
ศรีสะเกษ/ 23-24 มกราคม 2560 ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ จัดงานตุ้มโฮมไทอีสานใต้ “คนเมืองศรี อยู่ดีมีแฮง” ณ ศูนย์ OTOP องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีตัวแทนองค์กรชุมชน 8 จังหวัดอีสานใต้ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร และศรีสะเกษ ภาคคีภาครัฐ และเอกชน นักศึกษา เข้าร่วมงาน โดยได้รับเกียรติจากนายสันติธร ยิ้มละมัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ มาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน
นายสมหวัง พุ่มไม้ ประธานคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การสร้างเครือข่ายการทำงานในจังหวัดของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ มีพัฒนาการต่อเนื่องมาหลายยุคหลายสมัย และได้กำหนดยุทธศาสตร์ “คนเมืองศรีอยู่ดีมีแฮง” ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่าน งานตุ้มโฮมไทอีสานใต้ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนการจัดงานจากผู้คนหลายฝ่ายในจังหวัดศรีสะเกษ เป็นการจัดกิจกรรมประจำปีเพื่อโฮมบุญโฮมคนอีสานใต้ ที่หมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดงาน เพื่อให้พี่น้องได้มาพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และระดมทุนจัดตั้งกองทุนคนเมืองศรีอยู่ดีมีแฮง
ในงานนี้ได้มีการจัดนิทรรศการขององค์กรชุมชนในจังหวัดศรีสะเกษ และการนำผลผลิตของชุมชนมาออกร้าน ซึ่งมีการจัดกิจกรรมทางศาสนา มีกิจกรรมทางวิชาการ และการโสเหล่ของพี่น้องอีสานใต้ ซึ่งจะได้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ จากจุดเด่นจุดแข็งของแต่ละจังหวัดมาประยุกต์ใช้ ถ้าเราต่างคนต่างอยู่จะไม่เข้มแข็ง หากไม่รวมพลังมาพูดคุยมาค้นหาประเด็นร่วม เรากำลังจะไปข้างหน้า ก้าวข้ามปัญหาไปด้วยกันอย่างไร
นายสันติธร ยิ้มละมัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวในการเปิดงานว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายร่วมกันในการพัฒนาพื้นที่อีสานใต้ จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจากฉบับที่ 1 จนถึงแผนที่ 12 ประเทศไทยยังไม่พ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง รัฐบาลจึงมีนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เน้นความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลมองเห็นความสำคัญของภาคส่วนอื่นๆ ทั้งเอกชน ท้องถิ่น ท้องที่ และภาคประชาสังคม ที่ทุกภาคส่วนต้องมีการบูรณาการการทำงานพัฒนาจังหวัดซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมประเทศ
การพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ เราตกผลึกในการบูรณาการการทำงานร่วม มุ่งสร้างแบนด์เกษตรปลอดภัย มุ่งพัฒนาความเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์บนวิถีความพอเพียง โดยยึดหลัก สะอาดกายเจริญวัย พัฒนาระบบการศึกษา และสาธารณสุข หลักสะอาดบ้านเจริญเมือง เน้นการทำงานในหลักประชารัฐ มุ่งพัฒนาศรีสะเกษเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และเมืองการค้าชายแดน และหลักสะอาดใจเจริญงาน ตามวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และธรรมาภิบาลมาเป็นหลักในการดำเนินงาน เมื่อได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มั่นใจว่าศรีสะเกษจะเป็นเมืองอยู่ดีมีแฮง ประชาสังคมจะเป็นกำลังในการขับเคลื่อนศรีสะเกษ ทำให้การพัฒนาประเทศมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนต่อไป
องค์กรชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ ประกาศยุทธศาสตร์ “คนเมืองศรีอยู่ดีมีแฮง”
ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีความมั่นคงในการดำเนินชีวิต สามารถพึ่งพาตนเองได้ และได้พัฒนากระบวนการทำงานขององค์กรชุมชนให้เป็นรูปธรรม มีทิศทางการทำงานที่ชัดเจนและทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์ ที่เรียกว่า “คนเมืองศรีอยู่ดีมีแฮง” 4 ยุทธศาสตร์ คือ
1) เสริมสร้างความเข้มแข็งของคนและองค์กรภาคประชาสังคม 2) สร้างสำนึกความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยและส่งเสริมค่านิยมการพึ่งตนเอง 3) สนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้สามารถบริหารจัดการทุนชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และยุทธสาสตร์ที่ 4) สนับสนุนการเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น
และประกาศเจตนารมณ์ว่า จะร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันแก้ปัญหา ร่วมกันรักษาทุนชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจะร่วมกันพัฒนาคนเมืองศรีสะเกษให้สามารถพึ่งพาตนเอง เกื้อกลูกันตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยจะส่งเสริมให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการทุนชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ซึ่งจะบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคประชาสังคม องค์กรภาครัฐ และภาคเอกชน และยันยันว่าจะร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติและยึดมั่นตามคำประกาศเจตนารมณ์เพื่อให้ “คนเมืองศรีอยู่ดีมีแฮง”
คนเมืองศรีจะอยู่ดีมีแฮงได้อย่างไร
พระราชธรรมสารสุธี รองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม (พระอารามหลวง) อำเภอเมืองศรีสะเกษ กล่าวในวงเสวนา “คนเมืองศรีอยู่ดีมีแฮงได้อย่างไร” กล่าวว่า หลายสิบปีที่ร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองศรีสะเกษประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ถ้าเรามองเห็นอดีตเป็นอย่างไร เราจึงจะเห็นปัจจุบัน มนุษย์เรามีสิ่งที่ต้องคิด 4 อย่าง 1) ปัญหา ความไม่พออยู่ พอกิน ไม่พอเพียง ในศรีสะเกษมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่ 2) เหตที่ทำให้เกิดปัญหาคืออะไร เกิดจากมิติทางเศรษฐกิจ มิติทางสังคมศาสนาวัฒนธรรม 3) ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม อย่างเมื่อวานมีคนจับพระมัดไว้ในส้วมเพื่อตัดไม้พะยูง เรื่องนี้ยังมีปัญหา และ 4) มติทางการปกครอง ไม่ว่าระดับชาติหรือท้องถิ่น ต้องพิจารณาจากทั้ง 4 มิตินี้
ธรรมะเรียกปัญหาว่า ทุกข์ เราจะช่วยกันให้ทุกข์คลายเราต้องช่วยกันแก้ปัญหา แก้ได้โดยการรับรู้ กำหนดรู้ สมุทัย สาเหตุปัญหาจากความเกียจคร้าน ไม่มีระเบียบวินัย ไม่พอเพียงหรือไม่ นิโรธ กระบวนการร่วมกันแก้ปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จ ตอนนี้ที่เป็นอยู่เป็นอย่างไร เราจะทำให้คนอยู่ดีมีแฮง คือมรรค หรือแผนยุทธศาสตร์ทั้งระยะสั้นหรือยาว SWOT ของฝรั่งคือหลักของอริยะสัจ นำมาวิเคราะห์วางแผนการทำให้ศรีสะเกษอยู่ดีมีแฮง คือต้องเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรค
อยู่ที่ว่าศรีสะเกษต้องยืนอยู่บนขาของตนเองให้ได้ ต้องพึ่งพาตนเองได้ ใส่ใจระบบการศึกษา ภูมิปัญญา มีระบบการถ่ายทอดสู่ลูกหลาน สร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ ทำให้มีสหกรณ์ของภูมิปัญญา แปรนามธรรมให้เป็นรูปธรรมให้ได้ คนศรีสะเกษเป็นคนเก่งแต่รวมตัวกันไม่ได้ ต้องสร้างความเข้าใจ พยายามสื่อสารให้ถึงกัน จะหล่อหลอมยุทธศาสตร์ปัจเจก จังหวัด ชุมชนได้อย่างไร แต่ละคนต้องพึ่งตนเองให้ได้ก่อน พอเพียง พึ่งตน เฉลี่ยสู่คนอื่น ให้ประชาชนได้รับการศึกษาที่สามารถเลี้ยงตนเองได้ จัดระบบทางสังคม เศรษฐกิจ ปัจเจก ครอบครัว ซึ่งความรู้จักความพอเพียงเป็นบรมทรัพย์ ใช้ตามที่หาได้ ตามความสามารถที่มี ใช้ให้เกิดความสมดุล ปรับกิเลสความต้องการของตนให้สมดุล จึงจะเป็นทางออกของการอยู่ดีมีแฮง
นายวิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ทำอย่างไรคนเมืองศรีสะเกษจะอยู่ดีมีแฮง ต้องแสวงหาความร่วมมือ สิ่งใดที่ อบจ.จะเข้าไปร่วมพัฒนาได้ก็จะไม่รอช้า มาวันนี้อยากฟังแนวคิดจากผู้เข้าร่วม ตนทำมาโดยตลอดสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง หากดูทุกวันนี้ หลายภาคส่วนก็ลงมาร่วมกันแก้ไขปัญหาให้กับคนศรีสะเกษ
คนศรีสะเกษ เป็นคนที่พูดง่าย แต่ทำไมถึงไม่อยู่ดีมีแฮงเสียที ทำไมทำแล้วยังล้มลุกคลุกคลาน ปลูกยางราคาไม่ดีก็ตัดต้นยางทิ้ง ทุเรียนราคาดี ก็ปลูกทุเรียน ราคาตกก็ตัดทิ้ง เหล่านี้อยู่ที่ความสามารถของรัฐบาล ทั้งราคาข้าว ราคายาง สิ่งที่ประสบคือ คนศรีสะเกษแค่ทำพอได้กิน ไม่ได้ดิ้นรน แรงงานส่วนใหญ่พอรับเงินแล้วก็หยุดงานหายไปสองสามวันจึงค่อยกลับมาทำงานต่อ และพอมีงานบุญชาวบ้านก็จะหยุดงาน ทำพอได้กิน เงินหมดแล้วก็ค่อยมาหางานทำใหม่ หรือกลุ่มแม่บ้าน อยากได้จักรเย็บผ้า ทางอบจ.ก็ส่งเสริมซื้อให้ แต่ทำได้สักพักก็เลิกทำ หรือการอบรมเรื่องงานช่างซ่อมเครื่องยนต์ อบรมเสร็จได้สักพักก็เลิกทำ คงต้องปลูกฝังความขยันคนศรีสะเกษเพิ่มขึ้น
นายชัยชาญ บูชาเดช สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวในวงเสวนาเดียวกันนี้ว่า ด้วยศักยภาพของศรีสะเกษ มีจุดแข็งมากมาย มีกระเทียม มีหอม ฯลฯ และภาครัฐมีนโยบายประชารัฐ กำลังขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์อย่างเงาะ ทุเรียน ข้าว และกำลังพัฒนาการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ท่านผู้ว่าศรีสะเกษ มีนโยบายในการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ 365 วันศรีสะเกษเศรษฐกิจพอเพียง ตั้งเป้าพัฒนาเพิ่มเติมอีก 279 หมู่บ้าน จากเดิมที่ทำมาแล้ว 500 หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ส่งเสริมให้เกษตรกรน้อมนำมาใช้ โดยมีงบประมาณสนับสนุนหมู่บ้านละ 100,000 บาท
ซึ่งใน 22 อำเภอ มีหมู่บ้านต้นแบบให้สามารถเรียนรู้ฐานต่างๆ และจะมีวัดต้นแบบ รวมถึงโรงเรียนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง และองค์กรบริหารส่วนตำบลต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง จะมีศูนย์เรียนรู้ อย่างน้อยอำเภอละ 2 แห่ง โดยยึด 6 หลัก คือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ประหยัด เรียนรู้ การอนุรักษ์ทรัพยากร และกิจกรรมเอื้ออารีย์ ปัจจัยสำคัญคือนโยบายภาครัฐ หน่วยงานราชการก็นำมาปฏิบัติ มีข้อเท็จจริงคือนโยบายมีการปรับเปลี่ยนได้ตลอด หน่วยงานภาครัฐเน้นการบูรณาการหลายฝ่ายมาทำงานร่วมกัน เป็นสิ่งที่เราต้องร่วมกันทำต่อจากฐานทุนที่มี
นายวิเชียร พลสยม ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาค (ปฏิบัติการพื้นที่) กล่าวว่า ถือว่าเป็นการร่วมแรงร่วมใจของคนศรีสะเกษที่มาเปิดเวทีสาธารณะ เรียกว่าได้ข้ามพ้นตัวตนมองการทำงานเป็นเรื่องสาธารณะมากขึ้น ไม่ทำแค่ประเด็นงานใดประเด็นหนึ่ง เป็นทิศทางที่ถูกต้อง ในกรณีองค์กรสนับสนุน ทิศทางที่พี่น้องอีสานใต้ทำเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ที่เป็นการขยับให้พี่น้องระดับจังหวัดแต่ละภาคส่วนมาร่วมกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สอดคล้องกับการสนับสนุนขององค์กรหนุนเสริมอย่าง สสส. สช. ทำงานร่วมไม้ร่วมมือระหว่างภาคประชาชน และหน่วยงาน ภาคีต่างๆ
การคิดเรื่องยุทธศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องการพูดเล่น เป็นการมองเห็นทิศทางเดียวกัน เป็นงานของทุกคนในจังหวัด ปัจจัยที่จะสำเร็จ ต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัด และแปรคำภีร์สู่การปฏิบัติให้ได้ อำนาจเจริญแปรธรรมนูญอำนาจเจริญเป็นเรื่องอำนาจเจริญเมืองธรรมเกษตร 2) แกนนำต้องจริงจัง และจริงใจที่จะผลักดันงาน 3) ต้องมองภาพรวมงาน วิเคราะห์ภาคีเครือข่าย 4) ก้าวข้ามความแตกต่างทางความคิด ข้ามประเด็นงาน ให้มองเป้าหมายเป็นสำคัญ 5) มองเชื่อมโยงบูรณาการ การได้รับทุนจากแหล่งต่างๆ จะแปรมาเป็นแนวร่วมอย่างไร 6) เปิดพื้นที่ให้กว้างขวางมากที่สุด การออกมาแสดงตัวตนของคนทุกข์คนยาก เปิดพื้นที่ให้คนได้ออกมาทำเรื่องนโยบายสาธารณะ ออกกฏที่คุ้มครองตัวเอง ขอให้พี่น้องมีกำลังใจที่เข้มแข็งที่จะก้าวไป มองภาพรวมอีสาน และกำหนดการพัฒนาที่เป็นธรรมกับพี่น้องให้ได้
ทั้งนี้การจัดงานในปีต่อไปได้มีการมอบธงให้กับจังหวัดนครราชสีมา รับเป็นเจ้าภาพจัดงานตุ้มโฮมในครั้งต่อไป นอกจากนั้นข้าวเปลือกที่องค์กรชุมชนอีสานใต้นำมาโฮมบุญ ประมาณ 5 ตัน และมีเงินร่วมบริจาคสมทบอีกประมาณ 2 แสนบาท โดยรายได้จะนำไปจัดตั้งกองทุนเพื่อคนเมืองศรีอยู่ดีมีแฮงต่อไป





