playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

16010277_1723195861058178_1246031130_o.jpg

เมื่อวันที๋ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา   เครือข่ายองค์กรชุมชนจัดการภัยพิบัติภาคใต้ จากศูนย์ชุมชนช่วยเหลือภัยพิบัติจำนวน ๑๔ แห่งใน  จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง กระบี่และสุราษฎร์ธานี  และผู้แทนหน่วยงานต่างๆที่ทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยรวม ๗๑ คนได้ประชุมสรุปผลการทำงานภัยพิบัติและวางแผนการขับเคลื่อนในช่วงต่อไป ที่ศูนย์โอทอป อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

16010088_1723196307724800_1042644116_o.jpg

16121657_1723196221058142_428110171_o.jpg

มีสาระสำคัญดังนี้

1.) บทเรียนสำคัญ

บทบาทสำคัญของหน่วยงานภายนอกคือการจัดตั้งองค์กรชุมชน  ให้จัดการภัยพิบัติด้วยตนเองและสื่อสารกับสังคมเพื่อระดมทรัพยากรมาช่วยผ่านศูนย์ต่างๆ ถ้ามีองค์กรชุมชนเราจะจัดการทุกเรื่องได้  แต่เราต้องทำงานร่วมกันหลายฝ่าย ทำฝ่ายเดียวไม่ได้

ผู้นำในระบบมักชะลอการช่วยเหลือเพื่อให้มีของแจกเพียงพอ จะได้ไม่ถูกตำหนิ ทำให้ไม่ทันกับความเดือดร้อนของชาวบ้าน แต่ศูนย์ชุมชนทำงานช่วยเหลือทันที

เราต้องตั้งศูนย์ช่วยเหลือที่บริหารจัดการโดยชุมชนเองแล้วประสานเครือข่ายต่างๆมาช่วย ศูนย์ของชุมชนจะทำงานได้รวดเร็วไม่ติดระบบราชการ เข้าถึงผู้เดือดร้อนได้ครบถ้วน ป้องกันไม่ให้คนแย่งของกัน มีการจัดระบบการช่วยเหลือไม่ให้ซ้ำซ้อน "ถ้าไม่มีศูนย์ รอแต่ราชการ เราจะไปไม่รอด"

การให้บริการศูนย์เฉพาะหน้าคือทำอาหารแจก แต่ทันทีที่ผู้ประสบภัยทำอาหารเองที่บ้านได้ให้รีบปิดครัว ส่งเป็นอาหารแห้งให้เพียงพอจนกว่าแต่ละครอบครัวจะกลับไปสู่อาชีพปกติได้

เราต้องมีคณะทำงานระดับตำบลและอำเภอที่จะช่วยขับเคลื่อนงานทั้งระยะเฉพาะหน้าและระยะฟื้นฟู

ชุมชนและครอบครัวที่เตรียมตัวมากจะเสียหายน้อย เตรียมตัวน้อยเสียหายมาก

ถ้าศูนย์เรามีของบริจาคเพียงพอแล้ว ต้องกระจายให้พื้นที่อื่นๆทันที

มีผู้นำท้องถิ่นจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้มาช่วยเหลือชุมชน

สาเหตุสำคัญของน้ำท่วมคือเราถมทางน้ำผ่านและก่อสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ

การสื่อสารออนไลน์คือเครื่องมือหลักของประชาชน ไม่ต้องรอสื่อใหญ่

ต้องมีการสื่อสาร ทำความเข้าใจกับผู้บริจาคอย่างต่อเนื่อง ทันเวลา ให้เขาช่วยเหลือได้ตรงจุด ตรงความต้องการ

ข้อมูลที่ชัดเจนในเรื่องจุดที่เดือดร้อน ปัญหาความต้องการที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆตามสถานการณ์คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพ

ยังมีหน่วยงานและบุคคลจำนวนไม่น้อยที่แอบอิงผลประโยชน์จากการทำงานที่เหน็ดเหนื่อยของศูนย์ชุมชน

2.) แผนการขับเคลื่อนในระยะสามเดือน (มกราคม-มีนาคม๒๕๖๐)

การจัดหาฟาง หญ้าให้วัวจำนวนมากที่กำลังอดอาหารในเขตน้ำท่วมของลุ่มน้ำปากพนัง

การจัดหาพันธุ์พืช เครื่องมือการเกษตรทดแทน กองทุนฟื้นอาชีพ

การจัดหาข้าวสาร อาหารแห้งให้ผู้ประสบภัยที่ยังอยู่ในเขตน้ำท่วมขัง อีกไม่น้อยกว่าสองสัปดาห์

การสำรวจข้อมูลเพื่อซ่อมสร้างบ้าน

การสรุปบทเรียน รวมรวมข้อมูลและวางแผนฟื้นฟูชุมชนระดับตำบล โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกสำคัญ

การเชื่อมโยงเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนในเขตน้ำท่วมของแต่ละจังหวัดเพื่อจัดทำข้อเสนอต่อนโยบายรัฐในระดับจังหวัดในการแก้ปัญหาน้ำท่วม

การย้ายที่อยู่ครัวเรือนในพื้นที่ดินโคลนถล่ม อ.เขาพนม จ.กระบี่

3.) แนวทางการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน

เราต้องสร้างเพื่อน สร้างเครือข่ายชุมชนและประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือกันและกันในยามยาก แม้เราไม่มีเงิน ไม่มีข้าวของ แต่เพื่อนจะมาช่วยเราเสมอ

เราต้องมีธนาคารข้าว ธนาคารอาหาร มีกองทุนจัดการภัยพิบัติระดับตำบล จังหวัดและภาคเพื่อช่วยเหลือตนเองได้ทันที

ถ้าทุกครอบครัวเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ทุกหมู่บ้าน ตำบลเตรียมพร้อมรับมือและมีระบบเตือนภัยที่ดี  ชุมชนจะจัดการภัยพิบัติได้ด้วยตนเอง การเตรียมความพร้อมหมายถึงการเตรียมอาหาร เตรียมเชื้อเพลิง น้ำ ยานพาหนะ แผนการอพยพคนและสัตว์และเตรียมกองทุน

4.)ข้อเสนอเชิงโยบาย

รัฐบาลต้องสำรวจถนนและระบบระบายน้ำต่างๆที่สร้างปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้และแก้ไขโดยมาตรการเด็ดขาดก่อนเดือนธันวาคม๒๕๖๐ซึ่งเป็นฤดูฝนครั้งต่อไป

จัดหาที่สาธารณะในทุกตำบลที่เป็นพื้นที่เสี่ยงสำหรับเป็นที่พักคน พักรถและวัวควายในยามน้ำท่วม

สนับสนุนสินเชื่อปลอดดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนส่งอย่างน้อย ๒๐ปี เพื่อยกบ้านในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากให้สูงพ้นน้ำ(ประมาณรายละ ๓๐๐,๐๐๐บาท)

ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดให้สร้างบ้านยกพื้นในพื้นที่เสี่ยงหรือออกมาตรการด้านผังเมืองห้ามสร้างบ้านในพื้นที่เสี่ยง

สร้างอ่างเก็บน้ำ/พื้นที่รับน้ำ/ฝายชะลอน้ำในเขตลุ่มน้ำปากพนังเพื่อแก้ปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง

ยกระดับถนนในชุมชนทุกสายให้สามารถเดินทางได้ยามน้ำท่วม แต่ให้มีระบบระบายน้ำที่เหมาะสมไม่ให้ตัวถนนเป็นสาเหตุให้น้ำท่วมเสียเอง

สนับสนุนระบบกรองน้ำรวมให้หมู่บ้านเสี่ยงทุกหมู่บ้าน ป้องกันการขาดน้ำเมื่อเกิดภัยพิบัติ

ปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้นายกอบต/เทศบาล ประกาศเขตภัยพิบัติได้เอง /เมื่อจังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติให้จัดงบประมาณให้ท้องถิ่นละหนึ่งล้านบาททันที ไม่ใช่ผูกขาดการใช้งบที่ผู้ว่าราชการจังหวัด/การประกาศและยกเลิกเขตภัยพิบัติต้องมีคณะกรรมการร่วมตัดสินใจ/ให้สามารถใช้งบประมาณป้องกันภัยพิบัติได้ ไม่ใช่ใช้ได้เมื่อเกิดเหตุเท่านั้น

16122318_1723196464391451_1160448234_o.jpg

16107992_1723195711058193_870791131_o.jpg


อัมพร  แก้วหนู ผู้อำนวยการสำนักงานภาคใต้ รายงาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter