
ระหว่างวันที่ 6-22 มกราคม 2550 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคใต้ หรือพอช. ในนามศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนแก้ปัญหาภัยพิบัติภาคใต้ 2560 ร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชนภาคใต้ สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ประสานงานในชุมชน 15 แห่ง 5 จังหวัด ช่วยแก้ปัญหาภาวะน้ำท่วมภาคใต้ ทั้งเรื่องปัญหาเฉพาะหน้าสู่การฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำลดต่อไป
ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา พอช.สำนักงานภาคใต้ ได้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของสถาบันฯลงพื้นที่ประสบภัยกับผู้นำชุมชน เพื่อส่งเสริมจัดตั้งศูนย์ประสานงานแก้ปัญหาภัยพิบัติในพื้นที่ร่วมกับผู้นำองค์กรชุมชนในพื้นที่ๆมีความพร้อม พร้อมการเปิดบัญชีรับบริจาค ในนามศูนย์ประสานองค์กรชุมชนแก้ปัญหาภัยพิบัติภาคใต้ 2560 ชื่อบัญชีคณะอนุกรรมการภาคใต้ หมายเลขบัญชี 908-0-71333-3 ธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองพัทลุง เพื่อเชิญชวนเครือข่ายองค์กรชุมชนในจังหวัดต่างๆและประชาชนที่มีจิตอาสา เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในทิศทางที่ให้ชุมชนและผู้ประสบภัยได้จัดการแก้ปัญหาภับพิบัติกันเอง

สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัย ครัวกลางในพื้นที่ รวมศูนย์ประสานงานฯ ที่สนับสนุน จำนวน 15 แห่ง ดังนี้
1.ศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งดำเนินการโดยเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจ.สุราษฎร์ธานี ช่วยผู้ประสบภัยในเรื่องอาหารกล่องและอาหารแห้งในพื้นที่ 5 ตำบลคือ ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ,ต.พรมนคร อ.เคียนซา ,ตำบลกรูด อ.พุนพิน, ตำบลคลองสระ อ.กาญจนดิษ, ตำบลท่าโรงช้าง อ.พุนพิน และมีการประสานงานกับทีมประชาสังคมในจ.สุราษฎร์ธานี โดยศูนย์ประสานงานฯได้สนับสนุนเงินกับเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนฯ จำนวน 20,000 บาท
ปัจจุบันเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังทำหน้าที่ประสานงานรับการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆเพื่อการฟื้นฟูหลังน้ำลด
2.ศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาสังคมจ.ตรัง มีภารกิจในการประสานการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในพื้นที่ 7 ตำบล 2 อำเภอ คือตำบลหนองตรุด ตำบลบางรัก ตำบลนาโต๊ะหมิง ใน อ.เมือง ตำบลบางหมาก ตำบลควนธานี ตำบลย่านชื่อ ตำบลโคกยาง อ.กันตัง และเปิดบัญชีรับบริจาคเงินในนามเครือข่ายประชาสังคมตรัง โดยศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้ ได้สนับสนุนเงินกับกองทุนประชาสังคมตรังจำนวน 20,000 บาท ซึ่งมีการช่วยเหลือผู้เดือดร้อน เป็นอาหารกล่องและอาหารแห้งกับผู้ประสบภัยใน 7 ตำบล ซึ่งมีผู้เดือดร้อนกว่า 1,000 กว่าครัวเรือน ปัจจุบันน้ำในพื้นที่ลดแล้ว
ในระยะต่อไปเครือข่ายประชาสังคมตรัง จะมีการประชุมเพื่อสนับสนุนการวางแผนฟื้นฟูชุมชนร่วมกับผู้นำชุมชนใน 7 ตำบลดังกล่าวต่อไป
3.ศูนย์ประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจัดการภัยพิบัติจ.จ.นครศรีธรรมราช ที่สมาคมสื่อชุมชนภาคใต้ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราชในการประสานการช่วยเหลือ การรับบริจาค การกระจายของบริจาคไปยัง 5 ศูนย์ย่อยในจ.นครศรีธรรมราช และสื่อสารความต้องการจากพื้นที่ประสบภัยโดยตรงผ่านสื่อมวลชน โซเชียลมีเดียร์ กลุ่มไลน์ต่างๆ โดยศูนย์ประสานงานฯได้สนับสนุนค่าน้ำมันรถ ค่าน้ำมันเรือ ในการนำถุงยังชีพ ข้าวสารอาหารแห้ง ให้ถึงมือผู้ประสบภัย จำนวน 20,000 บาท ปัจจุบันหลังน้ำลด ได้มีการรณรงค์เพื่อการซ่อมสร้างบ้านผู้ประสบภัยและอาหารสำหรับสัตย์เลี้ยงเช่นวัว ควาย ต่อไป
4. ศูนย์ประสานงานและครัวกลางอำเภอหลังสวน ที่ตำบลวังตะกอ อ. หลังสวน จ.ชุมพร เป็นการทำงานร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชนจ.ชุมพร มหาวิทยาลัยชีวิต และทีมผู้นำชุมชนจาก จ.ระนอง ที่มาร่วมสมทบการทำงานพร้อมเรือ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักและหน่วยงานยังเข้าไม่ถึงเป็นหลัก ซึ่งต้องใช้เรือในการเดินทาง ในพื้นที่ตำบลพ้อแดง ตำบลท่าพลา และตำบลนาขา ทำครัวกลางและอาหารกล่องจำนวน 500-700 ชุด/วัน มีการสนับสนุนเงิน 20,000 บาท เป็นจุดเริ่มต้นในการจัดทำครัวกลาง จัดส่งอาหารทางเรือถึงผู้ประสบภัยโดยตรง ปัจจุบันได้ปิดครัวกลาง แต่ศูนย์ประสานงานฯยังทำหน้าที่ประสานงานและช่วยเหลือผู้เดือดร้อนในการฟื้นฟูชุมชนต่อไป

5.ศูนย์ประสานงานเครือข่ายลุ่มน้ำอำเภอปากพนัง ที่โรงเรียนวัดปากทรง ตำบลหูล่อง จ.นครศรีธรรมราช เป็นศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน ต.บ้านใหม่ ต.หูล่อง ต.เกาะทวด ต.คลองกระบือ ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก มีผู้ได้รับความเดือดร้อน 1,500 ครัวเรือน โดยได้สนับสนุนเงิน 10,000 บาท ในการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน รับบริจาคอาหารแห้ง ช่วยผู้ประสบภัยในการทำอาหารเองในครัวเรือน ปัจจุบันศูนย์ประสานงานฯยังคงดำเนินการ เพื่อรับของจากผู้ให้การช่วยเหลือและกระจายของบริจาคไปยังตำบลในลุ่มน้ำปากพนัง
6.ศูนย์ประสานงานตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีรธรรมราช ที่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่เจ้าอยู่หัว ตั้งแต่วันที่ 6-8 มกราคม ทำอาหารกล่องวันละ 500 ชุด จัดส่งทางเรือไปกับผู้ประสบภัยใน 4 หมู่บ้าน รวมกว่า 800 ครัวเรือน ปัจจุบันได้กระจายการทำครัวกลางไปที่ 4 หมู่บ้าน แต่ศูนย์ประสานงานกลาง ยังรับเป็นศูนย์ประสานงานเพื่อรับบริจาคข้าวสารอาหารแห้ง น้ำมัน น้ำปลา กระจายไปยัง 4 หมู่บ้านดังกล่าว เพราะจะมีน้ำท่วมขังไปอีกปะมาณหนึ่งสัปดาห์
7. ศูนย์ประสานผู้ประสบภัยบ้านท่าสะท้อน ที่โรงเรียนวัดท่าสะท้อน หมู่ 2 ตำบลชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ๆเดือดร้อนหนักมาก มีผู้ประสบภัยกว่า 1,000 ครัวเรือน ใน 7 หมู่บ้าน ในนามศูนย์ประสานองค์กรชุมชนช่วยแก้ปัญหาภัยพิบัติภาคใต้ ได้สนับสนุนข้าวสาร เรือหางยาว ไฟฉาย และมอบเงินจัดตั้งครัวกลางจำนวน 20,000 บาท ปัจุบันน้ำลดแล้ว แต่ชุมชนยังมีความต้องการอาหารแห้งเน้นข้าวสาร น้ำมัน น้ำปลา สำหรับผู้เดือดร้อนประมาณ 690 ครัวเรือน ไปอีกสองสัปดาห์ และได้มีการจัดตั้งคณะทำงานฟื้นฟูชุมชนเพื่อวางแผนฟื้นฟูชุมชนบ้านท่าสะท้อน
โดยชุมชนมีความต้องการให้มีการพัฒนา การบริหารจัดการน้ำทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง ต้องการสถานที่สำหรับที่พักคนและสัตว์ เพื่อรองรับภัยพิบัติ
8. ศูนย์ประสานงานเครือข่ายภัยพิบัติ ต. ถ้ำพรรณรา อ. ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช ได้สนับสนุนเงินเข้าครัวกลางของชุมชนวงเงิน 20,000 บาท เพื่อการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายใน 6 ตำบล คือพรรณรา ดุสิต คลองเส บางรูป นากะชะ ทุ่งใหญ่ ซึ่งมีผู้ประสบภัยกว่า 2,500 ครัวเรือน และมีการช่วยผู้ประสบภัยในอำเภออื่นคืออ.พระพรม อ.เมือง ศูนย์ฯมีบทบาทในการทำครัวกลาง 4 วัน ระหว่าง 5-8 มกราคม ทำอาหารวันแรก 500 ชุด สูงสุดวันละ 6,000 ชุด ใช้รถรับส่งอาหารวันละ 10 กว่าคัน รวมทั้งประสานการสนับสนุนจากบุคคล หน่วยงาน โรงพยาบาล เครือข่ายชุมชน และวิทยาลัยเทคนิค มาช่วยเหลือชุมชน
ปัจจุบันน้ำลดและได้ปิดครัวกลาง แต่ศูนย์ประสานงานฯ ยังทำหน้าที่ประสานการสนับสนุนจากภายนอก เพื่อการทำแผนฟื้นฟูชุมชนในตำบลต่างๆ การสำรวจข้อมูลความเสียหาย การรณรงค์งบซ่อมสร้างบ้านผู้ประสบภัย ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนจ.นครศรีธรรมราช และประมวลบ้านเรือนที่เสียหายในจ.นครศรีธรรมราช
9. ศูนย์ประสานงานที่สถาบันการเงินชุมชนตำบลควนกรด อ.ทุ่งสง ส่งเสริมการทำครัวกลาง จากความร่วมมือของสภาองค์กรชุมชนและกองทุนสวัสดการชุมชนในพื้นที่ และได้จัดส่งถุงยังชีพจากศูนย์ประสานงานกลางของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดมาช่วยในศูนย์ประสานงานเมืองทุ่งสง
10. ศูนย์ประสานงานตำบลหน้าเขา อ. เขาพนม จ.กระบี่ เป็นพื้นที่ๆประสบภัยพิบัติดินโคลนถล่มในเดือนมกราคม 2560 ได้มีการสำรวจข้อมูลครัวเรือนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยร่วมกับผู้นำชุมชนและผู้ประสบภัยในพื้นที่ มีครัวเรือนเสี่ยงภัยจำนวนทั้งหมด 35 ครัวเรือน โดยมี 21 หลังที่ไม่มีที่ดินของตนเอง มีจำนวน 14 หลังที่มีที่ดินของตนเอง และมีจำนวน 6 หลังคาเรือนที่ต้องซ่อมแซมในที่ดินเดิม
แผนงานระยะต่อไปคือการทำแผนแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยพร้อมระดมทุนในการซ่อมสร้างบ้านต่อไป
11. สนับสนุนครัวกลาง ที่ชุมชนตลาดเก่า อ.เมือง จ.กระบี่ เป็นเงิน 40,000 บาท โดยมีผู้ประสบภัย 100 กว่าครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อนมากในขั้นสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่เหลือสิ่งของใดๆในบ้าน เสมือนผู้ประสบภัยสึนามิ เงินที่สนับสนุนดังกล่าวได้นำไปจัดซื้อเครื่องครัว เตาแก๊ส จัดทำอาหาร ซื้อที่นอนและเครื่องใช้ที่จำเป็น
12. สนับสนุนการช่วยเหลือเครือข่ายคนจนพลัดถิ่นที่ประสบภัยน้ำท่วม ที่ตำบลบางสะพาน อ. จ.ประจวบคีรีขันธุ์ จำนวน 10,000 บาท
13. สนับสนุนศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านเกาะทัง จ.พัทลุง โดยศูนย์ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เป็นแม่และเด็กที่ยังทานนมแม่ ในพื้นที่ ต.นาปะขอ ต.จองถนน ต.เกาะหมาก ต.หานโพธ์ จ.พัทลุง จำนวน 118 ครัวเรือน เป็นเงิน 10,000 บาท เป็นค่านมผงและอาหารแห้ง
14. ช่วยผู้ประสบภัยในโครงการบ้านมั่นคง ที่พัทลุง เป็นอาหารกล่อง 1 วัน และอาหารแห้งให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่โครงการบ้านมั่นคง 4 ชุมชน 107 ครัวเรือนในหนึ่งสัปดาห์ที่น้ำยังไม่ลด เป็นเงิน 67,000 บาท
15. สนับสนุนการทำงานเครือข่ายผู้ประสบภัยภัยสึนามิ เป็นเงิน 30,000 บาท ในการสนับสนุนชุมชนตั้งศูนย์ประสานงานแก้ภัยพิบัติในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช จัดเรือช่วยผู้ประสบภัย สนับสนุนศูนย์ประสานงานฯของชุมชนและความต้องการใน 5 ศูนย์ คือ 1.)ศูนย์ประสานงานฟื้นฟูผู้ประสบภัย หมู่ที่ 7 ต.ท่า เสม็ด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ประสานงาน ผู้ใหญเป๊ก 085-641-5899 และ หมู 093-494-7409
ในพื้นที่มีความเสียหายหนัก จะทำกองทุนฟื้นฟูอาชีพ 300,000 บาท กองทุนภัยพิบัติ 50,000 บาท ต้องการสนับสนุนเครื่องครัว ประตูหน้าต่าง ที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าห่ม 2.)ศูนย์ประสานงานฟื้นฟูผู้ประสบภัย หมู่ที่ 8 ต.เกาะขันธ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ประสานงาน นายธีรศักดิ์ 084-858-5267 ในที่น้ำหลาก จากการช่วยกันเอง ต้องการกองทุนฟูอาชีพ 100,000 บาท กองทุนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ 50,000 บาท อื่นๆ มีหน้าต่าง ประตู ปั๊มน้ำ พันธ์ข้าวพันธ์ปลานิล และถ้วยยางพารา
3.)ศูนย์ประสานงานฟื้นฟูผู้ประสบภัย หมู่ที่ 8 ต.การเกด อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ประสานงาน ผู้ใหญ่เดชา 084-065-0073
พื้นที่รับน้ำท่วม ในระยะเร่งด่วนต้องการฟางข้าว พันธ์ข้าว พันธ์ปลา กองทุนอาชีพ 100,000 บาท และกองทุนภัยพิบัติ 50,000 บาท อื่นๆ
4.)ศูนย์ประสานงานฟื้นฟูผู้ประสบภัย หมู่ที่ 2 ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ประสานงาน ประธานศูนย์ อบต.สนั่น 095-432-6499 ที่นี่น้ำท่วมสูงตัดขาด ต้องการฟางข้าวด่วนอาหารวัว
ต้องการพันธ์ข้าว ต้องการกองทุนฟื้นอาชีพ 100,000 บาทและกองทุนภัยพิบัติ 50,000 บาท
5.)ศูนย์ประสานงานฟื้นฟูผู้ประสบภัย หมู่ที่ 4 ต.ท้องลำเจียก อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ประสานงาน ผู้ใหญ่เด่น 082-801-3169
ที่นี่ห่างไกลจากถนน 5 กิโลเมตร ห่างไกลความช่วยเหลือ ไม่มีถนนหลัก ต้องการฟางให้วัวเร่งด่วน พันธ์ข้าวและกองทุนฟื้นฟู 100,000 บาทกองทุนภัยพิบัติ 50,000 บาท

ประสานงานขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดอื่นๆมาช่วยผู้ประสบภัย
ได้รับการสนับสนุนจากขบวนองค์กรชุมชน 11 จังหวัด ในเรื่องข้าวสาร อาหาร เรือ บุคคลเพื่อช่วยจัดตั้งศูนย์ประสานงานและครัวกลาง โดยการสื่อสารผ่านกลุ่มไลน์ สมาคมสื่อภาคใต้ ซึ่งมีขบวนองค์กรชุมชนเดินทางพร้อมอาหารและเรือถึงพื้นที่ประสบภัยในจุดต่างๆจาก 11 จังหวัด คือจ.ระนอง มาช่วยผู้ประสบภัยในจ.ชุมพร /ขบวนองค์กรชุมชนจ.ภูเก็ต จ.พังงา จ.ยะลา จ.ปัตตานี จ.สงขลา จ.สตูล ช่วยเหลือ เรือ คน ข้าวสาร น้ำดื่มอาหารแห้ง ในพื้นที่อ.ชะอวด อ.ปากพนัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช /ขบวนองค์กรชุมชนจ.ชุมพร จ.นครศรีธรรมราช ไปช่วยผู้ประสบภัยด้านอาหารที่อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น
การแก้ที่อยู่อาศํยผู้ประสบภัยดินโคลนถล่มที่ ต.เขาดิน อ.เขาพนม จ.กระบี่ ประมาณ 35 ครอบครัว
ศูนย์ประสานฯได้สนับสนุนเงินจำนวน 65,000 บาท เข้าบัญชีกองทุนภัยพิบัติสาธารณะอำเภอพนม จ.กระบี่ เพื่อซ่อมสร้างบ้านของผู้ประสบภัยที่บ้านเรือนพังเสียหายจำนวน 6 หลัง
สนับสนุนอาหารโคเนื้อ ที่อ.ตะโหมดที่พัทลุง
ไม่เพียงประชาชนเท่านั้นที่ประสบความเดือดร้อน แต่วัว ควาย สัตว์เลี้ยงในพื้นที่ก็ขาดแคลนที่อยู่และอาหารโดยเฉพาะ วัว ควาย ในจ.พัทลุงและนครศรีธรรมราช ขาดแคลนอาหาร (หญ้า ) อย่างหนัก ทีผ่านมาได้สนับสนุนเงิน 16,000 บาท เพื่อจัดการหญ้าให้โคเนื้อจำนวน 310 ตัว ใน 3 ตำบล ( แม่ขรี 150 ตัว ตะโหมด 90 ตัว และคลองใหญ่ 60 ตัว)
รายรับจากการเปิดบัญชีรับบริจาคในนามศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้ 2560
รายรับจากการโอนเข้าบัญชีของ “คณะอนุกรรมการภาคใต้” ธนาคารกรุงไทย สาขาพัทลุง ระหว่าง 6- 20 มกราคม 2560 มียอดบริจาครวม 280,699 บาท จากผู้บริจาคจำนวน 33 ราย
ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายการช่วยแก้ปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมภาคใต้ระหว่าง 6 -21 มกราคม 2560 จำนวน 416,790 บาท (มีเงินบริจาคเดิมช่วยสมทบด้วย) จากการสนับสนุนศูนย์ประสานงานของชุมชนที่ประสบภัยน้ำท่วม และกิจกรรมดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งการสนับสนุนการจัดประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการภัยพิบัติ เมื่อวันที๋ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา มีเครือข่ายองค์กรชุมชนจัดการภัยพิบัติภาคใต้ จากศูนย์ชุมชนช่วยเหลือภัยพิบัติจำนวน ๑๔ แห่งใน จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง กระบี่และสุราษฎร์ธานี และผู้แทนหน่วยงานต่างๆที่ทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยรวม ๗๑ คนได้ประชุมสรุปผลการทำงานภัยพิบัติและวางแผนการขับเคลื่อนในช่วงต่อไป ที่ศูนย์โอทอป อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช มีค่าใช้จ่ายจำนวน 19,632 บาท

ทิศทางการฟื้นฟูชุมชนประสบภัยน้ำท่วม/การวางแผนฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำลด
· สนับสนุนการจัดทำแผนฟื้นฟูชุมชนที่ประสบภัยน้ำท่วม
· สนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านเรือนที่พังเสียหายและการย้ายบ้านออกจากพื้นที่เสี่ยงในจังหวัดกระบี่




รายงานโดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานภาคใต้





