เมื่อโครงการพัฒนาเขื่อนขนาดใหญ่ ต้องผ่ากระแสแรงต้านสูง รัฐจึงเปลี่ยนเป็นการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อการเกษตร แก้ปัญหาความแห้งแล้งในภาคอีสาน แต่ที่เหมือนเดิมคือ ก่อความขัดแย้ง ชาวบ้านยังได้รับผลกระทบ และไม่มีอำนาจกำหนดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนท้องถิ่นด้วยตนเอง การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กในภาคอีสาน จึงยังเป็นเรื่องการเมืองของผลประโยชน์และอำนาจของคนอื่นที่ไม่ใช่ชาวบ้าน
ศรีสะเกษ/ 7 มกราคม 2560 บริเวณสันเขื่อนราษีไศล เครือข่ายทามมูล จัดงานรำลึกร้อยวัน อภินันท์ บุญทอน (หลาง) “ทิศทางการขับเคลื่อนงานวิจัยท้องถิ่นในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยเสนง ภายใต้บทบาทขององค์กรภาคประชาชน” ณ เฮือนฮักแม่มูน ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนเครือข่ายทามมูล อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เนื่องในวาระงานบุญครบ 100 วัน อภินันท์ บุญทอน (หลาง) พร้อมจัดเสวนาวิชาการ แลกเปลี่ยนบอกเล่าความทรงจำ ในการสานต่อเจตนารมณ์ สร้างสรรค์สังคมที่ปรารถนา โดยมีผู้เข้าร่วมจากสมาคมคนทามมูลจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ และร้อยเอ็ด เครือข่ายลุ่มน้ำห้วยเสนง เจ้าหน้าที่ พอช. เพื่อนชมรมอนุรักษ์ม.รามคำแหง สนับสนุนโดย ฝ่ายวิจัยท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
นางผา กองธรรม นายกสมาคมคนทาม กล่าวว่า ถึงเป็นงานบุญที่ไม่อยากเจอ แต่ก็เป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็รำลึกนึกถึง เสวนา แลกเปลี่ยนความคิด ถึงสิ่งที่เราจะอยู่จะไป วันนี้เป็นงานบุญยิ่งใหญ่ รำลึกถึงคุณผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ให้มีกำลังใจเดินหน้าต่อ โดยเชิญพี่น้องศรีสะเกษ เขื่อนหัวนา ราษีไศล พี่น้องสุรินทร์ ท่าตูม และรัตนบุรี และจังหวัดร้อยเอ็ด โพนทราย สุวรรณภูมิ ทั้ง 3 จังหวัด มาฟังเสวนา แลกเปลี่ยนถึงสิ่งที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคต จะไปอย่างไรมาอย่างไรในกระบวนการของพี่น้อง นับเป็นอีกวันสำคัญของพี่น้องเรา
แนวความคิดความฝันของสมาคมคนทาม จากการต่อสู้มายาวนานเรื่องผลกระทบจากการสร้างเขื่อน จากปี 2536-2553 ความทุกข์ความยากเพิ่มขึ้น แต่ชาวบ้านพึ่งพากันและกันในกระบวนการต่อสู้เป็นพี่เป็นน้อง หลังจากที่ได้รับค่าชดเชยเป็นบางส่วน เมื่อรับแล้วก็ยังเป็นหนี้อยู่เหมือนเดิม เราได้ช่วยเหลือกันตั้งแต่เกิดแก่เจ็บตาย มีสวัสดิการช่วยเหลือกัน จึงมีการจดทะเบียนเป็นสมาคมคนทามขึ้น
และมองหาสถานที่ที่ชัดเจน และจดทะเบียนจัดตั้งองค์กรอย่างเป็นทางการ เป้าหมาย คือทำอย่างไรองค์กรชาวบ้านนี้จะอยู่ได้อย่างยั่งยืน ก่อนหน้าเราต้องสร้างกลุ่มอาชีพ พัฒนาพี่น้องในการทำมาหากิน มีการประชุมพ่อครัวใหญ่โดยมีตัวแทนพี่น้องมาประชุมร่วมกัน มาคุยเรื่ององค์กร เรื่องการต่อสู้ วางแผนการทำงานพัฒนา นี่เป็นกระบวนการของภาคประชาชน ที่ช่วยกันพัฒนาเรื่องแผนการฟื้นฟู ต่อสู้เรื่องการสูญเสียรายได้ ให้พี่น้องมีอยู่มีกิน
ผศ.ดร.สมชัย ภัทรธนานันท์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวถึงวิทยานิพนธ์ปริญญาโทสาขาวิชาวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น คณมนุษย์ศาสตร์สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เรื่อง “การเมืองเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กในภาคอีสาน” ของนายอภินันท์ บุญทอน ว่า งานที่หลางเขียนเป็นงานที่ดีมากเมื่อเทียบในรุ่นเดียวกัน แต่เสียดายที่หลางยังเขียนไม่เสร็จ แต่ประเด็นที่ได้ตั้งไว้มีคุณค่าที่เราต้องนำมาคิดต่อ ที่เขาเริ่มจากเรื่องปัญหาของการสร้างเขื่อนซึ่งมีการคัดค้านมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเขื่อนทำให้คนต้องอพยพ ย้ายที่อยู่อาศัย สูญเสียที่ไร่ที่นา การสร้างเขื่อนใครได้ประโยชน์ ชาวบ้านได้ประโยชน์จริงหรือไม่ การสร้างเขื่อนเป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ เหล่านี้เป็นคำถามที่เขากำลังหาคำตอบ
อย่างไรก็ตามกระแสการต่อต้านการสร้างเขื่อนในประเทศไทย ช่วงนั้นสอดรับกับกระแสการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้นักอนุรักษ์ นักวิชาการ ภาคประชาสังคมได้เสนอยุทธศาสตร์การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเมื่อเขื่อนไม่ได้อำนวยประโยชน์แก่ชาวบ้าน มีคนเสนอการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก พัฒนาแหล่งน้ำห้วยหนองคลองบึง ที่เป็นการจัดการน้ำของชุมชนท้องถิ่นเป็นการจัดการน้ำเพื่อคนในชุมชน สอดคล้องกับภูมิปัญญา และคนในท้องถิ่นสามารถจัดการได้เอง
ผศ.ดร.สมชัย เล่าต่อว่า ช่วงนั้นหลายฝ่ายทั้งรัฐ ประชาชน ประชาสังคม เห็นสอดคล้องกันว่าการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กเป็นทางออกของคนทั้งประเทศรวมทั้งคนในภาคอีสาน ในขณะเดียวกันก็มีหน่วยงานได้เสนอการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อการเกษตร ขุดสระเก็บน้ำ ขุดลอกแหล่งน้ำ บ่อบาดาล สร้างฝายน้ำล้น ซึ่งหลางได้พบว่า นับจากปี 2520-2547 เฉพาะกรมชลประทานมีการพัฒนาโครงการถึง 4,456 โครงการ ที่เป็นการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก
แต่การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กกลับถูกต่อต้านจากท้องถิ่น ก่อให้เกิดความขัดแย้ง เพราะมีผลกระทบต่อชาวบ้าน ก่อผลเสีย ก่อความเดือดร้อน ชาวบ้านรวมตัวเคลื่อนไหวคัดค้าน เกิดอะไรขึ้นทำไมการพัฒนาแผล่งน้ำขนาดเล็กถึงมีการคัดค้าน อย่างที่ตำบลบักได พนมดงรัก มีการขัดขวาง เจรจา เสนอให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม หรือที่ห้วยเสนง ก็มีการเคลื่อนไหวคัดค้านที่ห้วยเสนง มีการคัดค้านทั้งระดับบุคคล ชุมชน มีการรวบรวมรายชื่อเพื่อขอให้ยุติโครงการ และชาวบ้านเคลื่อนไหวไม่ให้มีการเซ็นรับโครงการ จนสามารถระงับโครงการ และจัดให้เป็นพื้นที่เรียนรู้แหล่งศึกษาให้กับเยาวชน
ปรากฏการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น หลางได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่า เป็นเพราะความสัมพันธ์ทางอำนาจของคนที่แตกต่าง การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กเป็นทางเลือกแต่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง คนในท้องถิ่นต่อต้าน สร้างความเดือดร้อน สิ่งที่น่าสนใจคือการต่อสู้ของชาวบ้าน มีการต่อสู้ที่หลากหลาย ใช้ความรู้ ใช้การสร้างเครือข่าย สร้างอำนาจการต่อรอง ซึ่งได้ผลในหลายกรณี เป็นข้อสรุปที่หลางได้ขมวดไว้
ที่ผ่านมาการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก จริงๆ ไม่ได้ต้องการแก้ปัญหาความแห้งแล้ง แต่เป็นเรื่องที่บางกลุ่มได้ประโยชน์ แต่กระทบกับชาวบ้าน หลางพยายามให้คนเข้าใจสิ่งนี้ คนที่พัฒนาโครงการไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อชาวบ้าน แต่เขาสนใจผลประโยชน์ที่เขาจะได้ คืองบประมาณที่เขาจะได้เป็นเรื่องที่เขาสนใจ เมื่อทำโครงการที่ไหนก็ทำให้ชาวบ้านออกมาต่อต้าน การที่จะแก้ปัญหาแหล่งน้ำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นเพียงคำพูดที่สวยหรู ใครคือผู้มีอำนาจก็สร้างให้เข้าใจว่าการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กเป็นสิ่งที่ดี จริงๆ แล้วการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กก็สร้างผลกระทบต่อชาวบ้าน และมีบางกลุ่มได้รับประโยชน์เหมือนเดิม
การเมืองเรื่องแหล่งน้ำขนาดเล็กที่หลางใช้มีความหมายว่า ไม่ได้ต้องการให้มีการพัฒนาล้วนๆ แต่เป็นเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ รวมถึงการยอมรับและไม่ยอมรับของกลุ่มคนที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง เป็นสิ่งที่เรียกว่าการเมือง การต่อสู้ของภาคประชาชน บทเรียนบางอย่างสามารถเอามาใช้ได้ แต่บางอย่างก็ไม่สามารถเอามาใช้ได้ตามบริบทของแต่ละถิ่น ใช้วัฒนธรรม ความรู้ท้องถิ่น สิ่งที่ทำได้ทำลายสิ่งที่มีค่าในท้องถิ่นได้อย่างไร มีการสร้างเครือข่ายชุมชน เป็นสิ่งที่ชุมชนต้องนำมาคิดต่อยอดกับแต่ละชุมชนท้องถิ่น
ขณะเขียนวิทยานิพนธ์ หลางก็เป็นพี่เลี้ยงให้กับรุ่นน้อง ศึกษาเรื่องห้วยเสนง ก่อให้เกิดผลเสียอย่างไร ก่อให้เกิดการเปลี่ยนอย่างไร ระบบนิเวศ ทั้งปลา พืชพันธ์ สูญหายไปอย่างไรกับการพัฒนา และขยายไปสู่การศึกษาแหล่งน้ำ ลุ่มน้ำอื่นๆ ที่หลางมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนนักวิชาการรุ่นใหม่ๆ ประเด็นที่หลางเปิดไว้ สามารถมาเป็นจุดตั้งต้นของการศึกษาได้ต่ออีก ผศ.ดร.สมชัย กล่าว
ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่าหลางเป็นคนสำคัญที่ผลักดันงานวิจัยไทบ้าน ที่หนุนให้ชาวบ้านเป็นผู้แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เพื่อรู้จักตนเอง มีข้อมูลความรู้ในการไปเถียง ไปคัดค้านต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดจากงานพัฒนา แต่กว่าจะให้ชาวบ้านลุกขึ้นมาทำวิจัยได้นั้นไม่ใช่ง่าย ยิ่งการผลักให้ชาวบ้านสร้างโจทย์การวิจัยที่ตนเองอยากรู้ก็เป็นเรื่องที่ยาก แต่หลางสามารถชวนชาวบ้านขึ้นมาขยับงานได้
อย่างเรื่อง “ตรอมสตึง” หรือข้อห้ามเกี่ยวกับลำห้วยในวิถีของชาวบ้าน สิ่งนี้เกิดขึ้นหลังที่หลางลงไปหนุนให้คนลุ่มน้ำห้วยเสนงลุกขึ้นมาทำวิจัย หาความรู้ความเชื่อมาใช้ในการต่อสู้ สำคัญคือชาวบ้านต้องหาของดีตัวเองให้เจอ แล้วนำสิ่งนั้นมาต่อสู้ ในการจัดการลุ่มน้ำขนาดเล็กของชาวบ้าน จะต่อสู้อย่างไรให้ชาวบ้านมีสิทธิในการจัดการ เราต้องดึงความรู้พวกนี้มาให้ชาวบ้านใช้ให้เกิดประโยชน์กับชาวบ้านเอง บางอย่างก็เอาเรื่องผักมาต่อสู้เรื่องน้ำ ทามมีผักอะไร ใช้ผักใช้สมุนไพรในการต่อสู้ ชวนชาวบ้านทำวิจัย การขับเคลื่อนโดยองค์กรของชาวบ้าน ชาวบ้านต้องเป็นหลัก นักพัฒนาเข้าไปกระตุ้นให้ชาวบ้านคิดเอง ร้อยเครือข่าย ดึงนักวิชาการเข้ามามีส่วน มีการประสานหน่วยงานรัฐ เพื่อทำให้ชาวบ้านประสบความสำเร็จในการก้าวเดิน โดยเอาวิธีคิดแบบที่หลางทำ มาสานต่อในการทำงานของชาวบ้าน
ถ้าเราจะฟื้นฟูชีวิตคนราษีไศล และหัวนา เราต้องค้นหาของดี มาฟื้นพลังความร่วมมือ จับมือภาคประชาชนด้วยกันเอง บางอย่างทำร่วมกัน บางอย่างแยกกันทำ จะร่วมกันอย่างไร คนหาปลาคนทำนาจะร่วมมือกันอย่างไร ข้อสังเกตที่อยากฝากไว้ที่นี่ไม่เคยหยิบเรื่องวัวควายมาต่อสู้ ในอดีตที่นี่มีวัวควายนับพัน ปัจจุบันเราต้องฟื้น วัวควายต้องกินน้ำ เอาวัวควายมาต่อสู้เรื่องน้ำ แล้วดึงพลังชาวบ้านให้เข้มแข็งขึ้น ดึงนักวิชาการเข้ามาช่วย น่าจะขับเคลื่อนไปได้ดี เราต้องมีข้อเสนอ มีคำตอบให้เห็น ว่าหากรัฐจะฟื้นฟูจะฟื้นฟูอย่างไร จะฟื้นวัวควายอย่างไร แหล่งน้ำ พันธุ์พืชอย่างไร จะปกป้องป่าอย่างไร ระบบการฟื้นฟูที่แท้จริงคือชาวบ้านต้องมานั่งคิดเรื่องการฟื้นฟูตนเอง ให้ตรงกับปัญหาและความต้องการ เราต้องให้รัฐเข้ามาช่วยแต่ภายใต้การกำกับของชาวบ้าน
นายบำรุง บุญปัญญา นักพัฒนาอาวุโสภาคอีสาน กล่าวถึง ทิศทางขององค์กรชาวบ้านในอนาคตข้างหน้าว่า องค์กรภาคประชาชน ยังต้องเผชิญทุกข์เก่าไป ทุกข์ใหม่มา เพราะการต่อสู้เป็นสายธาร เป็นสายธารประวัติศาสตร์ ที่คือมูนมังของคนภาคอีสาน การยืนอยู่ขององค์กรประชาชน ในสายธารการต่อสู้นั้นคนต้องมีจิตสำนึก และองค์กรนั้นๆยังตอบสนองความต้องการของสมาชิกองค์กรนั้นก็ยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ถ้าองค์กรไม่ยืนหยัดผลประโยชน์ร่วม องค์กรนั้นก็เดินต่อไม่ได้ สมาคมคนทามต้องมีอำนาจเหนือเขื่อน เพราะชาวบ้านสืบทอดมูนมังมาจากพ่อแม่ที่มาบุกแพ้วถางที่ทางทำมาหากิน
การต่อสู้ของคนราษีไศลผลประโยชน์ของเงินชดเชยยังคงน้อยกว่ามูลมังของคนอีสาน การช่วยเหลือกันเองของกลุ่มออมทรัพย์ เปิดตลาดนัดสีเขียว สร้างเงื่อนไขของการตอบแทนผลประโยชน์สมาชิก ต้องคลี่คลาย ลดการแบกของเฉพาะกรรมการลง ต้องมีการแบ่งภารกิจให้สมาชิกร่วมรับผิดชอบ เมื่อตอบสนองไม่ได้จะเกิดรอยแหว่ง และองค์กรต้องไม่เป็นแนวตั้งให้มันมาก
นายบำรุง กล่าวต่อว่า การเรียกร้องผลประโยชน์ต่อองค์กร หากอุดมการณ์ถอยลง องค์กรอาจล้มสลาย หน่วยย่อยตั้งแต่หมู่บ้านต้องรักษาประโยชน์สมาชิก ทิศทางคือการรักษามูนมังให้มีความมั่นคง การหาอยู่หากิน การรักษาผืนแผ่นดิน สร้างอนาคตให้ยืนยาวถึงลูกหลาน สร้างการพัฒนาให้ไปสู่การเปลี่ยนผ่าน รักษาธรรมชาติให้คืนกลับมา รักษาผลประโยชน์มวลหมู่สมาชิก ราษีไศลไม่สามารถอยู่ผู้เดียวได้ หรือราษีไศลเอาแต่ผลประโยชน์กลุ่มเป็นตัวตั้ง สังคมก็ไม่รับ รักษามูนมังให้ลูกหลาน รักษามูนมังให้สังคม จับชีพจรสังคม การเคลื่อนไหวองค์กรชาวบ้านน่าจะทะลุ
ทำไมวัดจึงอยู่ได้นาน ทำไมผีปู่ตาถึงอยู่ได้นาน ทำไมสถาบันบางอย่างยืนยาว บางสถาบันจึงล้มเหลว อบต.แหล่งรวมผลประโยชน์ เวลากระจายกลับไปผลประโยชน์ไปตกอยู่ไหน เมื่อมีบางกลุ่มได้ผลประโยชน์ ก็มีการเสื่อมศรัทธาของประชาชน องค์กรนั้นก็ล้มเหลว กลุ่มออมทรัพย์คนศรัทธามาลงขัน เมื่อเก็บออมขึ้นไปแล้วไม่กลับคืนก็จะเกิดปัญหา โดยเฉพาะปัญหาความไม่โปร่งใส ก่อให้เกิดความไม่ศรัทธาต่อองค์กร ต้องกลับไปสร้างหน่วยย่อยขององค์กร สร้างศรัทธา สร้างความโปร่งใสขององค์กร อนาคตขององค์กรชุมชนจึงจะสามารถเดินไปได้ นายบำรุง กล่าวในตอนท้าย
อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าหลังจากที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนา ในการต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง ต้องมีการรวมกลุ่มจัดตั้งองค์กรชาวบ้าน เพื่อสร้างพลังในการปกป้องสิทธิของตนเอง อย่างเครือข่ายทามมูน เพื่อสร้างอำนาจในกำหนดการพัฒนาด้วยตนเอง พร้อมกับต้องเรียนรู้ที่จะสร้างความเข้มแข็งขององค์กรประชาชนไปพร้อมกัน
“การเมืองเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กในภาคอีสาน” งานวิจัยที่ยังไม่เสร็จ โจทย์ที่องค์กรชาวบ้านต้องสานต่อ
- รายละเอียด
- ฮิต: 902





