
เมื่อวันที๋ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา เครือข่ายองค์กรชุมชนจัดการภัยพิบัติภาคใต้ จากศูนย์ชุมชนช่วยเหลือภัยพิบัติจำนวน ๑๔ แห่งใน จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง กระบี่และสุราษฎร์ธานี และผู้แทนหน่วยงานต่างๆที่ทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยรวม ๗๑ คนได้ประชุมสรุปผลการทำงานภัยพิบัติและวางแผนการขับเคลื่อนในช่วงต่อไป ที่ศูนย์โอทอป อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช


มีสาระสำคัญดังนี้
1.) บทเรียนสำคัญ
บทบาทสำคัญของหน่วยงานภายนอกคือการจัดตั้งองค์กรชุมชน ให้จัดการภัยพิบัติด้วยตนเองและสื่อสารกับสังคมเพื่อระดมทรัพยากรมาช่วยผ่านศูนย์ต่างๆ ถ้ามีองค์กรชุมชนเราจะจัดการทุกเรื่องได้ แต่เราต้องทำงานร่วมกันหลายฝ่าย ทำฝ่ายเดียวไม่ได้
ผู้นำในระบบมักชะลอการช่วยเหลือเพื่อให้มีของแจกเพียงพอ จะได้ไม่ถูกตำหนิ ทำให้ไม่ทันกับความเดือดร้อนของชาวบ้าน แต่ศูนย์ชุมชนทำงานช่วยเหลือทันที
เราต้องตั้งศูนย์ช่วยเหลือที่บริหารจัดการโดยชุมชนเองแล้วประสานเครือข่ายต่างๆมาช่วย ศูนย์ของชุมชนจะทำงานได้รวดเร็วไม่ติดระบบราชการ เข้าถึงผู้เดือดร้อนได้ครบถ้วน ป้องกันไม่ให้คนแย่งของกัน มีการจัดระบบการช่วยเหลือไม่ให้ซ้ำซ้อน "ถ้าไม่มีศูนย์ รอแต่ราชการ เราจะไปไม่รอด"
การให้บริการศูนย์เฉพาะหน้าคือทำอาหารแจก แต่ทันทีที่ผู้ประสบภัยทำอาหารเองที่บ้านได้ให้รีบปิดครัว ส่งเป็นอาหารแห้งให้เพียงพอจนกว่าแต่ละครอบครัวจะกลับไปสู่อาชีพปกติได้
เราต้องมีคณะทำงานระดับตำบลและอำเภอที่จะช่วยขับเคลื่อนงานทั้งระยะเฉพาะหน้าและระยะฟื้นฟู
ชุมชนและครอบครัวที่เตรียมตัวมากจะเสียหายน้อย เตรียมตัวน้อยเสียหายมาก
ถ้าศูนย์เรามีของบริจาคเพียงพอแล้ว ต้องกระจายให้พื้นที่อื่นๆทันที
มีผู้นำท้องถิ่นจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้มาช่วยเหลือชุมชน
สาเหตุสำคัญของน้ำท่วมคือเราถมทางน้ำผ่านและก่อสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ
การสื่อสารออนไลน์คือเครื่องมือหลักของประชาชน ไม่ต้องรอสื่อใหญ่
ต้องมีการสื่อสาร ทำความเข้าใจกับผู้บริจาคอย่างต่อเนื่อง ทันเวลา ให้เขาช่วยเหลือได้ตรงจุด ตรงความต้องการ
ข้อมูลที่ชัดเจนในเรื่องจุดที่เดือดร้อน ปัญหาความต้องการที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆตามสถานการณ์คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพ
ยังมีหน่วยงานและบุคคลจำนวนไม่น้อยที่แอบอิงผลประโยชน์จากการทำงานที่เหน็ดเหนื่อยของศูนย์ชุมชน
2.) แผนการขับเคลื่อนในระยะสามเดือน (มกราคม-มีนาคม๒๕๖๐)
การจัดหาฟาง หญ้าให้วัวจำนวนมากที่กำลังอดอาหารในเขตน้ำท่วมของลุ่มน้ำปากพนัง
การจัดหาพันธุ์พืช เครื่องมือการเกษตรทดแทน กองทุนฟื้นอาชีพ
การจัดหาข้าวสาร อาหารแห้งให้ผู้ประสบภัยที่ยังอยู่ในเขตน้ำท่วมขัง อีกไม่น้อยกว่าสองสัปดาห์
การสำรวจข้อมูลเพื่อซ่อมสร้างบ้าน
การสรุปบทเรียน รวมรวมข้อมูลและวางแผนฟื้นฟูชุมชนระดับตำบล โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกสำคัญ
การเชื่อมโยงเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนในเขตน้ำท่วมของแต่ละจังหวัดเพื่อจัดทำข้อเสนอต่อนโยบายรัฐในระดับจังหวัดในการแก้ปัญหาน้ำท่วม
การย้ายที่อยู่ครัวเรือนในพื้นที่ดินโคลนถล่ม อ.เขาพนม จ.กระบี่
3.) แนวทางการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
เราต้องสร้างเพื่อน สร้างเครือข่ายชุมชนและประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือกันและกันในยามยาก แม้เราไม่มีเงิน ไม่มีข้าวของ แต่เพื่อนจะมาช่วยเราเสมอ
เราต้องมีธนาคารข้าว ธนาคารอาหาร มีกองทุนจัดการภัยพิบัติระดับตำบล จังหวัดและภาคเพื่อช่วยเหลือตนเองได้ทันที
ถ้าทุกครอบครัวเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ทุกหมู่บ้าน ตำบลเตรียมพร้อมรับมือและมีระบบเตือนภัยที่ดี ชุมชนจะจัดการภัยพิบัติได้ด้วยตนเอง การเตรียมความพร้อมหมายถึงการเตรียมอาหาร เตรียมเชื้อเพลิง น้ำ ยานพาหนะ แผนการอพยพคนและสัตว์และเตรียมกองทุน
4.)ข้อเสนอเชิงโยบาย
รัฐบาลต้องสำรวจถนนและระบบระบายน้ำต่างๆที่สร้างปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้และแก้ไขโดยมาตรการเด็ดขาดก่อนเดือนธันวาคม๒๕๖๐ซึ่งเป็นฤดูฝนครั้งต่อไป
จัดหาที่สาธารณะในทุกตำบลที่เป็นพื้นที่เสี่ยงสำหรับเป็นที่พักคน พักรถและวัวควายในยามน้ำท่วม
สนับสนุนสินเชื่อปลอดดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนส่งอย่างน้อย ๒๐ปี เพื่อยกบ้านในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากให้สูงพ้นน้ำ(ประมาณรายละ ๓๐๐,๐๐๐บาท)
ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดให้สร้างบ้านยกพื้นในพื้นที่เสี่ยงหรือออกมาตรการด้านผังเมืองห้ามสร้างบ้านในพื้นที่เสี่ยง
สร้างอ่างเก็บน้ำ/พื้นที่รับน้ำ/ฝายชะลอน้ำในเขตลุ่มน้ำปากพนังเพื่อแก้ปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง
ยกระดับถนนในชุมชนทุกสายให้สามารถเดินทางได้ยามน้ำท่วม แต่ให้มีระบบระบายน้ำที่เหมาะสมไม่ให้ตัวถนนเป็นสาเหตุให้น้ำท่วมเสียเอง
สนับสนุนระบบกรองน้ำรวมให้หมู่บ้านเสี่ยงทุกหมู่บ้าน ป้องกันการขาดน้ำเมื่อเกิดภัยพิบัติ
ปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้นายกอบต/เทศบาล ประกาศเขตภัยพิบัติได้เอง /เมื่อจังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติให้จัดงบประมาณให้ท้องถิ่นละหนึ่งล้านบาททันที ไม่ใช่ผูกขาดการใช้งบที่ผู้ว่าราชการจังหวัด/การประกาศและยกเลิกเขตภัยพิบัติต้องมีคณะกรรมการร่วมตัดสินใจ/ให้สามารถใช้งบประมาณป้องกันภัยพิบัติได้ ไม่ใช่ใช้ได้เมื่อเกิดเหตุเท่านั้น


อัมพร แก้วหนู ผู้อำนวยการสำนักงานภาคใต้ รายงาน





