playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
IMG 0056

องค์กรชุมชนอีสานใต้ทบทวนงานเศรษฐกิจชุมชน 22 ตำบล วางทิศทำข้อมูล สู่การกำหนดแผน พัฒนากลไก เชื่อมโยงภาคี ใช้จตุพลังหนุนเศรษฐกิจตำบลให้พี่น้องอยู่ดีกินดี

สุรินทร์/ ระหว่างวันที่ 15-16 มกราคม 2560 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดเวทีสรุปบทเรียนตำบลเศรษฐกิจชุมชนขบวนองค์กรชุมชนอีสานใต้ “ไว้ใจ เชื่อมั่น ศรัทธา” ณ องค์การบริหารส่วนตำบล อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ โดยมีตัวแทนจาก 22 ตำบล ใน 6 จังหวัด นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ เข้าร่วมสรุปบทเรียน แลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับเคลื่อนงานพื้นที่รูปธรรมเศรษฐกิจและทุนชุมชน กำหนดแนวทางการเชื่อมโยงบริษัทประชารัฐ และการทำงานแบบเครือข่ายคลัสเตอร์ 5 คลัสเตอร์ เศรษฐกิจและทุนชุมชนอีสานใต้ ที่ประกอบด้วย 1) เกษตรอินทรีย์ 2) ข้าว 3) วิสาหกิจชุมชน 4) สถาบันการเงินชุมชน และ 5) ท่องเที่ยวชุมชน

นายวิรัตน์ สุขกุล อนุกรรมการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช. กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ว่า เป็นการจัดเวทีเพื่อให้พี่น้องจาก 6 จังหวัด มาร่วมกันสรุปบทเรียน ผลการทำงานการขับเคลื่อนงานพื้นที่รูปธรรมเศรษฐกิจและทุนชุมชนอีสานใต้ และหาแนวทางการเชื่อมโยงกับบริษัทประชารัฐ และการทำงานเชื่อมโยงคลัสเตอร์ในกลุ่มจังหวัดอีสานใต้ เพื่อนำเอาประสบการณ์ไปประยุทต์ใช้พัฒนางานในแต่ละตำบลให้ดีขึ้นในโอกาสต่อไป

หลังจากที่แต่ละตำบลได้กำหนดเป้าหมายภารกิจในการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน จากเวทีที่ตำบลบึงพะไล และได้ลงปฏิบัติการในพื้นที่ ดำเนินการผ่านมาแล้วมีความคืบหน้าอย่างไร พี่น้องมีความอยู่ดีมีสุขขึ้นอย่างไร และในปี 2560 จะเดินต่ออย่างไร รวมทั้งช่วงที่ผ่านมาภาคใต้เกิดวิกฤตน้ำท่วม มาวันนี้เราจะระดมช่วยกันสมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้จังหวัดละ 5,000 บาท 6 จังหวัด รวม 30,000 บาท โดยจะส่งมอบผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันที่ 17 มกราคม 2560 นี้

ด้าน ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ ผู้จัดการสำนักพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน พอช. กล่าวในหัวข้อ“สถานการณ์งานเศรษฐกิจและทุนชุมชน เชื่อมโยงการขับเคลื่อนงานบริษัทประชารัฐรักสามัคคี (ประเทศไทย) จำกัด” ระบุว่า จังหวัดสุรินทร์เมื่อก่อนเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์อันดับ 1 ของเมืองไทย แต่วันนี้โดนจังหวัดอื่นแซงไปเสียแล้ว ทำอย่างไรสุรินทร์จะกลับไปเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ที่ 1 ได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ขอท้าทาย ถ้าคิดว่าทำได้ให้ลุกขึ้นมาทำเลยครับจะสำเร็จ แต่ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็ให้เลิกทำเพราะจะไม่สำเร็จ

พี่น้องทั้ง 22 ตำบลถือว่าโชคดี ที่มีงบประมาณสนับสนับสนุน เป็นน้ำมันเครื่องมาช่วยในการดำเนินการเรื่องระบบเศรษฐกิจในชุมชนให้เกิดการหมุน เงินที่ได้รับ 70,000-100,000 บาท เมื่อปี 2559 แต่ในปีนี้ 2560 มีงบสนับสนุนพื้นที่ละ 30,000 พี่น้องต้องใช้ให้คุ้มค่า เราเห็นพลังของขบวนองค์กรชุมชน 8,000 ตำบล เห็นพลังของสภาองค์กรชุมชนตำบล 5,600 กว่าสภาฯ ซึ่งมีทั้งเข้มแข็ง อ่อนแก่ผสมกันไป เป็นพลังในการจัดการตนเองด้านเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น

ดร.อนุรักษ์ กล่าวต่อว่า การพัฒนาจะยั่งยืนได้ต้องเริ่มที่ฐานราก ที่ท้องถิ่น ใช้จตุพลังจากท้องถิ่น ท้องที่ ผู้นำชุมชน หน่วยงาน จับมือเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนจัดการตนเอง มีกระบวนการใช้ข้อมูลมาทำแผน ออกแบบระบบเศรษฐกิจให้ครบวงจร อาจมีการจัดตั้งบริษัทเป็นกลไกในการจัดการ อย่างบริษัทพัฒนาสวาย ที่ตำบลสวาย จังหวัดสุรินทร์ โดยมาร่วมกันลงหุ้น แบ่งปันผลกำไร 70-30 % โดยมีผลผลิตจากเกษตรอินทรีย์ การแปรรูป การท่องเที่ยวชุมชน และผ้าไหม มารวมกันไม่ต่างคนต่างทำ ใช้บริษทที่ตั้งขึ้นเชื่อมโยงการค้าการขายผลผลิตในตำบล 1 ตำบล 1 เอสออ็มอี เชื่อมโยงตลาด ทำแผน แตะมือภาคี ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง

นายสามารถ นามโยธา รักษาการหัวหน้ากลุ่มจังหวัด สรุปสาระสำคัญจากการหารือกลุ่มย่อย โดยระบุว่า ความหมายเศรษฐกิจและทุนนั้น พูดถึงเรื่อง รายได้ รายจ่าย ทุนทั้งเงินและไม่ใช่เงิน ความหมายรวมคือการบริหารจัดการทุนที่มีอยู่ให้เกิดรายได้ ผ่านกระบวนการรวมกลุ่มสู่การกระจายรายได้อย่างเป็นธรรมในชุมชน ทั้งนี้ 22 ตำบล ที่ลงไปทำทั้งการระดมทุน บริหารทุน ผลิต แปรรูป บริการ สามารถแบ่งได้เป็น คลัสเตอร์เกษตรอินทรีย์ วิสาหกิจ ท่องเที่ยวชุมชน สถาบันการเงินชุมชน

สิ่งที่เราทำที่ผ่านมา เริ่มจากการทำความเข้าใจร่วมในตำบล การศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล ยกร่างแผน ดำเนินการ สรุปบทเรียน สาระหลักที่ร่วมกันทั้ง 22 ตำบล คือการทำข้อมูล เกิดครัวเรือนต้นแบบเกษตรอินทรีย์ ต้นแบบการจัดการหนี้ พื้นที่ต้นแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเติมความรู้ให้กับกลุ่ม สร้างผลิตภัณฑ์ และออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ มีการเชื่อมโยง สร้างหน่วยการจัดการร่วม โยงพลัง นำสู่การจัดทำนโยบายสาธารณะในระดับตำบล

เมื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมาย การทำให้ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การเชื่อมโยงเป็นแผนเป็นนโยบายสาธารณะของพื้นที่ ระบบการจัดการ การผลิต การควบคุมคุณภาพ การบริหารจัดการ เป็นเรื่องที่ต้องมีการเพิ่มเติมความรู้ และทักษะต่างๆ เหล่านั้นเพิ่มมากขึ้นในโอกาสต่อไป นายสามารถ กล่าว

อย่างไรก็ตามได้มีการประเมินพื้นที่ตำบลที่สามารถพัฒนางานเศรษฐกิจและทุนชุมชนอีสานใต้ใน  6 จังหวัด 5 คลัสเตอร์ แบ่งเป็นจังหวัดนครราชสีมา 69 ตำบล บุรีรัมย์ 75 ตำบล สุรินทร์ 42 ตำบล ศรีสะเกษ 35 ตำบล อุบลราชธานี 26 ตำบล อำนาเจริญ 105 ตำบล รวม 352 ตำบล แบ่งออกเป็นตารางได้ดังนี้

ลำดับ

จังหวัด

เกษตรอินทรีย์

ข้าว

วิสาหกิจชุมชน

สถาบัน  การเงิน

ท่องเที่ยวชุมชน

รวม

1

นครราชสีมา

21

2

33

13

5

69

2

บุรีรัมย์

29

3

37

3

3

75

3

สุรินทร์

20

6

4

5

7

42

4

ศรีสะเกษ

7

4

14

6

4

35

5

อุบลรธานี

9

3

6

2

6

26

6

อำนาจเจริญ

26

18

30

10

21

105

รวม

122

36

124

39

46

352




อย่างไรก็ดีทิศทางการเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจและทุนชุมชนนั้น องค์กรชุมชนต้องเห็นภาพในเชิงนโยบาย ปัจจุบันหน่วยงานรัฐมีงบประมาณต่างคนต่างลงในพื้นที่ ในปีงบประมาณ 2560 มีการบูรณาการงบประมาณการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง รัฐคลี่งบทุกหน่วย และตัดไว้กองอยู่ตรงกลาง แล้วบูรณาการหน่วยงานกว่า 80 หน่วยงาน มองพื้นที่เป็นตัวตั้งซึ่งใช้ภาษาเดียวกัน ส่วนพอช.ใช้แนวราบ หลายหน่วยงานยังใช้แนวดิ่ง แต่พร้อมที่จะจับมือร่วมกันทำงาน เป้าหมาย 20 ปี ต้องชัด นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ต้องทำ การพัฒนาที่ยั่งยืน SDG ต้องทำ ทุกหน่วยต้องมายำรวม และบริหารจัดการงบประมาณในพื้นที่ งบจะอยู่ที่จังหวัดและกลุ่มจังหวัด งบพัฒนาจะไปอยู่ที่ ผู้ว่าซีอีโอ กลุ่มจังหวัด

ที่ผ่านมาเราเอางบออกมาไม่ได้ และจะมีงบประมาณลงมาที่กลุ่มจังหวัด บางพื้นที่ได้เพราะมีแผนพร้อมเสียบ อย่างที่จังหวัดน่าน มีแผนการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ น่านขอ 140 กว่าล้าน ทำศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า ใช้กระทรวงเกษตรบูรณาการ ถ้าเราไม่มีเพื่อนเราไม่สามารถบูรณาการงบลงมาได้ อย่างกลุ่มจังหวัด น่าน พะเยา เชียงราย แพร่ แต่ถ้าน่านทำเกษตรอินทรีย์จังหวัดเดียวจะไปไม่ได้ ต้องขยับทั้งกลุ่มจังหวัด วิธีการ ใช้การเชื่อมประชารัฐ เสนองบที่กลุ่มจังหวัด

อย่างเรื่องผ้าไหม สุรินทร์ต้องเล่นทั้งกลุ่มจังหวัด นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ หรือเรื่องท่องเที่ยวชุมชนก็เช่นกัน ต้องรู้กลไกบริหารจังหวัดและกลุ่มจังหวัด จับมือเล่นด้วยกัน เซ็ตคอทีมกลุ่มจังหวัด 18 กลุ่มจังหวัด มีเครือข่าย ภาคี หน่วยงานเข้ามาร่วมกันทำงาน ตอนนี้โอกาสเปิด แต่ต้องเล่นให้เป็น หากกลไก มีประสิทธิภาพในการเพิ่มมูลค่าให้ชุมชน มีมาตรฐาน มีการต่อเชื่อมหน่วยงานแล้ว การใช้กลไกบริษัทประชารัฐ ก็ต้องจับเรื่องอื่นๆ ที่ยังไม่ได้หนุนเสริม

โดยยุทธศาสตร์การทำงานองค์กรชุมชนต้อง ใช้แนวทางการจับมือสานจตุพลัง องค์กรชุมชน หน่วยงาน ท้องที่ ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน บริษัทประชารัฐรักสามัคคี จัดทำข้อมูล จัดทำแผนบูรณาการ ขึ้นลูกจากองค์กร ไม่ขึ้นลูกจากปัจเจก การเชื่อมโยงบริษัทประชารัฐ ต้องไม่ใช่การทำในเชิงปัจเจก เคลื่อนเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ เศรษฐกิจฐานรากไม่ใช่เรื่องรายได้อย่างเดียว รายจ่ายต้องสมดุล และแต่ละจังหวัดต้องกำหนดประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนที่ชัดเจน

นอกจากนั้นแนวทางการเชื่อมโยงกลไกของภาคประชาชนกับบริษัทประชารัฐ ต้องเคลื่อนในระดับพื้นที่ บริษัทประชารัฐฯ เชื่อมโยงตลาดภายนอก เชื่อมโยงหน่วยงานสนับสนุน โดยบทบาทพื้นที่ตำบล จังหวัด กลุ่มจังหวัดต้องชัดเจน สอดคล้องกับบทบาทหน่วยสนับสนุนส่วนกลาง เชื่อมประสาน หนุนเสริมวิชาการ ความรู้ในระดับคลัสเตอร์ พื้นที่เป็นตัวตั้ง พัฒนาจากข้างล่างขึ้นบน เป้าหมายดึงงบประมาณจากจังหวัด กลุ่มจังหวัดของรัฐ และเริ่มจากขยับ 1 จังหวัดต้นแบบ แล้วเคลื่อนสู่กลุ่มจังหวัด จัดการระบบข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน  

อาจจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเป็นรายจังหวัด หรือกลุ่มจังหวัด โดยจะเริ่มจากเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ ท่องเที่ยวชุมชน40 ตำบล อีสานใต้ 17-19 กุมภาพันธ์ 2560 ที่วังน้ำเขียว นครราชสีมา ตัวแทนตำบลละ 3 คน แกนนำจังหวัดละ 2 คน เสนอโครงการของรับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. ส่วนกลาง

ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ลงพื้นที่ศึกษาเรียนรู้พื้นที่รูปธรรมของตำบลทมอ 3 ฐานการเรียนรู้ 1) การเพาะเห็ด วิธีคิดการวางระบบโรงเรือน ระบบน้ำ การควบคุมอุณหภูมิ การทำเชื้อเห็ด การผลิตก้อนเห็ด ซึ่งการเพาะเห็ดที่ตำบลทมอนั้นเป็นแหล่งการเรียนรู้การเพาะเห็ดให้กับผู้ที่สนใจได้เป็นอย่างดี 2) การเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อส่งออก กิโลกรัมละ 80 บาท สามารถลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ครัวเรือนได้จริง และ 3) การจัดการการรวมกลุ่มเกษตรอินทรีย์ การผลิตข้าว การจัดการโรงสีข้าว การสร้างตลาด ที่มีจุดแข็งในการขายข้าวได้ราคา สมาชิกขายได้ตันละ 16,000 บาท การเลี้ยงหมู เลี้ยงวัว การทำปุ๋ย ผลิตข้าวหลายสายพันธุ์ หอมมะลิ ข้าวผกาอัมปึล ข้าวไรซ์เบอร์รี่ มะลิ สามารถหาทุนสนับสนุนได้กว่า 10 ล้านบาท โรงสีมีกำลังผลิตวันละ 3 ตัน สมาชิกจดทะเบียนเป็นสมาคมเกษตรอินทรีย์ มีการไปเรียนรู้ต่างประเทศหลายแห่ง มีหน่วยงานหลายภาคส่วนมาส่งเสริมสนับสนุน ภาคเอกชน โรงแรมกว่า 10 แห่งเป็นลูกค้ารับซื้อข้าว


IMG 0081



IMG 0060IMG 0065IMG 0067IMG 0070IMG 0076IMG 0077IMG 0087


แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter