รายงานข่าวจากคณะกรรมการดำเนินการ โครงการประกวดรางวัล “ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์ระดับชาติ ตามแนวคิดของศาสตราจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ “คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ประจำปี 2560 เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการฯ ได้ประกาศเปิดรับสมัครองค์กร/กองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศที่มีผลงานดีเด่นด้านการดูแลคุณภาพชีวิตคนในชุมชน จำนวน 9 ประเภท ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน – 31 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยมีองค์กร/กองทุนสวัสดิการชุมชนจาก 5 ภาค รวม 31 กองทุน ส่งผลงานเข้ามาเพื่อพิจารณา ขณะนี้ผลการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยมีกองทุนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลในประเภทต่างๆ ดังนี้
1. ด้านการสร้างครอบครัวอบอุ่น การดูแลผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตและคุณค่าในสังคม ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว
2. ด้านการส่งเสริมสุขภาพ การรักษาดูแล ป้องกัน สุขภาวะในชุมชน ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลห้วยด้วน อ.ดอนตูม จ.นครปฐม
3. ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนและการศึกษา เพื่อการเติบโตเป็นคนดีและมีคุณภาพ ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลสรรพยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท
4. ด้านการพัฒนาการประกอบอาชีพ พัฒนาระบบเศรษฐกิจของครัวเรือนและชุมชน และการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ได้แก่ กองทนุสวัสดิการชุมชนตำบลหนองม่วง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
5.ด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน การจัดการขยะ การจัดการและฟื้นฟูภัยพิบัติ ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลวังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว
6. ด้านการจัดการที่ดิน/จัดสรรที่ดินทำกิน การสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและที่อยู่อาศัย ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลกุดรัง อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม
7. ด้านการบริหารจัดการกองทุนที่ดีและมีธรรมาภิบาล ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง
8. ด้านผลงานการจัดสวัสดิการชุมชนแบบองค์รวม หลายมิติ สามารถเชื่อมโยงและบูรณาการทรัพยากรจากหลากหลายแห่งเพื่อแก้ไขปัญหาของสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนโพธิ์พระยาร่วมใจ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี
9.ด้านการฟื้นฟูระบบคุณค่าทางวัฒนธรรม การอยู่ร่วมกัน การช่วยเหลือเกื้อกูลระหว่างกลุ่ม หนุนช่วยเพื่อน รวมทั้งร่วมมือกับหน่วยงาน ภาคี เครือข่ายต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชนและสังคม ไม่มีกองทุนที่ผ่านหลักเกณฑ์
ทั้งนี้กองทุนสวัสดิการที่ส่งผลงานเข้าพิจารณาต้องมีคุณสมบัติต่างๆ ตามหลักเกณฑ์ เช่น 1.เป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล/เมืองที่มีการดำเนินงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี 2.สมาชิกและผู้รับประโยชน์ของกองทุนสวัสดิการชุมชนมีความหลากหลาย ครอบคลุมทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงเยาวชน คนชรา คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส และสมาชิกกระจายพื้นที่ในตำบล รวมทั้งมีแผนการพัฒนา และมีการขยายจำนวนสมาชิกในแต่ละปี 3.มีการจัดสวัสดิการชุมชนไม่น้อยกว่า 6 เรื่อง เช่น เกิด เจ็บ ตาย การศึกษา อาชีพ การจัดการที่อยู่อาศัย/ที่ดินทำกิน การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ ที่ครอบคลุมทั้งสมาชิกและคนในชุมชน โดยรวมการจัดสวัสดิการที่เป็นตัวเงิน และไม่ใช่ตัวเงิน และเชื่อมโยงสวัสดิการกับงานพัฒนาด้านต่างๆ ในชุมชน
4.มีระบบการบริหารกองทุนที่ดี มีความชัดเจน ทั้งคณะกรรมการ สมาชิก ทะเบียน/ข้อมูลสมาชิก ระเบียบหลักเกณฑ์ของกองทุน ระบบบัญชีการเงิน แผนการพัฒนาองค์กร 5.มีระบบการทำรายงานการเงินที่เป็นปัจจุบัน รายงานแสดงสถานะการเงินทุก 3 เดือน ต้องมีการรายงานผลการดำเนินงานประจำปีต่อสาธารณะ 6. มีข้อมูลระบบสวัสดิการในตำบลที่เห็นถึงความครอบคลุมของการจัดสวัสดิการชุมชน ฯลฯ
สำหรับกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ได้รับรางวัลทั้ง 8 กองทุนจะมีพิธีมอบรางวัลในวันที่ 9 มีนาคม 2560 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยวันที่ 9 มีนาคมถือเป็นวันคล้ายวันเกิดของศาสตราจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
การจัดประกวดรางวัล “ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์” จะจัดขึ้นทุกปี โดยในปีนี้เป็นปีที่ 2 มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อยกย่อง เชิดชู องค์กร/กองทุนสวัสดิการชุมชนที่ดำเนินการงานช่วยเหลือ ดูแลคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างโดดเด่นในด้านต่างๆ 2.เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ จังหวัด ภาค และประเทศ และขยายผลกองทุนฯ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ 3.เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาล ภาคเอกชน และสังคม ตระหนักถึงคุณค่าของแนวคิดเรื่อง “คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” และนำไปสู่การพัฒนาระบบปฏิบัติการด้านสวัสดิการให้ประชาชนเข้าถึงและเหมาะสม
แนวคิด “คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” เป็นบทความภาษาอังกฤษขนาด 2 หน้า ที่ศาสตราจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้นำเสนอบทความชิ้นนี้ในที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาการพัฒนาเอเชียตะวันออกไกลในเดือนตุลาคม 2516 หลังจากนั้นจึงได้มีการแปลและเผยแพร่บทความนี้ออกไปอย่างกว้างขวาง เนื้อหากล่าวถึงความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ที่ควรจะได้รับบริการสวัสดิการจากรัฐ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา จนกระทั่งเสียชีวิต ดังข้อความตอนหนึ่งว่า...
“ผมต้องการสุขภาพอนามัยอันดี และรัฐบาลจะต้องให้บริการป้องกันรักษาโรคแก่ผมฟรี กับบริการการแพทย์ รักษาพยาบาลอย่างถูก อย่างดี เจ็บป่วยเมื่อใดหาหมอ หาพยาบาลได้สะดวก ผมจำเป็นต้องมีเวลาว่างสำหรับเพลิดเพลินกับครอบครัว มีสวนสาธารณะที่เขียวชอุ่ม สามารถมีบทบาทและชมศิลปะ วรรณคดี นาฏศิลป์ ดนตรี ฯลฯ ผมต้องการอากาศบริสุทธิ์สำหรับหายใจ น้ำบริสุทธิ์สำหรับดื่ม....เรื่องที่ผมเรียกร้องข้างต้นนี้ ผมไม่เรียกร้องเปล่า ผมยินดีเสียภาษีอากรให้ส่วนรวมตามอัตภาพ ผมต้องการโอกาสที่มีส่วนในสังคมรอบตัว ผมต้องการมีส่วนในการวินิจฉัยโชคชะตาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของชาติ....”
ศาสตราจารย์ป๋วยเกิดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2459 เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (พ.ศ.2502-2514) และอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ.2517-2519) ท่านได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลที่ซื่อสัตย์ สมถะ มีผลงานด้านการบริหารที่โดดเด่นหลายด้าน ทั้งด้านการเงิน การคลัง งานวิชาการ ได้รับรางวัลแมกไซไซสาขาบริการสาธารณะในปี 2508 เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย รวมทั้งโครงการพัฒนาชนบทอื่นๆ ท่านเสียชีวิตเมื่อ 28 กรกฎาคม 2542 รวมอายุได้ 83 ปี
ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศจำนวน 5,960 กองทุน มีสมาชิกกว่า 5 ล้านราย มีเงินกองทุนรวมกันทั้งหมดกว่า 1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้เครือข่ายสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศได้ตั้งเป้าหมายขยายสมาชิกให้ครอบคลุมทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน ภายในปี 2561
















รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.





