playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

IMG_4189_resize.JPG

วันที่ 26 - 27 ธันวาคม 2559 สำนักงานภาคกลางและตะวันตก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นำทีมโดย  นายธีรพล สุวรรณรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักงานภาคกลางและตะวันตก เปิดสัมมนาทิศทางการขับเคลื่อนงานปี 2560 และประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก ณ เอกไพลิน ริเวอร์แคว รีสอร์ท จังหวัดกาญจนบุรี  มีผู้เข้าร่วมที่เป็นตัวแทนผ่านการแต่งตั้งโดยผู้อำนวยการสถาบันฯจากขบวนองค์กรชุมชนระดับจังหวัดทั้ง 16 จังหวัด จำนวน 40 คน วัตถุประสงค์เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงาน และบทบาทของอนุกรรมการฯในการลงไปสนับสนุนงานระดับตำบล/เมือง จังหวัด และภาค การสร้างความร่วมมือในการทำงานสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก และการจัดความสัมพันธ์การทำงานในอนาคต

IMG_4175_resize.JPG
          นายธีรพล สุวรรณรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักงานภาคกลางและตะวันตก แลกเปลี่ยนแนวทางการทำงานขบวนองค์กรชุมชนปี 2560 ส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใส การสร้างรูปธรรมจับต้องได้เพื่อสื่อสารสู่สาธารณะ กับงานพัฒนาคนคือการพัฒนาความคิดเพื่อสร้างความรู้ให้เท่าทันและให้เกิดรูปธรรมการแก้ไขปัญหา กับกรอบงบประมาณที่สนับสนุนเพื่อสร้างความเป็นรูปธรรมนั้นที่ผ่านมาขบวนองค์กรชุมชนมีพื้นที่การทำงานครอบคลุมพื้นที่ 5 ภาค แต่ระบบงานสื่อสารประชาสัมพันธ์นับว่ายังมีการขับเคลื่อนให้เกิดพลังยังมีน้อย กับเป้าหมายสำคัญปี 2560 ส่งเสริมให้เกิดการประชาสัมพันธ์ในการดำเนินงานของขบวนองค์กรชุมชนให้เกิดผลเป็นที่ประจักษ์สู่สาธารณะ         

          จากสถานการณ์ดังกล่าว ขบวนองค์กรชุมชนต้องสร้างความรู้เท่าทันสถานการณ์ ให้มีความเข้าใจและเข้าถึงในการบริหารองค์กร เพื่อสร้างเสถียรภาพ และสานพลังเครือข่ายภาคประชาชน

          นายวิชัย  นะสุวรรณโน   ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาค (ปฏิบัติการพื้นที่) แลกเปลี่ยนภาพการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนในบทบาทของอนุกรรมการภาคกลางและตะวันตก ภายใต้ยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่ภาคกลางและตะวันตก และวิเคราะห์สถานการณ์ที่สอดคล้องตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12  ตามยุทธศาสตร์ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองร่วมกับขบวนองค์กรชุมชน  โดยมีเป้าหมายสำคัญ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” นำไปสู่การพัฒนาให้คนไทยมีความสุข  และตอบสนองตอบต่อการบรรลุซึ่งผลประโยชน์แห่งชาติ ตามกรอบแนวทาง 6 ข้อ ได้แก่ 1) ความมั่นคง 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน  4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม  5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  และ 6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อประโยชน์ในการเชื่อมโยงงานในระดับพื้นที่

IMG_4256_resize.JPG

          จากสถานการณ์ดังกล่าว ขบวนองค์กรชุมชนร่วมแลกเปลี่ยนและเทียบเคียงผลการวิเคราะห์ประเมินตามยุทธศาสตร์ 20 ปี กับความเหลื่อมล้ำให้เกิดความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ภาคประชาชน ประกอบด้วย

          นายพิพัฒน์ แก้วจิตคงทอง ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดกาญจนบุรี แลกเปลี่ยนวิเคราะห์สถานการณ์ที่สอดคล้องตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 นโยบายการขับเคลื่อนไม่เกิดผลเนื่องด้วยกฎหมายมีความล่าหลังภาคประชาชนเข้าไม่ถึงคิดจากฐานข้างบน และมาวางกรอบให้ฐานรากดำเนินการ เสนอให้มีข้อเปรียบเทียบระหว่างยุทธศาสตร์ภาครัฐกับภาคประชาชน ร่วมผลึกพลังเชื่อมโยงความมั่นคงทางอาหารของพื้นที่ภาคกลางและตะวันตก  การทำงานองค์การมหาชนส่วนใหญ่นั้น มีการประชาสัมพันธ์น้อย และไม่ค่อยเป็นผลการทำงานที่ชัดเจนเพิ่มมากขึ้น

          ดร.วรภพ วงค์รอด อาจารย์ประจำสาขาสังคมวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์ แลกเปลี่ยนวิธีการปรับจุดอ่อนเพิ่มจุดแข็ง และจัดลำดับความสำคัญของการทำงาน วิธีการทำงาน สร้างเป้าหมายให้ชัดเจนบทเรียนการทำงานของขบวนองค์กรชุมชน ที่สามารถตอบโจทย์กับสังคมให้เกิดความเข้าใจ แต่จะทำอย่างไรให้พื้นที่รู้เท่าทันสถานการณ์ทิศทางการพัฒนาประเทศกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว การเรียนรู้ที่ต้องสามารถปรับเปลี่ยนวิถีจากความรู้ ทักษะ ค่านิยม ชุมชนทำงานเพื่อตอบโจทย์หน่วยงานภาครัฐไม่มีความตระหนักในความยั่งยืน ถือเป็นสิ่งที่ต้องร่วมกันคิด และวางแผนงานดังกล่าว

          นายสันติ จียะพันธ์ ผู้แทนภาคประชาสังคม แลกเปลี่ยนการหนุนเสริมให้ขบวนองค์กรชุมชนสามารถปรับตัวในสถานการณ์ตามนโยบาย ที่สามารถค้นหาคุณค่าความหมายของการทำงานขบวนองค์กรชุมชนให้เห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างสามารถสร้างทางเลือกในการพัฒนาภายใต้ทรัพยากรที่มีจำกัดและแตกต่างจากภาครัฐ และแนวทางการผลักดันโลกแห่งวาทะกรรมของการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สัมพันธ์กับแนวทางการพัฒนาความรู้และติดตามประเมินผลในอนาคต

ผลจากการระดมความคิด“บทบาทและการหนุนเสริมของอนุกรรมการประสานงานขบวนองค์กรชุมชนภาคเพื่อให้บรรลุยุทธศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง”  โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

แนวทางการสนับสนุนให้เกิดคุณภาพรูปธรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองระดับตำบลและจังหวัด  

1)   ระบบข้อมูลที่ชัดเจน ถูกต้อง ทันสมัย พร้อมใช้ สื่อสารให้ชัดเจน

2)   วิเคราะห์สถานการณ์พื้นที่เพื่อจัดลำดับพัฒนาการของพื้นที่ตำบล/เมือง และความสัมพันธ์เพื่อกำหนดแผนงานพัฒนาขบวนองค์กรชุมชน

3)   พัฒนาแนวคิดผู้นำชุมชนให้เกิดความเชื่อมั่นในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

4)   ใช้ “พื้นที่กลาง” ให้เกิดการเรียนรู้และเครื่องมือในการทำงานอย่างถูกวิธี ในทุกขบวนงาน และประเด็นงานพัฒนาในพื้นที่

5)   สนับสนุนให้เกิดการจัดทำแผนพัฒนาตำบลให้ครอบคลุมทุกมิติ/บูรณการทุกภาคส่วน

6)   สนับสนุนให้เกิดข้อตกลงร่วม/กติการ่วม ข้อบัญญัติ ธรรมนูญตำบล

7)   เปิดพื้นที่ปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอก

8)   สนับสนุนให้เกิดวิธีการร่วมในการสร้างความยั่งยืน ได้แก่ กองทุนพัฒนาตำบล ฯลฯ

9)   ส่งเสริมให้เกิดพื้นที่ปฏิบัติการ/ถอดชุดความรู้ระดับพื้นที่เพื่อการสื่อสารสู่สาธารณะ

10)  บริหารจัดการที่โปร่งใส บูรณาการงบประมาณให้ขับเคลื่อนไปด้วยกันทั้งระบบ

11)  การสื่อสารข้อมูลที่ส่งผลกระทบกับพื้นที่ให้สามารถรู้เท่าทันกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง

12)  ผลักดัน และประสานความร่วมมืองานพัฒนาในระดับนโยบายให้เกิดพลังการเปลี่ยนแปลง





แนวทาง/วิธีการสนับสนุนขบวนงานประเด็นให้เกิดการบูรณาการโดยพื้นที่เป็นตัวตั้ง

1)      วิเคราะห์สถานการณ์ประเด็นงานพื้นที่เพื่อจัดลำดับพัฒนาการ ระบบการหนุนเสริม เชื่อมโยงการทำงานระหว่างตำบล/เมือง จังหวัด ภาค

2)      สร้างและพัฒนาพื้นที่กลางให้ทุกขบวนฯและทุกคนเกิดการยอมรับและพูดคุยหารือกัน

3)      กำหนดเป้าหมายร่วมเพื่อสนับสนุนงานประเด็นโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง

4)      พัฒนาแผนพัฒนาตำบล/เมือง จังหวัด ให้เชื่อมโยงและครอบคลุมทุกมิติ ด้วยวิธีการ

§  ทำเอง  คือ แผนของชุมชนฯ ทำด้วยตนเอง

§  ทำร่วม  คือ แผนบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน

§  ทำขอ   คือ แผนฯ ของภาคี เอกชน รัฐ

5)      สร้างกระบวนการเรียนรู้/วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง ปฏิบัติการร่วมพื้นที่รูปธรรมเพื่อการเรียนรู้และสื่อสารสู่สาธารณะ

6)      ใช้ศักยภาพของผู้นำในการเชื่อมประสานกับภาคีพัฒนาทุกภาคส่วน

7)      บูรณาการวิธีงบประมาณสนับสนุนในเชิงพื้นที่มากกว่าเชิงประเด็น

8)      สนับสนุนให้เกิดวิธีการร่วมในการสร้างความยั่งยืน ได้แก่  เรื่องร่วม/ประเด็นร้อน ฯลฯ

แนวทาง/วิธีการประสานความร่วมกับองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

1)      รวบรวมข้อมูลในแต่ละหน่วยงาน ภารกิจงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการวิเคราะห์งานในพื้นที่

2)      วิเคราะห์จัดลำดับความสำคัญเนื้อหาตำบล/จังหวัด กลุ่มจังหวัด แผนพัฒนาหน่วยงาน  ระหว่างชุมชน อปท. ภาครัฐ และรวบรวมนโยบายที่เกี่ยวข้อง

3)      สร้างความเชื่อมั่นขององค์กรชุมชนด้วยการใช้ข้อมูลในพื้นที่และเปิดพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อสร้างความร่วมมือกับหน่วยงาน

4)      ใช้ “พื้นที่กลาง” ให้เกิดการเรียนรู้และพูดคุยกับหน่วยงานในทุกภาคส่วน

5)      ใช้ศักยภาพของผู้นำที่ได้รับการยอมรับ และมีหลักคิดในการเชื่อมประสานกับภาคีพัฒนา

6)      ประมวลสรุปบทเรียนจากพื้นที่วิธีการประสานความร่วมมือกับองค์กร เชื่อมโยงคลี่คลาย พัฒนาแผนงานในพื้นที่

7)      กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

8)      บูรณาการงบประมาณให้ขับเคลื่อนไปด้วยกันทั้งระบบ

9)      สื่อสารงานขบวนองค์กรชุมชนในรูปแบบเวทีสมัชชาองค์กรชุมชนภาค/สมัชชาจังหวัด เพื่อนำเสนอพื้นที่รูปธรรมและสร้างความน่าเชื่อถือ

แนวทาง/วิธีการบริหารจัดการที่ดีและมีประสิทธิภาพควรเป็นอย่างไร

1)      สนับสนุนให้เกิดกระบวนการสอบทาน ตามข้อตกลงและการยอมรับร่วมตั้งแต่ระดับตำบล/จังหวัด ภาค

2)      ใช้พื้นที่กลางในการปฏิบัติการบริหารจัดการงบประมาณอย่างเปิดเผยโปร่งใส ตามหลักบริหารจัดการทีดี

3)      ส่งเสริมให้เกิดการติดตามประเมินผลแบบมีส่วนร่วม พัฒนาระบบรายงานผลการดำเนินงานระดับตำบล/จังหวัดสามารถสื่อสารเผยแพร่

4)      ส่งเสริมสนับสนุนพื้นที่ให้มีระบบการติดตามหนุนเสริมภายในและกลไกการสนับสนุนระดับภาค

5)      สร้างมาตรฐานร่วม เรียนรู้ เครื่องมือบริหารจัดการที่ดี เพื่อสนับสนุนงานให้เข้าใจและถูกวิธี

6)      พัฒนาศักยภาพทีมติดตาม/กองเลขาในการสนับสนุนพื้นที่ตามหลักคิด เทคนิค วิธีการ แนวทาง ผลลัพธ์

7)      บริหารจัดการที่โปร่งใส สามารถบูรณาการงบประมาณให้ขับเคลื่อนไปด้วยกันทั้งระบบ

8)      สรุปบทเรียนผลการทำงานที่ผ่านมา/การจัดการความรู้ตามหลักธรรมาภิบาลให้เกิดการหนุนเสริมและพัฒนาแผนงานอย่างต่อเนื่อง

ข้อเสนอต่อสำนักงานภาคและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน

1)      สร้างขวัญและกำลังใจกับคนทำงานในการสร้างความยั่งยืน ได้แก่ สวัสดิการผู้นำ ฯ

2)      สร้างความเชื่อมั่นในการประสานงานระดับนโยบายกับหน่วยงานระดับกระทรวงและหน่วยงานภายในจังหวัดให้รู้จักการทำงานของขบวนองค์กรชุมชน

3)      สร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือในระบบข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมใช้ ทันสมัย และทันสถานการณ์ และระบบการเข้าถึงข้อมูลที่สามารถเผยแพร่ได้

4)      สนับสนุนเครื่องมือต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงสิทธิการใช้ประโยชน์ของข้อมูลขบวนองค์กรชุมชน

5)      ผลักดันให้เกิดโรงเรียนผู้นำเพื่อร่วมพัฒนาพื้นที่รองรับและการันตีประสบการณ์การทำงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

6)      หนุนเสริมสถานที่ศูนย์ประสานงานขบวนองค์กรชุมชนแต่ละจังหวัด

7)      บูรณาการวิธีงบประมาณสนับสนุนในเชิงพื้นที่ไม่ใช่การสนับสนุนรายประเด็น

8)      ระบบการประสานงานต้องเป็นแนวทางเดียวกัน

9)      พัฒนาศักยภาพผู้นำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ได้แก่ ทักษะการประสานงาน/วิเคราะห์งาน นำเสนอข้อมูล  ฯลฯ

10)  วิธีการสนับสนุนงบประมาณต้องระบุให้ชัดเจนในการบริหารงานของขบวนจังหวัด

11)  ผลลัพธ์ของการประเมินผลองค์กรพอช.ควรสื่อสารสู่สาธารณะ

          จากการระดมความคิดเห็นบทบาทการหนุนเสริมของอนุกรรมการได้ร่วมกันกำหนดแผนขับเคลื่อนงานในอนาคต เพื่อนำข้อสรุปดังกล่าวลงไปสร้างความเข้าใจระดับพื้นที่ตำบล/เมือง จังหวัดเพื่อร่วมเติมเต็มให้สอดคล้องและสามารถดำเนินการในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น  ประกอบด้วย  เรื่องการสื่อสารประชาสัมพันธ์โดยขบวนองค์กรชุมชนเปิดช่องทางสื่อสาร Facebook Website ฯลฯ อีกทั้งความยั่งยืนของผู้นำในการพัฒนาศักยภาพคนในขบวนเพื่อรองรับและการันตีประสบการณ์การทำงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

          ช่วงท้าย นายธีรพงศ์ พร้อมพอชื่นบุญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาค (ปฏิบัติการที่อยู่อาศัย) ร่วมเติมเต็มแนวคิดการพัฒนาพื้นที่เป็นตัวตั้งให้พื้นที่เป็นเจ้าของงานพัฒนาต้องสอดคล้องกับวิธีคิดและวิธีทำรวมเปิดโอกาสให้ตัดสินใจและส่งเสริมในการจัดระบบในพื้นที่ กับการจัดการตนเองด้วยการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนที่สามารถเชื่อมโยงการทำงานในรูปแบบการสร้างโครงสร้างการพัฒนาที่มีความส่วนร่วมได้ในอนาคต

IMG_4257_resize.JPG
เรียบเรียง สุภาภรณ์  ดำรงพันธ์ สำนักงานภาคกลางและตะวันตก

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter