรู้ร่วมกัน เช่นพื้นที่ตำบลหนองแคน นับว่าเป็นการร่วมกันทำทุกภาคส่วน มาถึงวันนี้การนั่งรอรับจากส่วนราชการจะหายไป แต่จะเป็นการลุกขึ้นมาร่วมกันของภาคประชาชน สำรวจตัวเอง กำหนดทิศทาง และระเบิดจากข้างในออกมา เพื่อการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
นายประเสริฐ แสนตลาด กำนันตำบลหนองแคน ที่ทุกท่านทราบดีว่าปัญหานั้นมันมากมายจริงๆ เราจึงเริ่มต้นสำรวจตัวเอง สร้างพื้นที่ต้นแบบการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ทั้งระบบ เพื่อสร้างการเรียนรู้ สร้างทีมพี่เลี้ยง เชื่อมโยงภาคีทุกหน่วยงาน สร้างทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการค้าเชิญหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำด้านเศรษฐกิจของตำบล และพัฒนาระบบการสื่อสารชุมชนเพื่อประชาสัมพันธ์และขยายผลทำให้การส่งเสริมและพัฒนาระบบเศรษฐกิจของตำบลนั้นเป็นไปตามความต้องการที่แท้จริงของประชาชน เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนจากกลุ่มอาชีพต่างๆ ทั้งสินค้าเกษตร และสินค้าแปรรูป กลุ่ม OTOP & SMES เพื่อให้มีการรวมกลุ่มเหลือซึ่งกันและกัน โดยเชื่อมโยงตลาดแบบครบวงจร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อ และผู้ขาย ร่วมวิเคราะห์ศักยภาพร่วมบูรณาการแบบประชารัฐ
นายสมเกียรติ ชัยคณารักษ์กูล ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด และกรรมการผู้จัดการบริษัทประชารัฐรักสามัคคีร้อยเอ็ดจำกัด
นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผอ.ศวภ.2 เข้าร่วมขับเคลื่อนพื้นที่รูปธรรม และยังมือเครื่องมืออีกหลายอย่างที่จะร่วมทำงานกับพื้นที่ที่มีความพร้อม
ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวในเวทีว่า เห็นการขับเคลื่อนงานในพื้นที่แล้วก็รู้สึกสบายใจและในส่วนภาครัฐเองก็ต้องการที่จะเห็นการทำงานจากด้านล่างขึ้นไป และพร้อมที่จะร่วมมือทุกอย่างเพื่อให้เกิดการขยายผลต่อไป
สุดท้ายกับเมนูพื้นบ้านสุดคลาสิค เช่น ต้มไก่บ้าน ลาบเป็น อ่อมหอย ปลาเผา กุ้งเต้น ก้อยปลา และส้มตำ
กินดี อยู่ดี ก็มีแฮง
สว่าง สุขแสง เรื่องและภาพ









