วันที่ 5-7 มกราคม 2560 ณ โรงแรมสองพันบุรี จ.สุพรรณบุรี ขบวนองค์กรชุมชนภาคกลาง 9 จังหวัด ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จับมือองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) สัมมนาเชิงปฏิบัติการแบบประชารัฐ ว่าด้วยการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคกลาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) สร้างความรู้ความเข้าใจให้ชุมชน ท้องที่ท้องถิ่น ลุกขึ้นมาจัดการตนเอง เรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชน (2) สร้างเครือข่ายการขับเคลื่อนการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง (3) เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการสร้างรูปธรรมขับเคลื่อนการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน มีผู้แทนคณะทำงานเศรษฐกิจและทุนชุมชนภาคกลาง 9 จังหวัด ภาครัฐ ภาคประชาชน และนักพัฒนาธุรกิจชุมชนที่ขับเคลื่อนงานด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศโดยชุมชนเข้าร่วมสัมมนา 60 คน

ขบวนองค์กรชุมชนภาคกลาง 9 จังหวัดมีการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล และเป็นทิศทางที่จะนำไปสู่ความมั่นคง และยั่งยืน ซึ่งภารกิจดังกล่าวขบวนองค์กรชุมชน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ในทุกมิติ ซึ่งเป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร ผลจากการพัฒนาดังกล่าว ได้สรุปผลการดำเนินงานเศรษฐกิจและทุนชุมชนนับตั้งแต่ปี 2557 จำนวน 20 ตำบล สามารถดำเนินการได้ กับรูปแบบการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและทุนชุมชน ในเรื่องแก้ไขปัญหาหนี้สิน โรงเรียนแก้หนี้ การท่องเที่ยวโดยชุมชน เกษตรอินทรีย์ การทำนาแปลงใหญ่ เป็นต้น และในปี 2560 ได้วางแผนเพื่อขยายผลโดยใช้การท่องเที่ยวชุมชนเป็นเครื่องมือในการพัฒนาพื้นที่
ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ ผู้จัดการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสัมมาชีพชุมชน ในการจัดครั้งนี้เป็นการจุดประกายของภาคกลาง 9 จังหวัด ที่จะเห็นพื้นที่เข้มแข็งพร้อมที่จะดำเนินการเชื่อมโยงธุรกิจ โดยสิ่งสำคัญ คือ ตำบลต้องมีจุดขาย กิจกรรมและการบริการให้แก่นักท่องเที่ยว การบริหารจัดการการท่องเที่ยว ความปลอดภัยในการท่องเที่ยว ขอให้มองย้อนกลับไปหนึ่งก้าวมองถอยหลังกลับมาที่พื้นที่ตำบลของตนเอง คือ จะทำอย่างไรให้มีการประกอบการที่ออกมามองนอกเหนือจากกลุ่มต่าง ๆ ที่พร้อมจะหมุนระบบเศรษฐกิจทั้งตำบลให้เกิดการดำดิ่งและขยับให้ได้ โดยใช้ประเด็นการท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นเครื่องมือในการเกี่ยวให้ระบบเศรษฐกิจชุมชนที่มีเสน่ห์และวิถีของชุมชนโดยคนในชุมชนเองที่หมุนกลไกในชุมชนให้เกิดเศรษฐกิจฐานราก และให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในชุมชนทุกปี ซึ่งเป็นบทบาทของขบวนองค์กรชุมชนที่เกิดเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดการขับเคลื่อนและพัฒนาจึงสำคัญมาก
นายธีรพล สุวรรณรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักงานภาคกลางและตะวันตก แลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัจจุบันมีแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนเกิดขึ้น ภาครัฐก็พร้อมเดินหน้าสนับสนุน แต่เราทำงานคนเดียวไม่ได้ต้องเชื่อมโยงหน่วยงานต่างๆ มาร่วมมือกัน เพราะการท่องเที่ยวโดยชุมชนต้องสร้างความสุขการท่องเที่ยวชุมชน คือความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่อง วิถีชีวิตมากกว่าการเป็นผู้ชม มากกว่าผู้ถูกมาเที่ยว คือวิถีปกติที่สามารถดำเนินการและไปมาหาสู่เชื่อมโยงในจังหวัด และคาดหวังว่าจะเกิดการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง สภาองค์กรชุมชนจะนำเรื่องนี้มาปรึกษาหารือร่วมกัน การท่องเที่ยวชุมชนใม่ใช่ทำเฉพาะเรา แต่ต้องมีความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ประธานอนุกรรมการยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ (พอช.) แลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวโดยชุมชนกับขบวนองค์กรชุมชนภาคกลาง การท่องเที่ยวชุมชน คือ เรื่องที่เราสามารถจัดการได้โดยระบบเศรษฐกิจชุมชนภายใต้วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงผ่านเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชนนั้น ตามศักยภาพมิติของชุมชน ที่สามารถจัดการทั้งระบบของชุมชน “ไร่นา วิถีชีวิต วัฒนธรรม จิตใจและความสัมพันธ์” ทุกเรื่องในชุมชนท้องถิ่นทุก ถือเป็นเสน่ห์น่าชื่นชม
สร้างสะพานเชื่อมโยงระหว่างระบบเศรษฐกิจหลัก ทุนภายนอก องค์ความรู้ และการจัดการ ที่สามารถเชื่อมโยงคุณค่า “ความเข้าใจและโชว์ได้ทุกเรื่อง” มากกว่าการซื้อของสวยและราคาถูก เป็นเรื่องสำคัญของการท่องเที่ยวโดยชุมชน จากวิถีชุมชน วัฒนธรรม ทุนต้องเพิ่มขึ้น และเชื่อมโยงระบบอย่างเป็นกระบวนการโดยใช้การท่องเที่ยวชุมชนเป็นเครื่องมือในการสร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อให้เกิดคุณภาพ ประสิทธิภาพต้องมีความเชื่อที่ค่อยๆทำ และเรื่องที่โชว์ง่าย โอกาสสำคัญต้องเชื่อมโยงเวทีกลางจากพื้นที่สภาองค์กรชุมชนต้องนำเรื่องการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้เป็นวาระร่วม และเป็นเครื่องมือให้เข้าถึงชุมชน จับต้องวัฒนธรรมชุมชนที่มีผลกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและเศรษฐกิจฐานรากทั้งระบบ เพื่อสร้างความตื่นตัวนโยบายเศรษฐกิจระดับประเทศต่อไป
เวทีเสวนา“บทบาทของหน่วยงานภาคีในการร่วมพัฒนาและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชน"จากผู้เข้าร่วมเสวนาดังนี้
1) คุณสุเทพ เกื้อสังข์ รองผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)สร้างความเข้าใจในการดำเนินการร่วมโดยมีบทบาทในการประสาน ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในชุมชน โดยจับมือร่วมกับ พอช.มีเป้าหมายที่สำคัญ ทั้งนี้ในฐานะภาคประชาชนต้องลุกขึ้นมาจัดการการท่องเที่ยวที่เป็นชุมชนต้นแบบและขยายผลในพื้นที่ต่าง ๆ โดยกระบวนการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน สร้างสิ่งที่มีคุณค่าให้เกิดมูลค่าอย่างยั่งยืน โดยการท่องเที่ยวของชุมชนที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน ปี 2559-2563 ได้แก่ 1) การพัฒนาคน 2) เพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพยากรท้องถิ่น 3) ส่งเสริมการตลาด 4) พัฒนาเครือข่ายการท่องเที่ยว 5) พัฒนาความสุขของชุมชนและนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ที่นำเสนอในฐานะเป็นหน่วยงานภาครัฐทำอย่างไรให้ชุมชนเข้มแข็งจัดการตนเองได้ อย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน
2) คุณต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัทประชารัฐรักสามัคคี(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ประชารัฐ กับประชารัฐรักสามัคคี นั้นมีความแตกต่างกัน ประชารัฐเป็นแนวทางความร่วมมือที่รัฐจับคู่กับหน่วยงานภาคเอกชน เพื่อเป็นกลไกในการทำงาน เป็นบริษัทที่ดึงทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นภาคีรัฐ เอกชน ธุรกิจ วิชาการ ประชาสังคม มาร่วมกันทำงาน และเป็นที่ปรึกษาในเชิงธุรกิจให้กับชุมชนทางด้าน เกษตร แปรรูปวิสาหกิจ และท่องเที่ยวชุมชน บริษัทฯ จะช่วยสร้างความเชื่อมโยง ช่วยขายสินค้า หาตลาด ช่องทางการค้าขาย การประชาสัมพันธ์ และเป็นที่ปรึกษาในการบริหารจัดการ เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนคู่คิดเป็นมิตรคู่บ้าน
3) คุณพรหมเมศ นาถมทอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แลกเปลี่ยนทิศทางแนวโน้มคนที่นิยมเพิ่มมากขึ้น ประชารัฐเกิดขึ้นเพื่อชุมชนมีความสุขมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความสุขในพื้นที่ โดยเน้นเรื่องเกษตร แปรรูป การท่องเที่ยวโดยชุมชน เน้นการสร้างมิติที่หลากหลายในชุมชนเพื่อเสริมสร้างความโดดเด่น มิติการมีส่วนร่วมกับภาคี ประชาสังคม ภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้พื้นที่ต้นแบบมีการลงหนุนเสริมในเรื่องการปรับภูมิทัศน์ การจัดทำเพจเกจทัวร์ และประสานร่วมกับภาคเอกชน รวมทั้งภาควิชาการ หัวใจสำคัญ คือ การมีระบบข้อมูลกลไกการจัดการท่องเที่ยว บริษัทประชารัฐจะมาช่วยประสานและโยงกับระบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่มีความสัมพันธ์ในแต่ละคัสเตอร์ เพื่อหมุนระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ให้คนในพื้นที่ได้รับผลประโยชน์ในการบริหารจัดการไป พร้อม ๆ กัน
4) คุณกฤตยา สัจจพงศธร ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนภาค 3350 โรตารีสากลสร้างความเข้าใจความสำคัญของสโมสรโรตารี่ คือ ผู้ประกอบการอาชีพต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จแล้ว เป็นการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความร่วมมือในการทำโครงการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อชุมชนทั้งในประเทศและต่าง ๆ เน้นการทำงานที่หลากหลายมาทำงานร่วมจากชุมชน เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อชุมชนก็จะระดมทุนจากโรตารี่ของประเทศต่าง ๆ ในการสนับสนุนให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนมากที่สุด และมีการติดตามดูโครงการแบบนักท่องเที่ยวโดยดูในชุมชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายโครงการ นอกจากนี้ยังช่วยในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในชุมชนและจังหวัดต่าง ๆ การเกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งในการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน “เป็นเรื่องไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากที่ไม่ใช่เรื่องเงินเป็นตัวตั้งแต่เน้นความสุขและของดีในชุมชน เพื่อให้เกิดการจัดการแบบมีส่วนร่วม เป็นผลประโยชน์ที่ลงไปครอบคลุมทุกพื้นที่
5) คุณวิรัตน์ แข็งขัน ผู้อำนวยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรีแลกเปลี่ยนบทบาทของหน่วยงานว่าชุมชนต้องมีการจัดทำแผนพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวโดยมีการดำเนินการอย่างไรที่ให้เกิดความชัดเจนเป็นรูปธรรม เป็นรูปแบบซึ่งมีงบประมาณในการสนับสนุนแผนและกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน ทั้งนี้ระบบในการเชื่อมโยงและการมีส่วนร่วมกับภายนอกและเครือข่าย คือ มีเว็บไซต์สำนักงานการท่องเที่ยว และทำร่วมกิจกรรมพัฒนาชุมชน เน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้เห็นฐานรากของชุมชนที่มาร้อยเรียงให้คนในชุมชนเป็นอาชีพเสริมของคนในชุมชน โดยไม่ได้สร้างเพื่อนักท่องเที่ยวแต่ต้องมีการดำรงวิถีชีวิต และมีการจัดการเป็นระบบอย่างเข้าใจใช้การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นเครื่องมือและจุดคานงับจากประสบการณ์ของชุมชนที่เข้มแข็งในการเชื่อมโยงและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชนต่อไป
ทั้งนี้ ภายในงานนอกจากจะมีการลงพื้นที่ท่องเที่ยวโดยชุมชน เมืองอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ตามฐานการเรียนรู้ 3 ฐานได้แก่ กลุ่มเกษตรอินทรีย์ กลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มแปรรูป (ยาหม่องยาดม) การแลกเปลี่ยนพูดคุยกับพื้นที่สภาองค์กรชุมชนตำบล และจัดทำแผนปฏิบัติการ “3331”(3 สัปดาห์ 3 วัน 3 เดือน 1 ปี) เพื่อสร้างความท้าทายตามกระแสเศรษฐกิจที่หมุนเร็ว ณ ปัจจุปัน


เรื่องโดย : สุภาภรณ์ ดำรงพันธ์ / พิชยาภรณ์ หาญวณิชานนท์





